โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กบิลพรหม, ขุนสาง , อสิพรหม” นิทานวันสงกรานต์หลายชาติ

Ticy City

เผยแพร่ 06 เม.ย. 2568 เวลา 19.55 น.

ตำนานเล่าขาน

นับถอยหลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลสำคัญของไทยนั้นคือ “เทศกาลสงกรานต์” Nai Mu กรูรูสายมูผู้มีเรื่องเล่ามากมายใน God’s City จากเว็บต์ไซต์และเพจ Ticy City เลยถือโอกาสมาเล่าตำนานเล่าขาน “กบิลพรหม, ขุนสาง , อสิพรหม” นิทานวันสงกรานต์หลายชาติ ให้ได้อิมเอมในอรรถรสก่อนออกลุยเล่นน้ำให้ฉ่ำชื่นใจ

คนไทยอาจจะคุ้นเคยกับ “ท้าวกบิลพรหม” ความจริงแล้ว นิทานนี้เพิ่งจะมีครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 3 ส่วนนิทานสงกรานต์ของเพื่อนบ้านใกล้เคียงก็จะมีเรื่องราวที่แตกต่างกันไป เช่น บางแห่งเป็นเรื่องของอสูรชื่อ “ขุนสาง” และบางแห่งที่ชื่อว่า “อจิพรหม” อีกด้วย

เศียรท้าวกบิลพรหมองค์มหาสงกรานต์

“ท้าวกบิลพรหม” ที่มาของตำนานสงกรานต์ไทย

สำหรับสงกรานต์ที่แพร่หลายในประเทศไทย มาจากจารึกเรื่อง “มหาสงกรานต์” ที่เป็นลายลักษณ์อักษร ณ คอสองในประธานของศาลาล้อมพระมณฑปทิศเหนือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือที่เราคุ้นชินกันในชื่อ วัดโพธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ท่าเตียน โดยจารึกนี้เป็นภาษาไทย มีจำนวน 7 แผ่น (ปัจจุบันสูญหายไปบางแผ่น) สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ทรงบูรณะพระอารามเมื่อปี พ.ศ. 2374 สันนิษฐานว่าเป็นเรื่องเล่าจากฝ่ายมอญ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “ท้าวกบิลพรหม” อ้างในนิทานว่า เป็นพรหมในชั้นยามาเทวภูมิ (สวรรค์ชั้นที่ 3) ลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อทายปริศนา 3 ข้อกับพระธรรมบาลกุมาร

เนื้อเรื่องเริ่มจาก ครอบครัวเศรษฐี สามี-ภรรยาคู่หนึ่งอยู่ด้วยกันมาหลายสิบปี แต่ไม่มีลูก บ้านของเศรษฐีอยู่ใกล้เคียงกับครอบครัวนักเลงผู้หนึ่งที่มีลูกชายหน้าตาดีถึง 2 คน ฝ่ายนักเลงไม่กินเส้นกับพวกคนรวย พอฝ่ายหนึ่งมีจุดอ่อน ฝ่ายนักเลงก็กล่าวจาบจ้วงเปรียบเปรยว่า เป็นเศรษฐีมีสมบัติมากมายแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์ เพราะไม่มีลูกมารับช่วงต่อ เศรษฐีได้ยินอย่างนั้นก็พูดไม่ออก แต่เห็นด้วย ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้าด้วยความอับอายในโชคชะตา เศรษฐีผู้นั้นจึงตั้งความปรารถนาอยากจะมีลูกด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ทำการบวงสรวงแก่พระอาทิตย์และพระจันทร์เป็นเวลานานถึง 3 ปี ก็ยังเงียบ ! ในปีที่ 4 เปลี่ยนการบวงสรวงจากสุริยัน-จันทรา มาบวงสรวงเจ้าพ่อต้นไทร ! แบบจัดเต็ม มากมายด้วยข้าวของบูชาชั้นเลิศทุกสิ่งอย่าง เศรษฐีรำพึง รำพัน น้อยใจในชะตา เจ้าพ่อต้นไทรจึงไปทูลต่อพระอินทร์ถึงประสงค์ของเศรษฐีผู้นั้น พระอินทร์ตอบรับส่ง “ธรรมบาลเทวบุตร” ไปเกิด เศรษฐีตั้งชื่อลูกชายคนนี้ว่า “ธรรมบาล” สร้างปราสาทสูง 7 ชั้นข้างต้นไทรให้ลูกชาย

ท้าวกบิลพรหม-ธรรมบาลกุมาร

ธรรมบาลกุมาร เฉลียวฉลาดมาก จบคัมภีร์ไตรเพทของฝายพราหมณ์ตั้งแต่อายุ 7ขวบ แถมมีความสามารถพิเศษคือ รู้ภาษานกอีกด้วย ธรรมบาลกุมารช่วยแก้ปัญหาให้ชาวบ้านอยู่เนืองๆ และมากขึ้นทุกวัน คนไม่ได้มาบนบานถวายข้าวของให้ท้าวกบิลพรหมดังก่อน ท้าวกบิลพรหมจึงมีจิตคิดอิจฉา อยากตัดไฟแต่ต้นลม ! จ้องล้างผลาญอย่างมีคุณธรรมแก่กุมารผู้นี้จงได้

ท้าวกบิลพรหม ลงจากสวรรค์ชั้นยามาเทวภูมิและตั้งคำถาม 3 ข้อว่า… ในวัฏจักรชีวิตของคนเรา เวลาเช้าศรีอยู่ที่ไหน, กลางวันศรีอยู่ที่ไหน และเวลาเย็นศรีอยู่ที่ไหน ? ท้าวกบิลพรหมกล่าวต่อว่า ถ้าธรรมบาลกุมารตอบได้ ก็จะบั่นคอถวายหัวให้ แต่ถ้าธรรมบาลกุมารตอบไม่ได้ ก็ต้องกระทำเช่นเดียวกัน และอีก 7 วันข้างหน้าจะมาเอาคำตอบ !

ท้าวกบิลพรหม-ธรรมบาลกุมาร

ล่วงเลยมาถึงวันที่ 6 พระธรรมบาลกุมารก็ยังคำตอบถามนี้ไม่ได้ ! จึงคิดปลง ไปเที่ยวเล่นให้เพลิดเพลินในป่าให้สบายใจก่อนตาย เมื่อเมื่อยล้าก็ล้มลงนอนใต้ต้นตาล ! ระหว่างที่กำลังเคลิ้มๆ ก็ได้ยินเสียงนกอินทรีผัว-เมียคุยกัน ฝ่ายอินทรีตัวเมียถามผัวว่า พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารที่ไหนให้ลูก ฝ่ายผัวว่า เราได้กินเนื้อธรรมบาลกุมารที่แพ้ต่อท้าวกบิลพรหมแน่ ! พลันผัวก็เผยคำตอบแก่เมีย ธรรมบาลกุมารได้ยินก็ดีใจ นำคำตอบไปบอกท้าวกบิลพรหมในวันรุ่งขึ้นว่า “เช้าราศีอยู่ที่หน้า ตื่นมาก็ต้องล้างหน้าก่อน , กลางวันแดดร้อน ก็ต้องหาแป้งร่ำน้ำอบมาพรมที่หน้าอก, ตอนเย็น ก็ต้องล้างเท้าก่อนขึ้นบ้านนอน”

คำตอบทั้งหมดถูกต้อง ! ท้าวกบิลธรรมก็ต้องตัดเศียรตัวเอง พรหมผู้นี้ น่าจะเป็นบุคลาธิษฐานของ “พระอาทิตย์” เพราะสงกรานต์คือ การย้ายของพระอาทิตย์เข้าไปราศีเมษ

พระอาทิตย์มีความร้อนมาก ตกที่ไหน ไม่ว่าแผ่นดินหรือผืนน้ำ ไฟก็จะลุกไหม้เป็นจุณ ดังนั้น พระธิดาทั้ง 7 ซึ่งเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา (สวรรค์ชั้นที่ 2) ในสังกัดฮาเร็มของพระอินทร์ จึงต้องผลัดกันนำพานมารองรับเศียรท้าวกบิลพรหมแห่ประทักษิณหรือการเวียนขวารอบเขาพระสุเมรุเป็นเวลา 60 นาที แล้วนำเศียรนั้นไปไว้ในถ้ำคันธูลี เขาไกรลาส บูชาด้วยเคริ่องทิพย์ ท้าวเวสสุกรรม เนรมิตโรงประชุมหมู่เทวดาด้วยแก้วเจ็ดประการ ทุกหนึ่งปี จะนำเศียรท้าวกบิลพรหมมาเวียนครั้งหนึ่ง

อสูรขุนสางกับเมียคนที่ 7

“ขุนสาง” นิทานสงกรานต์ไทใหญ่

เมืองขอน มณฑลยูนนาน ประเทศจีน มีตำนานกล่าวถึง ขุนสาง อสูรตัวพ่อสุดโหด ไม่มีใครสังหารได้ ทั้งมีนิสัยชอบแย่งชิงข้าวของและเมียคนอื่นมาเป็นของตัว ขุนสางแย่งเมียคนอื่นมาถึง 7 คน และเมียเด็กคนสุดท้าย มีความงดงามเป็นเลิศ ขุนสางรักใคร่ยิ่งกว่านางใด วันหนึ่งในงานเลี้ยง อสูรเมามาย นางกล่าวว่า เจ้าพี่คงมีชีวิตอมตะนิรันดร์กาล เพราะไม่มีใครในโลกจะสังหารได้ ! เมื่อรักเมียคนนี้ที่สุดจึงไว้ใจ และบอกเคล็ดท่าไม้ตายแก่นางว่า มีเพียงเส้นผมของตัวเองที่จะบั่นคอให้ขาดได้ บรรดาเมียทั้งหลายคงทนกับคนจัญไรอย่างอสูรขุนสางมานานก็ดีใจ เมียคนเล็กรอให้ผัวหลับ แล้วถอนเส้นผมมารัดคออสูรขุนสางจนถึงแก่ความตาย หัวตกพื้นก็เกิดไฟไหม้ ครั้นหยิบหัวขึ้นมาจากพื้น ไฟก็มอดลง จึงเป็นประเพณีว่า ในแต่ละปี เมียหม้ายทั้ง 7 จึงต้องผลัดกันมาเชิญหัวอสูรขุนสาง เมื่อตอนยกหัวมีเลือดออกก็จะต้องใช้น้ำรดแผ่นดิน ไม่ให้เกิดไฟไหม้

ตำนานสงกรานต์ เมียนมา

ตำนานว่า สักยามิน (พระอินทร์) โต้แย้งกับอจิพรหม มีอยู่ 2 สำนวน สำนวนหนึ่งเป็นเรื่องปัญหาทางพุทธศาสนาว่าสิ่งใดคือยอดบุญ ฝ่ายแพ้ต้องถูกตัดเศียร สักยามินว่า ศีล ส่วน อาจิพรหมว่า ทาน ทั้งคู่จึงได้ถามหมอดูกะวาลาเมียงผู้มีความรู้และอภิญญาแก่กล้า ผลปรากฏว่าสักยามินเป็นผู้ชนะ อาจิพรหมต้องตัดเศียร

อีกเรื่องคือ สักยามินว่า สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน แต่อาจิพรหมว่ามี 8 วัน จึงให้ หมอดูกะวาลาเมียงตัดสิน สักยามินเป็นฝ่ายชนะ อาจิพรหมจึงต้องตัดเศียร แต่อาจิพรหมเสียชีวิตไม่ได้ สักยามินจึงให้พระขรรค์เล่มหนึ่งกับหมอดู ให้ไปตัดหัวสัตว์ตัวแรก ซึ่งคือ ช้าง เพื่อมาต่อให้อาจิพรหม (พระคเณศ) ส่วนเศียรเดิม สักยามินให้นางฟ้าทั้ง 7 (ไม่ได้เป็นลูกสาวอาจิพรหม) ผลัดกันมาเชิญเศียรสรงน้ำ เวียนรักษาคนละปี

เล่นน้ำสนุกสนานวันสงกรานต์
เล่นน้ำสนุกสนานวันสงกรานต์
เล่นน้ำสนุกสนานวันสงกรานต์

สงกรานต์คนไทสิบสองปันนา

เรื่องหนึ่งว่า เทวดาชั้นผู้ใหญ่ชื่อ หุ่นซีเจี่ย ได้สร้างโลก แล้วให้เทวดา 4 องค์มาดูแลเดือนและฤดูกาล เทวดา 3 องค์แรก แบ่งวันเป็น 30 วัน, 31 วัน และ 29 วัน แต่องค์ที่ 4 ชื่อ หุ้นส่ง เสนอให้มี 30 วันเท่ากันทุกเดือน 10 ปีต่อมา ปรากฏว่า ทฤษฎีของหุ้นส่ง ส่งผลให้ฤดูกาลแปรปรวน หุ่นซีเจี่ยจึงคิดกำจัดเทวดาหุ่นส่ง ไปปรึกษาเมียคนหนึ่งของหุ้นส่งที่หลงรักหุ่นซีเจี่ย นางจึงใช้เส้นผมรัดคอหุ่นส่งจนตาย แล้วให้เมียทั้งหลายผลัดเวียนกันมาเชิญเศียรหุ่นส่ง และใช้น้ำเย็นราด ดังนี้ หุ่นซีเจี่ย จึงแบ่งฤดูกาลใหม่ นับแต่นั้น

บรรดานิทานสงกรานต์หลากหลายชาติเหล่านี้ สะท้อนความขัดแย้งผ่านตัวละคร ไม่ว่าจะเป็น ท้าวกบิลพรหม- ธรรมบาลกุมาร, สักยามิน -อสิพรหม , พญามาร-เมีย ซึ่ง การตัดหัว ตีความ อาจหมายถึง การตัดศักราช หรือเปลี่ยนศักราชเข้าสู่ปีใหม่ , เศียร คือ อาทิตย์ และ “ผู้หญิง” ในฐานะผู้เชิญเศียร อาจจะเป็นภาพสะท้อนของสังคมโบราณที่ผู้หญิงเป็นใหญ่ในการปกครอง เป็นผู้นำทั้งเรื่องความเชื่อ ประเพณี และพิธีกรรมต่างๆ ก็เป็นได้ ! สัปดาห์หน้า “นางสงกรานต์” จะมารับหน้าที่บอกเล่าของพวกเธอ!

เล่นน้ำสนุกสนานวันสงกรานต์

พิเศษ ปีนี้ 13-15 เมษายน มีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย สงกรานต์ 4 ภาค 6 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น (วัดไชยศรี) , กรุงเทพฯ (12 พื้นที่วัฒนธรรม) , ลำพูน (ตลาดนัดสงกรานต์ ถนนรถแก้ว), เชียงใหม่ (วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร) ,อุดรธานี (บ้านเชียง), ภูเก็ต (วัดไม้ขาว)

พิธีสรงน้ำท้าวกบิลพรหม ที่เชียงใหม่
พิธีสรงน้ำท้าวกบิลพรหม ที่เชียงใหม่
พิธีสรงน้ำท้าวกบิลพรหม ที่เชียงใหม่

ติดตามรายละเอียดที่ เพจ Water Festival Thailand

เรื่อง : Nai Mu

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...