ปปช.แจงคำสั่งม.44 ปลดล็อกแก้ไขบางตำแหน่ง
วันนี้(13ธ.ค.61)นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่า จากคำสั่งคสช.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา มีสาระสำคัญ คือ แก้ไขนิยามคำว่า ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ในส่วนกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ โดยตัดคำว่า “กรรมการ” และเพิ่มเติมข้อความเป็น “ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด” อันมีผลทางกฎหมาย จึงส่งผลให้ตำแหน่งกรรมการของหน่วยงานอื่นของรัฐ เป็นผู้ไม่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกอบด้วย กรรมการใน กองทุน, ธนาคารแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, สถาบันคุ้มครองเงินฝาก, สถาบันพระปกเกล้า, สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ และ กรรมการในองค์การมหาชน
ทั้งนี้ป.ป.ช.ยังมีอำนาจในการกำหนดตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่น ของรัฐ ให้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงได้ โดยสามารถพิจารณากำหนดเฉพาะบางตำแหน่งที่มีความสำคัญ โดยขณะนี้สำนักงานป.ป.ช. อยู่ระหว่างพิจารณาแก้ไขประกาศ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2561 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้า คสช.ดังกล่าว คาดว่าจะสามารถนำเข้าหารือต่อที่ประชุมป.ป.ช. ได้ภายในสัปดาห์หน้า
ด้านนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่าการใช้ ม.44 ครั้งนี้ เพื่อปลดล็อกนิยามผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงให้ ป.ป.ช.สามารถพิจารณาเกณฑ์ใหม่ได้ โดยยังไม่ได้บอกว่า กรรมการสภามหาวิทยาลัย ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่ให้อำนาจ ป.ป.ช.ไปพิจารณาตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ว่าตำแหน่งใดบ้างที่เข้าข่ายต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่หากไม่ได้เป็น ผู้บริหารระดับสูงตามนิยามใหม่ และ ป.ป.ช. กำหนดให้เป็นตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ก็ต้องยื่นแบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ