โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองปราบรวบหนุ่มอุตรดิตถ์ฆ่ารัดคอแม่ยายดับ อ้างชำระแค้น ไฟเขียวให้เมียปันใจ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ม.ค. 2562 เวลา 06.53 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. 2562 เวลา 06.53 น.

เมื่อวันที่ 3 มกราคม ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต. จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ. แมน เม่นแย้ม ผกก. 4 บก.ป. พ.ต.ท. ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สว.กก 4 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายเจษฎา เส็งล้ำ อายุ 40 ปี ชาวจ. อุตรดิตถ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ที่ จ. 349/2561 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2561 ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ท่าเกษมรีสอร์ท ม. 2 ต. ท่าเกษม อ. เมืองสระแก้ว จ. สระแก้ว

สืบเนื่องจาก วันที่ 28 ธันวาคม 2561 พนักงานสอบสวน สภ. ทองแสงขัน ได้รับแจ้งเหตุ นางจวน แง้มท้าว อายุ 61 ปี ถูกฆาตกรรมเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านเลขที่ 120/2 หมู่ 1 ต.ผักขวง อ.ทองแสนขัน จ. อุตรดิตถ์ ในสภาพศพนอนหงาย มีร่องรอยถูกบีบรัดที่ลำคอ ต่อมาจากการสืบสวนสอบสวนทราบว่าผู้ลงมือก่อเหตุฆ่านางจวนคือ นายเจษฎา ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งเป็นลูกเขยของผู้ตาย เนื่องจากนายเจษฎา จับได้ว่าภรรยาของตนเองซึ่งเป็นบุตรสาวของผู้ตายได้หลบหนีไปอยู่กับชายหนุ่มคนอื่น แต่เมื่อไปสอบถามผู้ตายซึ่งเป็นแม่ยายที่บ้านพัก กลับถูกต่อว่าด่าทอ และพูดจาดูหมิ่นศักดิ์ศรี จึงบันดาลโทสะก่อเหตุฆ่าผู้ตายดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานก่อนขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับ กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบว่าภายหลังจากก่อเหตุนายเจษฎา ได้หลบหนีมากบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.สระแก้ว จึงนำกำลังไปทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน นายเจษฎา ให้การรับสารภาพว่า ตนเองได้คบหากับ ภรรยา อายุ 37 ปี อยู่กินกันฉันผัวเมียมานานกว่า 20 ปี และมีบุตรด้วยกันจำนวน 3 คน โดยเริ่มมีบุตรคนแรกตั้งแต่สมัยจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นใหม่ๆ ที่ผ่านมาตนพยายามจะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีออกไปทำงานรับจ้างขับรถหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวเพียงลำพัง ถึงแม้จะได้เงินค่าจ้างเพียงวันละ 350 บาท แต่ตนก็พยายามไม่ให้ภรรยาและครอบครัวต้องลำบาก โดยให้ภรรยาทำหน้าที่เป็นแม่บ้านคอยเลี้ยงดูบุตรอยู่ที่บ้านเพียงอย่างเดียว ซึ่งตลอดที่ผ่านมาตนและภรรยารักกันดีมาโดยตลอด จนกระทั่งช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา ภรรยาของตนเองเริ่มแอบปันใจให้กับชายหนุ่มคนอื่น เนื่องจากตนจับได้ว่าภรรยา แอบคุยกับชายอื่นผ่านเฟซบุ๊ก ตนจึงขอให้ เลิกเล่นเฟซบุ๊ก ไป แต่ ภรรยากลับไม่ยอมหยุด ทั้งยังมีการแอบจดเบอร์โทรศัพท์ของผู้ชายไว้ก่อนจะแอบโทรหากันตลอดในช่วงที่ตนออกไปทำงาน ซึ่งตนเองก็ทราบดีมาตลอดและคิดว่าวันหนึ่ง จะคิดได้และเลิกการกระทำดังกล่าว

นายเจษฎา ให้การต่ออีกว่า กระทั่ง วันที่ 13 ธันวาคม 2561 หลังจากตนเลิกงานกลับมาที่บ้านพักก็พบว่าภรรยาได้หนีออกจากบ้านไป ตนจึงคิดว่าน่าจะหนีไปกับชายชู้ จึงได้ไปขอให้พ่อของตนนำควายที่เลี้ยงไว้ไปขายเพื่อนำเงินมาใช้เป็นทุนในการขี่รถจักรยานยนต์ตามหาภรรยา โดยตระเวนขับรถไปตามจังหวัดต่าง ๆ ทั้ง กทม. สุโขทัย แต่ก็ไม่พบ ตนจึงตัดสินใจขับรถไปยังบ้านพักของ นางจวน ผู้ตายซึ่งเป็นแม่ของภรรยา ที่ จ.อุตรดิตถ์ เพื่อจะไปสอบถาม แต่เมื่อไปถึงกลับถูก นางจวน ด่าทอว่า “ให้มันไปมีผัวใหม่ก็ดีแล้ว” จึงทำให้เกิดมีปากเสียงกันขึ้น ก่อนที่ตนจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่โถมเข้าใส่นางจวนจนล้มลงก่อนใช้สายกระเป๋าสะพายรัดคอ จนสลบแน่นิ่งไป ก่อนจะรีบหลบหนีไป กระทั่งมาทราบภายหลังว่านางจวนได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

“อย่างไรก็ตามภายหลังจากทราบเรื่องยอมรับว่าตอนนั้นไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตต่อไป ประกอบกับพอได้รับทราบข้อมูลว่า ภรรยาหนีไปอยู่กับชายชู้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน จ.สระแก้ว จึงขี่ จยย. ไปดักเฝ้ารอและตั้งใจว่าหากเจอภรรยาตนอยู่กับชายชู้ด้วยกันจริงจะใช้มีดแทงทั้งคู่ให้ตายและจะฆ่าตัวตายตามไปในภายหลัง ตามสัญญาใจที่ตนและภรรยาเคยให้ไว้ด้วยกันว่า หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคิดนอกใจ จะยอมให้อีกฝ่ายทำอะไรก็ได้กับตัวเองและครอบครัว ก่อนจะมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมได้เสียก่อน ไม่อย่างนั้นความสูญเสียคงเกิดมากขึ้นไปกว่านี้ ส่วนเงินที่เหลือจากการขายควายของพ่อก็อยากฝากไว้ให้กับลูกๆไว้ใช้ในช่วงระหว่างที่นต้องรับโทษอยู่ในคุกจากความผิดที่ได้ก่อขึ้น” นายเจษฎา กล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ. ทองแสงขัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...