โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ล้งทุเรียนอ่วม จีนเก็บ VAT 13% ต้นทุนพุ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ส.ค. 2563 เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 06.50 น.
ต้นทนพุ่ง - การส่งออกทุเรียนในภาคใต้ปีนี้กำลังประสบปัญหาจากการเก็บภาษีที่เข้มงวดของประเทศจีนผู้นำเข้าหลัก ส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนส่งออกสูงขึ้น

ล้งทุเรียนอ่วม จีนใช้ระบบ single window เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 13% เข้มงวด ทำต้นทุนส่งออกพุ่งอีก 5-6 แสนบาทต่อตู้ แถมชาวสวนฮั้วราคาขายทำต้นทุนพุ่งหน้าสวน 100 บาทต่อ กก.แล้ว ขณะที่ปลายทางขายในจีน ทำราคาได้ไม่สูง เหตุโควิด-19 ระบาดรอบ 2 คนจีนใช้จ่ายประหยัดขึ้น

แหล่งข่าวจากวงการล้งทุเรียนเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ล้งส่งออกทุเรียนกำลังประสบปัญหาสำคัญในการส่งออกทุเรียน และมังคุดไปจีน เนื่องจากจีนมีความเข้มงวดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ร้อยละ 13 จากการนำเข้าทุเรียน หลังจากจีนเปลี่ยนหน่วยงานจัดเก็บภาษี และทำการจัดระเบียบการค้าชายแดนใหม่ โดยจัดทำระบบ single window ซึ่งรวบรวมข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ของรถขนส่งสินค้าและระบบการแจ้งสำแดงสินค้าเข้าด้วยกัน โดยจะต้องกรอกข้อมูลเข้าระบบล่วงหน้า และใช้ระบบถ่ายรูปตรวจสอบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรงกัน

แหล่งข่าวคนดังกล่าวระบุว่า ช่วงจีนได้เริ่มทดสอบระบบตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 แต่ที่ผ่านมาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลยังไม่สมบูรณ์และระบบยังไม่เสถียร ทำให้ที่ผ่านมาแต่ละด่านจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มไม่เท่ากัน ประมาณ 9-10% แต่ปัจจุบันระบบดังกล่าวมีความสมบูรณ์ ทำให้จีนไม่สามารถเหมารวมเก็บ VAT ได้เหมือนฤดูกาลที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนในการส่งออกทุเรียนของล้งไทยเพิ่มขึ้นสูง โดยเฉลี่ยต่อตู้ต้องจ่าย VAT รวมประมาณ 5-6 แสนบาทต่อตู้

“ตอนนี้การส่งออกทุเรียนไปจีนมีราคาสูงอยู่แล้ว เนื่องจากชาวสวนจับมือฮั้วราคากัน ทำให้ราคาทุเรียนหน้าสวนสูงถึง 100 บาทต่อ กก. หรือกว่า 100 บาทต่อ กก. แถมคุณภาพของทุเรียนที่ได้ไม่ดี มีทั้งทุเรียนอ่อน และหนอนเจาะ ขณะที่การทำตลาดในจีนปีนี้ตั้งราคาสูงไม่ได้ เพราะกำลังซื้อในประเทศจีนมีจำกัด การแพร่ระบาดของโควิดทำให้คนจีนใช้จ่ายอย่างประหยัด เมื่อมาเจอจีนเข้มงวดในการเก็บ VAT ส่งผลให้ต้นทุนของล้งสูงขึ้นไปอีกมาก ปีนี้จึงค้าขายค่อนข้างลำบาก” แหล่งข่าวกล่าว

ราคาทุเรียน

นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา (สสก.ที่ 5 จ.สงขลา) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมผลผลิตทุเรียนในภาคใต้ปี 2563 คาดการณ์เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณ 480,000 ตัน ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว และเก็บเกี่ยวไปแล้วประมาณ 60% ยังคงเหลือประมาณ 200,000 ตัน หรือประมาณ 30% แต่มาโดนพายุถล่มเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 63 ที่ จ.ชุมพร และ จ.พัทลุง บางส่วน ได้รับความเสียหายโดยภาพรวมไปประมาณ 20-30% คาดว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตทั้งหมดได้ในเร็ว ๆ นี้

ผอ.สสก.ที่ 5 กล่าวว่า ราคาทุเรียนปีนี้ถือว่าค่อนข้างดีมาก เพราะผลผลิตออกมาไม่พร้อมกันในแต่ละพื้นที่ เพราะจากสภาพภูมิอากาศ ส่งผลทำให้ราคาทุเรียนหน้าสวนเคลื่อนไหวที่ดีในระดับ 100 บาท/กก. เทียบกับปีที่ผ่านมา ราคาหน้าสวนเคลื่อนไหวตั้งแต่ 50-70 บาท/กก. ส่วนทุเรียนนอกฤดูในปี 2563 มีประมาณ 5,000 ตัน ราคาตั้งแต่ 130 บาท/กก. คิดเป็นภาพรวมมูลค่าทุเรียนในปี 2563 ประมาณเกือบ 50,000 ล้านบาท

ส่งผลให้ในปีนี้ทุเรียนเข้าสู่กระบวนการฟรีซดรายมีปริมาณน้อยมาก เนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปทุเรียนไม่สามารถประกอบการได้ เพราะจะประสบภาวะขาดทุน เพราะเข้าสู่การขบวนการฟรีซดราย ราคาทุเรียนจะต้องอยู่ที่ไม่เกินประมาณ 50 บาท/กก. จึงจะคุ้มทุนประกอบการได้

นายสุพิทกล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันภาคใต้มีพื้นที่ปลูกทุเรียนประมาณ 570,000 ไร่ มีการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% ต่อปี โดย จ.ชุมพรมีพื้นที่ปลูกเป็นอันดับ 1 แต่ถือว่ามีการขยายตัวไม่สูงมาก และอีกทั้งต้นทุเรียนมีอัตราการตายด้วย ดังนั้นในการทำสวนทุเรียนจะต้องเป็นมืออาชีพ และทิศทางปลูกทุเรียนยังไปได้ดี หากไม่เกิดอุปสรรคเรื่องของการส่งออก และภาคใต้ถือเป็นพื้นที่เหมาะสมมากในการปลูกทุเรียน เพราะความเป็นธรรมชาติฝนดี น้ำดี และมี 2 ฝั่งทะเลอ่าวไทย และอันดามัน จึงทำให้ทุเรียนได้คุณภาพมาก

นายสุพิทกล่าวต่อไปว่า ในส่วนของมังคุดปี 2563 ได้ผลผลิตประมาณ 110,000 ตัน โดยล่าสุดราคาประมูลอยู่ที่ 105 บาท/กก. ลูกเบอร์ 1 เกรดเอเป็นราคาที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีของผลไม้มังคุด ที่ได้ราคาเฉลี่ยสูงสุด เมื่อเทียบจากปีที่แล้วราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่ 35 บาท/กก. และไม่เกิน 50 บาท/กก. และคาดราคาเฉลี่ยทั้งปี 2563 จะอยู่ที่ประมาณ 70 บาท/กก. ทั้งนี้ มังคุดเข้าสู่ตลาดแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ประมาณ 30% ยังเหลืออีก 70% จะเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วเสร็จภายในเร็ว ๆ นี้ ภาพรวมปี 2563 ผลผลิตทุเรียน และมังคุดในภาคใต้ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เกือบประมาณ 60,000 ล้านบาท

เจ้าของสวนทุเรียน

เจ้าของสวนทุเรียน หมู่ 3 บ้านด่านโลด เทศบาลตำบลควนเสาธง อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทุเรียนรุ่น 1 ที่ออกในปีนี้ได้รับความเสียหายมาก เนื่องจากฝนที่ตกลงมาช่วงนี้ทำให้ผลผลิตทุเรียนอ่อนร่วงหล่น นอกจากนี้มีหนอน กระรอก กระแตกัดกิน ได้รับความเสียหาย เมื่อผลผลิตในตลาดลดลง ทำให้ราคาสูงขึ้นไป 120-300 บาทต่อ กก.

รายงานข่าวจากจังหวัดพัทลุงเปิดเผยว่า ใน จ.พัทลุง ทุเรียนมีมากที่ อ.ตะโหมด กงหรา ศรีนครินทร์ ศรีบรรพต และ อ.ป่าพะยอม ภาพรวมประมาณ 16,000 ไร่ มีทั้งสวนผสมและสวนเชิงเดี่ยว โดยมีผลผลิตประมาณ 2 ตัน/ไร่ ประมาณ 32,000 ตัน สำหรับทุเรียนรุ่นที่ 1 ได้เก็บเกี่ยวหมดแล้วตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม 2563 ตอนนี้เข้าสู่การเก็บเกี่ยวรุ่นกลาง 2 3 4 และรุ่นสุดท้ายที่ 5 จะเก็บเกี่ยวสิ้นสุดประมาณเดือนกันยายน 2563

อนึ่ง กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเปิดเผยสถิติการค้าระหว่างประเทศช่วง 4 เดือนแรกของปี 2563 (มกราคม-เมษายน) ว่า การส่งออกทุเรียนสดไทยขยายตัว โดยเฉพาะในตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลัก (สัดส่วนการส่งออกร้อยละ 72) โดยการส่งออกขยายตัวถึงร้อยละ 78 คิดเป็นมูลค่าส่งออก 567 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ยอดส่งออกทุเรียนสู่ตลาดโลกในภาพรวมขยายตัวร้อยละ 30 มีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 788 ล้านเหรียญสหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...