โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ควบรวม TOT-CAT อืด สะดุดกฎหมายส่อแท้ง

Businesstoday

เผยแพร่ 29 ก.ย 2563 เวลา 06.00 น. • Businesstoday

หลายคนคงลุ้นนโยบายการควบรวมกิจการของ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จะสำเร็จหรือไม่

แต่ความหวังอาจจะริบหรี่ลง เมื่อต้องเจอ “โรคเลื่อน” อีกครั้ง หลังจากครบกำหนดวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการควบรวมของ “ปลาคนละน้ำ” ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

เมื่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเจ้าภาพหลัก อ้างว่าผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ขั้นตอนต่างๆ ไม่สามารถดำเนินได้ตามแผนที่วางไว้

ทั้งนี้ การควบรวมของรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งด้านคมนาคม เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2563 โดยให้เปลี่ยนชื่อใหม่ภายหลังควบรวมกิจการ ใช้ชื่อว่า บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (National Telecom : NT Co.) โดยใช้ชื่อย่อว่า “NT”

การควบรวมในรัฐบาลนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้รัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งภายหลังตั้งบริษัทใหม่จะสามารถแข่งขันได้ โดยให้จัดทำแผนธุรกิจทั้งในระยะกลางและระยะยาวที่ชัดเจนว่าจะเดินไปทางไหน

แผนธุรกิจที่ดำเนินการให้เน้นไปที่การหารายได้เพิ่มจากธุรกิจใหม่ เพื่อทดแทนรายได้ในกลุ่มโทรคมนาคมสื่อสารไร้สาย

การควบรวมกิจการของทั้งสองรัฐวิสาหกิจ ด้านหนึ่งจะเป็นผลดีต่อการระดมทรัพยากรของรัฐที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่เกิดความซ้ำซ้อนกัน ซึ่งที่ผ่านมาต่างคนต่างทำและไม่สามารถแข่งขันเอกชนได้ ในขณะที่รายได้หลักมาจากการให้เอกชนเช่าคลื่น แต่ความพยายามทำธุรกิจแข่งขันกับเอกชนนั้นยังห่างไกลมาก ดังจะเห็นได้จาก “ทีโอที” เป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่ต้องส่งแผนฟื้นฟูกับรัฐบาล เพราะอยู่ในขั้นวิกฤติ

ปัญหาใหญ่ของการควบรวม คือ พนักงานของทั้งสองแห่ง

แต่ตามแผนควบรวมได้เตรียมแผนรองรับไว้คือ สนับสนุนให้พนักงานเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุ และเร่งสร้างความเข้าใจถึงแนวทางการฟื้นฟูกิจการโทรคมนาคมของชาติในครั้งนี้

ความยุ่งยากการควบรวมของรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งมีประเด็นข้อกฎหมายค่อนข้างมากและมีความซับซ้อน ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีความคืบหน้ามากนัก

แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ยิ่งทำให้เกิดความล่าช้าไปอีกเป็นเท่าตัว โดยกระทรวงดิจิทัลฯ อ้างว่าเหตุผลของความล่าช้ามีหลายประการ

ปัญหาแรก ในเรื่องการลงมติผู้ถือหุ้นควบรวมให้แก่เจ้าหนี้ต่างประเทศ พบว่ามีความล่าช้าจากการขนส่งระหว่างประเทศ เนื่องจากมีการปิดล็อกดาวน์ ทำให้สำนักงานเจ้าหนี้ปิดทำการหรือไม่มีผู้รับ ซึ่งระยะเวลา 2 เดือนที่กำหนดไว้ต้องขยายออกไป และกระทบต่อแผนการควบรวมด้านอื่นตามมาด้วย

ปัญหาที่สอง การเตรียมจัดทำข้อมูลสินทรัพย์ที่มีอยู่ทั่วประเทศเกิดความล่าช้า เพราะการเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินและการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีข้อจำกัด ทำให้ต้องเพิ่มระยะเวลามากกว่าเดิม 3-4 เดือน

ปัญหาที่สาม การจ้างที่ปรึกษา เนื่องจากที่ปรึกษาด้านการควบรวมกิจการต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ส่งผลให้การเตรียมข้อมูลของที่ปรึกษาและทำสัญญาต้องชะลอออกไปจากแผนที่จะลงนามในเดือน ม.ค. 2563 ทำให้ต้องใช้เวลามากกว่าเดิม 3 เดือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อแผนการดำเนินงานในการควบรวมทั้งหมด

ปัญหาที่สี่ ด้านกฎหมายแรงงาน เนื่องจากการควบรวมของรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลถือหุ้น 100% ครั้งแรกของประเทศ ซึ่งการกำหนดขอบเขตสภาพการจ้างงานของบริษัทใหม่ที่เกิดขึ้นจากการควบรวม ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ 2543 โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์นอกเหนือจากขั้นตอนปกติ ซึ่งเกิดข้อจำกัดในการประสานงาน

ปัญหาที่ห้า ปัญหาด้านการประสานงานและการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจ ระหว่างสองหน่วยงานเพื่อดำเนินการระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งต้องไม่ทำให้เกิดการสะดุด เช่น แผนธุรกิจ โครงสร้างองค์กร และแผนการให้บริการ เป็นไปด้วยความล่าช้ากว่าปกติมาก

ที่สำคัญคือ งานทางด้านเทคนิคของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องเชื่อมโยงระบบอุปกรณ์ ระหว่างทีโอทีและ กสท โดยต้องติดตั้งทดสอบระบบ และประเมินการให้บริการร่วมกัน

ปัญหาที่หก ด้านการให้บริการ เนื่องจากการใช้งานเพิ่มขึ้นจากนโยบาย Work from Home ทำให้ไม่สามารถทดสอบการเชื่อมต่อ เนื่องจากจะกระทบการใช้งานของลูกค้า

นอกจากนี้ ทั้งสองรัฐวิสาหกิจยังมีประเด็นเพิ่มเติม คือ ต้องสนับสนุนมาตรการของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้งานควบรวมส่วนหนึ่งเกิดความล่าช้า

การควบรวมรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งจึงไม่ใช่เรื่องง่าย และหากพิจารณาจากเหตุผลที่กระทรวงดิจิทัลฯ อ้างว่าความล่าช้าน่าจะมาจากขั้นตอนการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานเอง

หากกล่าวว่าการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจเป็น “งานยาก” แต่การรวบรวมทั้งสองรัฐวิสาหกิจเข้าด้วยกัน เป็นงานที่ “ยากกว่า” หลายเท่าตัว

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...