โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘PIMO’พื้นฐานเปลี่ยนแรง มีดีลควบรวม-ร่วมทุนพาร์ทเนอร์นอก

ทันหุ้น

อัพเดต 20 ก.ค. 2563 เวลา 02.00 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2563 เวลา 02.00 น.

ทันหุ้น - สู้โควิด - PIMO โมเดลธุรกิจเปลี่ยน กางแผนร่วมทุนพาร์ทเนอร์นอกตั้งโรงงานผลิตในไทยในปีหน้า เล็งถือหุ้นสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 51% ด้านบอสใหญ่ “วสันต์ อิทธิโรจนกุล” แย้มมีดีลควบรวมกิจการธุรกิจผลิต-ขายอุปกรณ์สุขภัณฑ์ โกยกำไรได้ปีละ 20-30 ล้านบาท เตรียมอัพกำลังการผลิตครั้งใหญ่ 400 ลูกต่อวัน จากปัจจุบัน 50-70 ลูกต่อวัน ป้อนลูกค้าอเมริกา ส่งซิกออร์เดอร์ไหลเข้าเพียบ มีลุ้นผลงานโตโดด

นายวสันต์ อิทธิโรจนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายมอเตอร์สำหรับเครื่องปรับอากาศ มอเตอร์กำลังสำหรับอุตสาหกรรม และเครื่องสูบน้ำ ปั๊มหอยโข่ง และมอเตอร์สำหรับสระและสปา โดยแบ่งเป็นการผลิตตามคำสั่งจ้างผลิต (OEM) และการผลิตจัดจำหน่ายภายใต้ตราสินค้า Pioneer Motor ซึ่งเป็นตราสินค้าของบริษัท เปิดเผยว่า แผนร่วมทุนกับพันธมิตร(พาร์ทเนอร์) ต่างประเทศ คาดจะเห็นความชัดเจนในปีหน้า โดยรูปแบบการร่วมทุนคือการจัดตั้งโรงงาน ผลิตสินค้าในประเทศ และส่งสินค้าไปขายที่อเมริกา และบริษัทคาดจะถือหุ้นในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 51% และพาร์ทเนอร์ถือ 49% หากเป็นไปตามแผนคาดจะสนับสนุนการขายสินค้าในอเมริกาเติบโตเพิ่มขึ้น

แผนควบรวมกิจการ

ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาการควบรวมกิจการ(M&A) กับบริษัทที่ประกอบธุรกิจผลิตและขายอุปกรณ์สุขภัณฑ์ หรือเครื่องใช้ในห้องน้ำ ซึ่งบริษัทดังกล่าวมียอดขายอยู่ที่ราว 300 ล้านบาท และมีกำไร 20-30 ล้านบาท หากสามารถทำดีลควบรวมได้สำเร็จ คาดว่าจะช่วยขยายฐานผลประกอบการของบริษัทให้เติบโตสูงขึ้นในอนาคต อีกทั้งจะช่วยสนับสนุนให้บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง หากต้องการใช้เงินสำหรับการขยายธุรกิจ

สำหรับทิศทางธุรกิจช่วงต่อจากนี้ บริษัทมีคำสั่งซื้อ(ออเดอร์)ที่จะผลิตและขายเต็มแล้วในเดือนนี้ และคาดจะมีออเดอร์เข้ามาตลอดไปจนถึงสิ้นปี อีกทั้งบริษัทได้เจรจากับผู้ผลิตแอร์ พัดลม ตู้เย็นรายใหญ่ในประเทศเพื่อผลิตมอเตอร์ให้กับลูกค้ารายดังกล่าว โดยมีออเดอร์เพิ่มขึ้นอีก 40% หรือผลิตเพิ่มขึ้นเกือบ 3 พันลูก จากปัจจุบันผลิตอยู่ที่ 2 พันลูก และบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาตัวเลขเงินลงทุน สำหรับการขยายกำลังการผลิต

นายวสันต์ กล่าวต่อว่า นวัตกรรมการผลิตสินค้ามอเตอร์ชนิดพิเศษ BLDC บริษัทจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าอเมริกา เนื่องจากการเติบโตในมอเตอร์สระว่ายน้ำมีความต้องการใช้มอเตอร์มากขึ้น โดยข้อมูลจากนิตยสารชื่อดังในอเมริกา สิ้นปี 2561 มีจำนวนสระว่ายน้ำส่วนตัว 10.4 ล้านสระ ส่วนสระว่ายน้ำสาธารณะมีอยู่ประมาณ 3.1 แสนสระ โดยคาดสระว่ายน้ำจำเป็นต้องใช้มอเตอร์ประมาณ 3 ลูกต่อ 1 สระ หากคิดเป็นจำนวนสระว่ายน้ำทั้งหมด คาดจะใช้มอเตอร์อยู่ที่ 11.3 ล้านลูก และมีการซ่อมบำรุงประมาณ 10% หรือ 1.1 ล้านลูก

เพิ่มกำลังการผลิต

ทั้งนี้บริษัทคาดหวังประมาณ 10% หรือปีละ 1.13 แสนลูก คิดเป็นต่อวันที่ 400 ลูก ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 50-70 ลูกต่อวัน ซึ่งยังไม่เพียงพอในการรองรับ การซ่อมบำรุง ทำให้บริษัทมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตในปีหน้าที่ 400 ลูกต่อวัน และ 800 ลูกต่อวันในปีถัดไป

อย่างไรก็ตามหากสามารถผลิตสินค้าและเพิ่มกำลังการผลิตได้ตามแผน คาดยอดขายในอเมริกาจะเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยตัวเลขรายได้ของบริษัทจะเห็นความชัดเจนตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป ซึ่งบริษัทสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ถึง 800 ลูกต่อวัน

ส่วนภาพรวมในปีนี้บริษัทคาดยอดขายจะใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 663.78 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าหลักมียอดขายลดลง จากผลกระทบทางเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่คาดอัตรากำไรขั้นต้น(Gross Profit Margin) ปีนี้จะสูงกว่า 10% จากการขายสินค้ามอเตอร์ชนิดพิเศษ BLDCซึ่งมีมาร์จิ้นสูง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...