โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รับมือถนนทรุดตัว กรมทางหลวงชนบท เร่งจัดการพื้นที่เพื่อให้ประชาชนสัญจรได้ พร้อมรับแจ้งเหตุให้ความช่วยเหลือที่สายด่วน 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง

สวพ.FM91

อัพเดต 03 มี.ค. 2563 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. 2563 เวลา 10.36 น.

รับมือถนนทรุดตัว กรมทางหลวงชนบท เร่งจัดการพื้นที่เพื่อให้ประชาชนสัญจรได้ พร้อมรับแจ้งเหตุให้ความช่วยเหลือที่สายด่วน 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง
นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งส่งผลให้ถนนเลียบคลองชลประทานเกิดการทรุดตัวหลายแห่ง กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้เตรียมพร้อมรับมือพื้นที่เสี่ยงต่อการทรุดตัว เพื่อความสะดวกปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยแบ่งการรับมือออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้
ช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ ให้ทุกหน่วยดำเนินการเตรียมความพร้อม ดังนี้

  1. ตรวจสอบพื้นที่หรือสายทางที่มีความเสี่ยงต่อการทรุดตัว โดยจัดชุดลาดตระเวนสำรวจพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการทรุดตัวและประเมินความเสียหายเบื้องต้น ในกรณีที่ความเสียหายอยู่ในระดับไม่รุนแรง การแก้ไขหรือการป้องกันให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการเองทันที เพื่อเป็นการลดผลกระทบต่อประชาชน
  2. ติดตั้งป้ายเตือน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่สัญจรไปมาบริเวณถนนเลียบคันคลองที่มีความเสี่ยง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำอาจทำให้ถนนเกิดการทรุดตัวและอาจพังทลายอย่างฉับพลัน
  3. มาตรการลดน้ำหนักบรรทุกและห้ามรถบรรทุกหนักวิ่งผ่าน เพื่อเป็นการควบคุม ป้องกันปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่ากฎหมายกำหนดใช้เส้นทางที่มีความเสี่ยงต่อการทรุดตัว เนื่องจากรถบรรทุกน้ำหนักเกินได้สร้างความเสียหายให้แก่โครงสร้างทาง ส่งผลให้ถนน สะพานเกิดการชำรุดเสียหาย มีอายุการใช้งานสั้นกว่าที่กำหนด
    ระหว่างเกิดเหตุการณ์ เมื่อถนนเลียบคันคลองชลประทานในความรับผิดชอบเกิดการทรุดตัว จะต้องรายงานสถานการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาทราบและติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จนกว่าจะดำเนินการปรับปรุงให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้อย่างสะดวกปลอดภัย ดังนี้
  4. ติดตั้งป้ายเตือนให้ประชาชนใช้เส้นทางด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ชำรุด พร้อมติดตั้งสัญญาณไฟเตือนในเวลากลางคืน ทั้งนี้ การติดตั้งป้ายเตือนนั้นจะต้องวางครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย และตำแหน่งของการวางนั้น จะต้องให้ผู้ใช้เส้นทางสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีระยะการมองเห็นปลอดภัย
  5. ติดตั้งป้ายห้ามรถบรรทุกทุกชนิดผ่าน
  6. ติดตั้งป้ายแนะนำประชาชนให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นเป็นการชั่วคราวก่อนจนกว่าจะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขแล้วเสร็จ
  7. นำเครื่องจักรเข้าดำเนินการแก้ไขเบื้องต้น เมื่อเกิดการทรุดตัวของถนนเลียบคันคลองชลประทาน ต้องรีบดำเนินการซ่อมแซมหรือควบคุมความเสียหายให้อยู่ในวงจำกัด ไม่ให้ลุกลามเป็นปัญหาใหญ่
    หลังเกิดเหตุการณ์ ได้สั่งการหน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดความเสียหายอย่างละเอียดและประเมินความเสียหายหาวิธีการแก้ไขอย่างถูกต้อง เหมาะสมกับลักษณะความเสียหายที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นจะดำเนินการ ออกแบบ ประมาณราคา เพื่อจัดทำแผนของบประมาณฟื้นฟู ซึ่งเมื่อได้รับการสนับสนุนงบประมาณดังกล่าวแล้ว จะดำเนินการซ่อมแซมหรือฟื้นฟูถนนที่ได้รับความเสียหายให้กลับคืนสู่สภาพเดิมหรือดีกว่าเดิม เป็นการคืนความสุขให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางอย่างยั่งยืนต่อไป
    ทั้งนี้ ในส่วนของถนนทางหลวงชนบทสาย ปท.5021 อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี (ถนนเลียบคลองระพีพัฒน์) ที่ได้เกิดการทรุดตัวลงประมาณ 1 เมตร เนื่องจากกำแพงกันดินหักหรือทะลุตัวของผนังกำแพงดันดินทำให้พื้นผิวถนนชำรุดแตกตัวเป็นแอ่งลึก ยาวประมาณ 60 เมตร ปัจจุบันแขวงทางหลวงชนบทปทุมธานีได้ทำการปิดถนน นำเครื่องจักรขุดรื้อผิวทาง ปรับระดับชั้นทางเพื่อทำการลดน้ำหนักของคันทางลงป้องกันการทรุดตัวเพิ่มเติม และสามารถเปิดการสัญจรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ใช้เส้นทางได้ชั่วคราวแล้ว อย่างไรก็ตาม แขวงทางหลวงชนบทปทุมธานีได้ติดตามเฝ้าระวังพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ อำนวยความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้ใช้ทาง และขอให้ท่านระมัดระวังในการเดินทางบนถนนที่เกิดการทรุดตัวโดยให้สังเกตป้ายเตือน ป้ายบอกทาง พร้อมขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณคันคลองชลประทาน ช่วยกันสอดส่องดูแลถนน หากพบว่ามีการแตกร้าว ตามไหล่ทาง ซึ่งมีความเสี่ยงที่ถนนอาจจะทรุดตัวได้ สามารถขอความช่วยเหลือ หรือ แจ้งเหตุ ได้ที่สายด่วน 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทาง ทช.จะได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...