โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิโกไฟแนนซ์ยอดเม.ย.-พ.ค.วูบ80% อีสาน-ตะวันออกพลิกกลยุทธ์เพิ่มวงเงิน-ดอกเบี้ยต่ำ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 มิ.ย. 2563 เวลา 06.33 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 06.30 น.
ปรับโครงสร้าง - ผู้ประกอบการธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ช่วยเหลือลูกค้าด้วยการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เช่น การพักชำระหนี้เงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาการกู้ยืมออกไป จนกว่าเข้าสู่ภาวะปกติ หลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ฉุดยอดขอสินเชื่อร่วงทั่วประเทศ

สมาคมพิโกไฟแนนซ์เผยยอดสินเชื่อเม.ย.วูบหนัก 40-80% สาเหตุหลัก “มาตรการล็อกดาวน์-บริษัทปิดกิจการ-เลื่อนเวลาเปิดเทอม” ขณะที่ยอดเอ็นพีแอลพุ่งถึง 24% ลูกค้าตกงาน-รายได้หด ด้าน “ทรีมันนี่” พิโกไฟแนนซ์ภาคตะวันออกชี้ยอดกู้ 4 จังหวัด “ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง” เดือน พ.ค.ต่ำสุดในรอบปีลดฮวบถึง 80% ขณะที่ “บูราพาณิชย์” เผยยอดสินเชื่อ ขอนแก่น” ลดลงถึง 50% ทำผู้ประกอบการเร่งพลิกกลยุทธ์จูงใจเสนอวงเงินเพิ่มให้ 1 หมื่นบาทต่อราย และมีดอกเบี้ยต่ำกว่าสัญญาหลัก คาดหลังปลดล็อกเข้าสู่ภาวะปกติ โรงงานกลับมาคึกคัก

นายสมเกียรติ จตุราบัณฑิต นายกสมาคมพิโกไฟแนนซ์แห่งประเทศไทย เปิดเผย“ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ยอดการขอกู้สินเชื่อจากพิโกไฟแนนซ์ทั่วประเทศในช่วงเดือนเมษายน 2563 ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการควบคุมการเดินทาง และการทำธุรกิจต่าง ๆ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ภาพรวมยอดสินเชื่อลดลงเฉลี่ย 40% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพิ่มสูงขึ้นถึง 24% จากปกติ NPL เฉลี่ยอยู่ที่ 11.95% แต่เมื่อเข้าสู่เดือนพฤษภาคม 2563 เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการ ทำให้การยื่นขอสินเชื่อขยับขึ้นมาประมาณ 10% ผู้ขอสินเชื่อรายเก่ามาขอชำระหนี้ และขอกู้เพิ่ม ทำให้ยอด NPL ลดลงมาเหลือประมาณ 15% แต่ยังมีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามมาตรการช่วยเหลืออยู่ สามารถขยายระยะเวลาในการชำระหนี้ได้นานขึ้นจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติได้แก่ 1.การพักชำระหนี้เงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย 2.พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 3.ขยายระยะเวลาการกู้ยืมออกไป 4.การลดอัตราดอกเบี้ย 5.อื่น ๆ เช่น มาตรการขอกู้ฉุกเฉินหรือนโยบายตามความสมัครใจของผู้ประกอบการ และมาตรการที่ได้รับผลตอบรับมากที่สุดจากคนส่วนใหญ่คือการขอพักชำระหนี้เงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ส่วนกลุ่มผู้มีรายได้รายเดือนจะรับอานิสงส์จากการขยายระยะเวลากู้ยืมมากกว่า

ทั้งนี้ พื้นที่ขอกู้สินเชื่อพิโกมากที่สุดในประเทศไทยปัจจุบันคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ประมาณ 80% สูงสุดอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา ถัดมาเป็นจังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเกษตรกร ซึ่งมาจากหนี้นอกระบบ โดยการขอกู้ของกลุ่มนี้จะใช้โฉนดที่ดินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ถัดมาคือ ภาคตะวันออก เป็นกลุ่มพนักงานโรงงานใช้สมุดบัญชีเงินฝากและบุคคลค้ำประกัน ถัดมา คือ ภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคตะวันตก ตามลำดับ ยอดการปล่อยสินเชื่อหรือยอดเงินกู้สะสมปัจจุบันรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 6,114.34 ล้านบาท รวมลูกหนี้ 229,000 กว่าราย คาดว่าสามารถลดการเกิดหนี้นอกระบบได้แล้ว 70-80% มีผู้ประกอบการที่ยื่นขออนุญาตปล่อยสินเชื่อ 1,189 ราย ได้รับใบอนุญาตและเปิดดำเนินการแล้ว 722 ราย

นายสมเกียรติกล่าวต่อไปว่า จากการที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้แก่ประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบให้เป็นรูปธรรมอย่างจริงจังเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คาดว่าจะทำให้ทิศทางธุรกิจพิโกไฟแนนซ์มีการเติบโตขึ้นในอนาคตไม่ต่ำกว่า 10%

“ขอนแก่น” ยอดกู้ลด 50%

นายบูรพงศ์ วรรักษ์ธารา กรรมการผู้จัดการ บริษัท บูราพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงมีมาตรการควบคุมโควิด-19 ภาพรวมในจังหวัดขอนแก่นที่เห็นอยู่คือ ลูกค้าพิโกค่อนข้างน้อย เนื่องจากผู้คนไม่เดินทางมาขอสินเชื่อหรือเดินทางลำบาก อย่างบริษัท บูราพาณิชย์ มีกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ต้องการกู้เงินลดลงประมาณ 50% จากจำนวนเงินหลักล้านที่คาดว่าจะปล่อยกู้เหลือเพียง 4-5 แสนบาท ส่วนลูกค้าเก่าที่กู้อยู่แล้วมีการจ่ายดอกเบี้ยลดลง 20-30% ซึ่งในสมาคมมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ด้วยการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในสมาคมตามที่แต่ละคนสะดวก เช่น ลดอัตราดอกเบี้ย ยืดเวลาชำระหนี้ ส่งเฉพาะเงินต้นหรือดอกเบี้ย เป็นต้น

“สาเหตุที่ลูกค้าลดลงผมก็ไม่ทราบ แต่ลูกค้าอาจจะกลับไปกู้เงินนอกระบบกับนายทุนแถวบ้าน เพราะปกติคนจะเดินทางจากบ้านมาขอสินเชื่อด้วยตัวเอง แต่พอช่วงโควิดก็เริ่มน้อยลงครึ่งหนึ่ง อยู่ในช่วงติดหน้าฝนพอดีด้วย และน่าจะเป็นอย่างนี้ไปอีก 2-3 เดือน พอเริ่มมีการเปิดภาคเรียนผมก็ไม่แน่ใจว่าลูกค้าจะกลับมาหรือไม่หรือรอเงินเยียวยาจากภาครัฐ 5,000 บาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คนไม่มาขอกู้ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเกษตรกรประมาณ 50% ที่เหลือจะเป็นประชาชนทั่วไป สำหรับบริษัทผมกระตุ้นการขอสินเชื่อด้วยการเสนอวงเงินเพิ่มให้ 1 หมื่นบาทต่อราย และมีดอกเบี้ยต่ำกว่าสัญญาหลัก เป็นกลยุทธ์กระตุ้นลูกค้าในส่วนที่หายไป ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร แต่ตอนนี้กิจกรรมทางสังคมก็ยังไม่กลับมาคึกคักเหมือนเดิม ในจังหวัดขอนแก่นภาคเอกชนได้มีการพูดคุยกันอยู่ว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจการค้ากันอย่างไร”

4 จว.ตะวันออกยอดกู้วูบ 80%

ด้านนายไชยวัฒน์ อึ้งสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรีมันนี่ จำกัด ผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์รายใหญ่ในภาคตะวันออก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับบริษัท ทรีมันนี่ ปล่อยสินเชื่ออยู่ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ซึ่งเป็นโซนอุตสาหกรรมก็เงียบมาก เพราะหลายบริษัทในพื้นที่ประกาศปิดกิจการชั่วคราว ลูกค้าของพิโกที่เป็นพนักงานบริษัทส่วนมากต้องหยุดงาน บางคนย้ายกลับถิ่นฐานบ้านเกิด รวมไปถึงมีประกาศเลื่อนการเปิดภาคเรียนออกไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ทำให้ผู้ปกครองชะลอการกู้ตามไปด้วย

“พนักงานที่หยุดไปบางคนยังได้รับเงินเดือน 75% บางคนก็ตกงาน มีติดต่อเข้ามาขอไม่ชำระหนี้บ้าง ซึ่งเราก็ยื่นโนติสไว้ก่อน เมื่อสถานการณ์คลี่คลายก็ค่อยชำระ แต่คนไหนพร้อมจ่ายก็สามารถจ่ายมาได้ตลอด เพราะส่วนมากวงเงินในการกู้ของลูกค้าจะเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 10,000-50,000 บาท สัญญากู้ของผมจะมีระยะเวลาการชำระ 5 ปี จ่ายเมื่อไหร่ก็ได้ภายใน 5 ปี ที่สำคัญกลุ่มพนักงานโรงงานที่ถูกปิดกิจการ และสุ่มเสี่ยงจะย้ายถิ่นฐานเราก็ไม่ปล่อยกู้ เนื่องจากบริษัทใช้รายได้ของผู้กู้เป็นหลักประกัน ส่วนกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองที่กู้ไปให้บุตรหลานเรียน เงินยังไม่ใช้ก็ยังไม่กู้ เรียกได้ว่าเดือนพฤษภาคม 2563 เราปล่อยเงินกู้น้อยมากกว่าทุกปีและน้อยที่สุดในรอบปี ลดลงมากถึง 80%”

ปัจจุบันหลังจากรัฐบาลปลดล็อกมาตรการบางส่วนสถานการณ์ใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ โรงงานกลับมาเปิดทำการ โซนอุตสาหกรรมจึงคึกคักและลูกค้าของพิโกโทร.เข้ามาสอบถามเรื่องการขอสินเชื่อแล้ว รวมไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองเตรียมพร้อมเข้ามาขอกู้เงินต้อนรับเปิดเทอม แต่อย่างไรก็ตามต้องรอดูท่าทีของรัฐบาลต่อไป

รายงานจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลังระบุว่า ตัวเลข ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มียอดสินเชื่ออนุมัติสะสมจำนวน 229,563 บัญชี รวมเป็นจำนวนเงิน 6,114.34 ล้านบาท มียอดสินเชื่อคงค้างสะสมรวมจำนวนทั้งสิ้น 95,324 บัญชี คิดเป็นจำนวนเงิน 2,480.76 ล้านบาท โดยมีค้างชำระ 1-3 เดือน และค้างชำระที่เกินกว่า 3 เดือนจำนวน 11,165 บัญชี รวมเป็นจำนวนเงิน 296.36 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...