โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไม "ปูยี" สละบัลลังก์ไป 12 ปี ถึงเพิ่งออกจากพระราชวังต้องห้าม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 เม.ย. 2568 เวลา 19.03 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2568 เวลา 18.40 น.
จักรพรรดิปูยี ภายในพระราชวังต้องห้าม ถ่ายเมื่อราว ค.ศ. 1920-1924

จักรพรรดิปูยี สละบัลลังก์ไป 12 ปี แต่เพิ่งออกจากพระราชวังต้องห้าม

การสถาปนาสาธารณรัฐจีนเกิดขึ้นในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1912 แต่การสละราชสมบัติของ “จักรพรรดิปูยี” เกิดขึ้นหลังจากนั้น คือ ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน หลงอวี้ไทเฮาทรงประกาศ “พระราชโองการสละราชสมบัติ” ในนามของปูยี (ค.ศ. 1906-1967) จักรพรรดิองค์สุดท้าย และราชวงศ์สุดท้ายของจีน

หากปูยีและคณะก็ยังอาศัยอยู่ในพระราชต้องห้าม หรือพระราชวังกู้กงต่อไปได้ตาม “ระเบียบการปฏิบัติต่อพระราชสำนักอย่างดีเป็นกรณีพิเศษ” ที่กำหนดขึ้น และทุกปียังได้รับเงินจำนวน 4 ล้านหยวน จากรัฐบาลสาธารณรัฐจีน

ปูยีขณะนั้นมีอายุเพียง 6 ปี ยังคงพำนักในพระราชวัง ขุนนางที่ยังจงรักภักดีต่อราชวงศ์ชิงยังคงวนเวียนเข้าออกพระราชวังอยู่บ่อยๆ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การเมืองอย่างไม่ขาดสาย เช่น การพยายามฟื้นฟูราชวงศ์ชิงของจางซวิน ใน ค.ศ. 1917 ที่แม้จะล้มเหลว หากก็สร้างความไม่พอใจกับบุคคลชิงชังราชสำนักชิง

แต่ที่หนักข้อ คือ การรัฐประหารในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1924

เดือนตุลาคม ค.ศ. 1924 เฝิงอวี้เสียง ก่อรัฐประหารปักกิ่ง เขาคุมขังประธานาธิบดีเฉาคุน-ประธานาธิบดีที่ได้ตำแหน่งมาจากการซื้อเสียงเลือกตั้ง วันที่ 3 พฤศจิกายน กองทัพของเฝิงอวี้เสียงปลดอาวุธของกองอารักขาเดิมที่ภูเขาจิ่งซาน พระราชวังกู้กง และให้ไปรวมตัวกันที่บริเวณเป่ยย่วน เพื่อรอการจัดกำลังกองพลใหม่

เหตุการณ์นี้ทำให้ราชสำนักชิงรู้สึกตื่นตระหนกและหวาดผวาที่สุด จึงได้ติดต่อกับภายนอกอย่างลับๆ เพื่อหาวิธีรับมือ เมื่อคนฝ่ายพิทักษ์จักรพรรดิเห็นว่า สถานการณ์ในกรุงปักกิ่งสับสนวุ่นวาย ก็ฉวยโอกาสเคลื่อนไหวเช่นกัน ขณะเดียวกันก็เกิดข่าวลือเรื่องการฟื้นฟูระบอบราชาธิปไตยของราชวงศ์ชิงแพร่กระจายไปทั่ว

ลู่จงหลิน ผู้บัญชาการสูงสุดกองกำลังรับมือสถานการณ์ ทราบข่าวเหล่านี้ ก็รีบรายงานให้เฝิงอวี้เสียง และรักษาการนายกรัฐมนตรีหวงฝูทันที พร้อมระบุว่าต้องขับไล่ปูยีออกจากวังโดยเร็ว หากชักช้าเกรงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น หวงฝูจึงเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นการเร่งด่วนในคืนนั้น

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปูยีปรับเงื่อนไขการปฏิบัติตาม “ระเบียบการปฏิบัติต่อพระราชสำนักอย่างดีเป็นกรณีพิเศษ”, ให้ปูยีออกจากพระราชวัง และมีการจัดตั้งคณะกรรมการดูแลจัดการแก้ปัญหาทุกอย่างที่จะตามมา

เช้าวันที่ 5 พฤศจิกายน ลู่จงหลิน ผู้บัญชาการสูงสุดกองกำลังรับมือสถานการณ์ และ จางปี้ ผู้ตรวจการใหญ่ตำรวจ นำกำลังตำรวจและทหารรวม 60 นาย พร้อมกับหลี่อวี้อิ๋ง-ผู้มีชื่อเสียงในสังคม ไปยังประตูทิศเหนือของพระราชวังกู้กง เพื่อขับไล่ปูยีออกจากพระราชวัง ลู่จงหลินวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารไว้นอกพระราชวังกู้กง และสั่งการให้ตัดสายโทรศัพท์ที่เชื่อมกับพระราชวังกู้กงทิ้ง จากนั้นก็นำเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร 20 นายเข้าไปในพระราชวัง

ลู่จงหลินและคณะตรงไปยังที่พักของปูยี พวกเขาพบว่าราชสำนักชิงกำลังประชุม “เฉพาะพระพักตร์” กันอยู่ พวกลู่จงหลินจึงแสดงเงื่อนไขการปฏิบัติต่อพระราชสำนักอย่างดีเป็นกรณีพิเศษฉบับแก้ไข ซึ่งอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรีแก่เส้าอิง ผู้เป็นเสนาบดีสำนักพระราชวัง ทันที และแจ้งจุดประสงค์ของการมาในครั้งนี้ ขอให้เส้าอิงช่วยบอกปูยีย้ายออกจากพระราชวังกู้กงทันที

เส้าอิงที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อตั้งสติได้เข้าก็กดดันหลี่อวี้อิ๋งและลู่จงหลิน ด้วยการตั้งคำถามว่า ทั้งสองต่างเป็นบุตรชายของอดีตขุนนางใหญ่ของราชสำนักชิง เหตุใดจึงทำเช่นนี้

หลี่อวี้อิ๋งยิ้มไม่ตอบอะไร ลู่จงหลินตอบว่า “ท่านควรรู้ไว้ว่า พวกเรามาที่นี่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของคณะรัฐมนตรี พวกเราทำเพื่อสาธารณรัฐขณะเดียวกันก็ทำเพื่อราชสำนักชิงด้วย หากไม่ใช่พวกเราแล้ว ก็อย่าได้คิดว่าจะได้สบายอกสบายใจเช่นนี้เลย” เส้าอิงจนปัญญา จึงรีบรายงานให้ปูยีทราบ

หลังการปรึกษาหารือ เส้าอิงแจ้งว่า การย้ายทันทีนั้นค่อนข้างลำบาก จึงขอผ่อนเป็นเวลา 3 เดือน หากลู่จงหลินยืนยันว่า ภายในวันนี้ต้องยกเลิกพระนามจักรพรรดิ, ส่งมอบพระราชลัญจกรและพระราชวัง, ต้องย้ายออกจากพระราชวังกู้กงทันที และห้ามย้ายไปที่พระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวนด้วย เพราะพระราชวังฤดูร้อนก็จะยึดเป็นของรัฐบาล

เส้าอิงพยายามต่อรองยืดเวลาออกไป แต่เมื่อลู่จงหลินยืนยันหนักแน่น หลังจากเจรจาต่อรองกันอยู่หลายหน สุดท้ายปูยีก็ตอบรับว่าจะออกจากพระราชวัง เวลา 16.00 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน ค.ศ. 1924 ปูยีส่งมอบพระราชลัญจกร เก็บข้าวของส่วนตัว และย้ายออกจากพระราชวังต้องห้ามไปพักที่ตำหนักเดิมของเจ้าชายตำแหน่งคุนแถวสะพานกานสุ่ย ท่ามกลางการเฝ้าดูแลความเคลื่อนไหวและอารักขาของลู่จงหลินและคณะ

หลังจากปูยีออกจากพระราชวังกู้กงไปแล้ว คณะกรรมการดูแลจัดการปัญหาได้ทำบัญชีรายการ และจัดระเบียบโบราณวัตถุมีค่าในพระราชวังกู้กงตามกฎระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด และเตรียมการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์พระราชวังกู้กง ซึ่งต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ ในที่สุดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 1925

ส่วนปูยีหลังออกจากพระราชวัง ช่วงแรกไปพำนักที่ตำหนักเจ้าชายตำแหน่งคุน จากนั้นก็ไปอยู่เมืองเทียนจินอย่างลับๆ โดยได้รับความช่วยเหลือจากชาวญี่ปุ่น หลังเหตุการณ์ “18 กันยา” ปูยีก็ไปเป็นจักรพรรดิหุ่นเชิดแห่ง “อาณาจักรแมนจูกัว”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เส้าหย่ง, หวังไห่ผิง-เขียน, กำพล ปิยะศิริกุล- แปล. หลังสิ้นบัลลังก์มังกร, สำนักพิมพ์มติชน ตุลาคม 2560

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 7 มิถุนายน 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไม “ปูยี” สละบัลลังก์ไป 12 ปี ถึงเพิ่งออกจากพระราชวังต้องห้าม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...