โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"กิตติพันธ์" ดิ้นหนีบ่วงคดี "เอิร์ธ"

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 12 ม.ค. 2562 เวลา 14.03 น.
กิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ

กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง สำหรับคดีฉาว EARTH หรือ บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ เมื่อนายกิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ อดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย) หรือ CIMBT) ลุกขึ้นมา “ร้องขอความเป็นธรรม” เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2562 หลังจากได้รับหนังสือกล่าวหา จากคณะกรรมการตรวจสอบชุดพิเศษของธนาคารกรุงไทย เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมาว่า ได้กระทำการทุจริตและบกพร่องเกี่ยวกับการให้สินเชื่อแก่ EARTH พร้อมกับยืนยันว่า ได้มีการอนุมัติสินเชื่อไปตามกระบวนการของธนาคารกรุงไทย ทุกขั้นตอน

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทย (KTB) ได้มีการปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้บริหารของ EARTH เพื่อไปซื้อเหมืองถ่านหินที่อินโดนีเซีย โดยทำเอกสารปลอมแปลงต่าง ๆ รวมถึงทำออร์เดอร์ลม ซึ่งส่งผลให้ธนาคารกรุงไทยได้รับความเสียหายเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้นมาราว 2.6 หมื่นล้านบาท โดยเกิดขึ้นในช่วง นายกิตติพันธ์ เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการปล่อยกู้ และอยู่ในยุคที่ นายวรภัค ธันยาวงษ์ นั่งเป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย ในช่วงเวลาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายกิตติพันธ์ได้พยายามกล่าวลำดับเหตุการณ์ที่ถูกธนาคารกรุงไทยดำเนินการกับตนว่า จากกรณีปัญหาหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของ EARTH เกิดขึ้นเมื่อเดือน พ.ค. 60 หลังจากนั้นเดือน ส.ค. 60 ตนได้รับจดหมายเชิญจากธนาคารกรุงไทย เพื่อนัดคุยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และต่อมาในเดือน ต.ค. 60 ธนาคารกรุงไทยส่งหนังสือ “กล่าวหา” ตน ใน “ข้อหา” ที่ให้ข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ในการนำเสนอสินเชื่อที่ทำให้คณะกรรมการอนุมัติสินเชื่อแล้วก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่ธนาคาร

“แต่ไม่มีรายละเอียดว่า ข้อมูลใดที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง หรือการนำเสนอสินเชื่อครั้งไหน และเป็นข้อมูลที่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างไร ซึ่งผมก็ทำหนังสือไปหาธนาคารกรุงไทย เมื่อปลายเดือน พ.ย. 60 เพื่อขอให้ระบุรายละเอียดในการแจ้งข้อกล่าวหา เพราะมองว่าการระบุลอย ๆ คงจะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่เปิดโอกาสให้ชี้แจงอย่างเป็นธรรม” นายกิตติพันธ์กล่าวและว่า จนถึงกลางเดือน ม.ค. 61 ตนยังคงไม่ได้รับรายละเอียดเพิ่มเติม จึงได้เขียนจดหมายไปทวงถามอีกครั้ง และอีก 10 วันต่อมา ได้รับคำตอบจากธนาคารกรุงไทยว่า รายละเอียดของจดหมายที่ส่งมาในเดือน ต.ค. 60 นั้น “ชัดเจน” อยู่แล้ว

นายกิตติพันธ์กล่าวว่า สิ่งที่ส่งกลับมาก็ยังคงยังเห็นความคลุมเครือในข้อกล่าวหา จึงส่งหนังสือร้องขอความเป็นธรรมไปที่ธนาคารกรุงไทย ในช่วงต้นเดือน ก.พ. 61 แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เคยได้รับการตอบกลับจากธนาคารอีกเลย รอจนถึงวันที่ 25 ธ.ค. 61 ที่ธนาคารกรุงไทยออกจดหมายกล่าวหา “กิตติพันธ์” ด้วยข้อหาที่ร้ายแรง ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องมิจฉาชีพ

และในระหว่างทาง ตนเห็นท่าว่าจะรอเก้อ จึงได้ส่งหนังสือและเข้าพบธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถึง 3 ครั้ง แต่ทาง ธปท.บอกว่า ยังไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องรอให้กระบวนการเสร็จสิ้นลง

“ตอนนี้กระบวนการเสร็จสิ้นแล้ว ก็หวังว่าแบงก์ชาติจะมีโอกาสเข้าไปดูความไม่เป็นธรรมกับผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ รวมถึงผมเองด้วย” นายกิตติพันธ์กล่าว

จากเหตุการณ์ข้างต้น ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า นายกิตติพันธ์ยังมีคุณสมบัตินั่งตำแหน่งนายแบงก์อยู่ CIMBT อยู่หรือไม่ ซึ่ง นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธปท. กล่าวว่า การแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงในสถาบันการเงิน เป็นเรื่องที่ ธปท.ให้ความสำคัญมาโดยตลอด จึงได้กำหนดมาตรฐานคุณสมบัติของการเป็นผู้บริหารสถาบันการเงินไว้ในระดับที่สูง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในระบบสถาบันการเงิน ซึ่งก็เป็นแนวที่ธนาคารกลางและผู้กำกับดูแลทั่วโลกใช้ในการกำกับดูแลสถาบันการเงิน

“กรณีข่าวเกี่ยวกับอดีตผู้บริหารของ ธ.กรุงไทย เป็นเรื่องที่กระทบต่อคุณสมบัติและความน่าเชื่อถือของผู้ทำหน้าที่บริหารสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอดีตผู้บริหาร ธ.กรุงไทย ได้มีหนังสือร้องขอความเป็นธรรม และ ธปท.เห็นว่ายังมีข้อมูลที่ต้องให้ ธ.กรุงไทย ชี้แจงเพิ่มเติมในบางประเด็น ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการรอข้อมูลดังกล่าวเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป” นางจันทวรรณกล่าว

จากกรณีของเอิร์ธ กับพฤติกรรมการปล่อยสินเชื่อหย่อนยานของผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จนกลายเป็นเรื่องฉาวอีกครั้งในวันนี้ ก็ได้มีการเทียบเคียงกับกรณีคดีปล่อยสินเชื่อให้แก่กลุ่มผู้บริหาร บมจ.กฤษดามหานคร มูลค่า 8,000 ล้านบาท ซึ่งผู้บริหารกรุงไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องคดีนี้ ได้ถูกลงโทษจำคุกไล่เรียงตั้งแต่ระดับพนักงานจนถึงคณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคารกรุงไทยในยุคนั้น ซึ่งน่าจะเป็นบรรทัดฐานเดียวกับกรณีนี้หรือไม่

เป็นคำถามที่สังคมต้องการคำตอบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...