โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

5 องค์กรเศรษฐกิจ-การเงิน ผนึกกำลังเร่งฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน มั่นใจเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง

Thairath Money

อัพเดต 31 มี.ค. 2568 เวลา 04.20 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 04.20 น.
ภาพไฮไลต์

หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาเมื่อวันศุกร์ที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา พร้อมกับอาฟเตอร์ช็อกอีกหลายครั้ง ส่วนประเทศไทยสัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนและเกิดความเสียหายในหลายอาคารสำนักงานและที่พักอาศัย ทำให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างออกมายืนยันถึงความพร้อมและความแข็งแกร่งของระบบในทุกด้าน ทั้งโครงสร้างอาคาร ระบบการผลิต การเงิน และตลาดทุนของประเทศ

สภาวิศวกรตรวจ 11,000 อาคารในกรุงเทพฯ พบ 2 หลังเป็นกลุ่มสีแดง

ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกร เปิดเผยว่า สภาวิศวกรได้มีการตรวจสอบอาคารในกรุงเทพฯ แล้วกว่า 11,000 ราย พบอาคารสีแดงที่อยู่ในภาวะอันตรายเพียง 2 หลัง ขณะที่อาคารโรงพยาบาลบางแห่งอยู่ในกลุ่มสีเหลือง ซึ่งอยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบเพิ่มเติม

ทั้งนี้ อาคารในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่สร้างตามกฎหมายปี 2540 ซึ่งเน้นการออกแบบให้มีความยืดหยุ่นและทนแรงสั่นไหวได้ดี “การสั่นไหวเป็นเรื่องปกติ แต่การที่อาคารไม่หักแสดงถึงความเหนียว ซึ่งยืนยันความมั่นใจในโครงสร้างอาคารในกรุงเทพฯ

สภาอุตฯ รับกระทบภาคการผลิตบางส่วน ย้ำโรงงานส่วนใหญ่ปลอดภัย

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวมีผลกระทบต่อภาคการผลิตเพียงเล็กน้อย โรงงานส่วนใหญ่เครื่องจักรมีระบบความปลอดภัยอัตโนมัติ โดยเมื่อมีแรงสั่นไหวถึงระดับหนึ่ง ระบบจะสั่งตัดเครื่องจักร หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป วิศวกรประจำโรงงานจะเข้าไปตรวจสอบระบบต่างๆ เช่น เครื่องจักร ไฟฟ้า และความปลอดภัย ก่อนกลับมาดำเนินการผลิตได้ตามปกติ

“หลายโรงงานที่มีกะกลางคืนสามารถกลับมาทำงานได้ทันที และหลายโรงงานที่หยุดช่วงวันศุกร์ก็สามารถกลับมาดำเนินการผลิตในวันเสาร์ได้ตามปกติ โรงงานขนาดเล็กก็ไม่มีปัญหา โดยมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและสอบถามข้อมูลแล้ว” นายเกรียงไกรกล่าว

ทั้งนี้ ยังย้ำว่า ระบบการส่งแก๊สในโรงงานขนาดใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบ และการป้อนวัตถุดิบก็เป็นไปอย่างราบรื่น โดยภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้างในอนาคตควรคำนึงถึงความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวในการออกแบบและวางแผนโครงการด้วย

ธปท. ชี้ระบบการเงินไทยยังมั่นคง สั่งธนาคารช่วยลูกหนี้

ดร. รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ระบบชำระเงินในประเทศไทยไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวโดยตรง แต่มีเพียงความไม่สะดวกทางกายภาพในการเดินทางไปทำธุรกรรมในบางพื้นที่ โดย ธปท. ได้ผ่อนปรนเงื่อนไขบางประการให้แก่ประชาชนในช่วงเวลาดังกล่าว

“ระบบของธนาคารพาณิชย์ยังทำงานได้ตามปกติ ทั้งระบบออนไลน์และโมบายแบงก์กิ้งไม่มีปัญหา ประชาชนยังสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง” ดร. รุ่งกล่าว

สำหรับผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยรวม ดร. รุ่ง ระบุว่ายังต้องติดตาม แต่ผลกระทบต่อภาคครัวเรือนอาจเกิดขึ้นในระยะสั้น เช่น ความเสียหายของบ้านเรือน ซึ่งธนาคารพาณิชย์ได้รับคำสั่งให้ดูแลลูกหนี้อย่างเหมาะสม เช่น ลดขั้นต่ำบัตรเครดิต เพิ่มวงเงิน และปรับโครงสร้างหนี้หากจำเป็น

ทั้งนี้ ด้านต่างประเทศมีการสอบถามถึงสถานการณ์และแสดงความห่วงใย แต่ยังไม่พบความกังวลในระดับสูง และเข้าใจสถานการณ์ภายในประเทศไทยเป็นอย่างดี

คปภ. แจ้งบริษัทประกันเตรียมพร้อมจ่ายเคลม

ชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้แจ้งให้บริษัทประกันภัยทุกแห่งเตรียมพร้อมรองรับการเคลมกรณีเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะในกรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและเกิดการถล่ม ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและสูญหาย

“หากมีการเบิกค่าชดเชยเข้ามา ต้องดำเนินการเบิกจ่ายให้รวดเร็วที่สุด และเรายังเน้นย้ำให้บริษัทประกันภัยสามารถให้คำตอบประชาชนได้ชัดเจนว่ากรมธรรม์คุ้มครองหรือไม่” นายชูฉัตรกล่าว

กรณีอาคารที่ถล่ม มีทุนประกันรวมกว่า 2.1 พันล้านบาท โดยมีบริษัทประกันภัย 4 แห่งรับประกันไว้ และทั้งหมดมีประกันต่อในต่างประเทศ จึงมั่นใจได้ว่าการจ่ายค่าชดเชยจะเป็นไปตามงวดงาน และจะไม่กระทบต่อฐานะทางการเงินของบริษัทประกันเหล่านี้

ปัจจุบัน บริษัทประกันภัยทั้งระบบมีเงินกองทุนมากกว่าที่กฎหมายกำหนดถึง 3 เท่า สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความพร้อมในการรองรับเศรษฐกิจไทย

ก.ล.ต.-ตลท. มั่นใจรับมือวิกฤติได้

ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ได้ติดต่อผู้ประกอบธุรกิจตลาดทุนทันที เพื่อดำเนินการตามแผน BCP (Business Continuity Plan) โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของบุคลากรและการให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่นักลงทุน

“เราจึงตัดสินใจปิดการซื้อขายชั่วคราวในวันศุกร์ แม้ระบบจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แต่เราคำนึงถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์และข้อมูลข่าวสาร” ศ. ดร. พรอนงค์กล่าว

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังได้ผ่อนปรนเรื่องการรายงานในวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา และสื่อสารไปยังบริษัทจดทะเบียนให้เข้าใจแนวทางปฏิบัติ ขณะที่ระบบการซื้อขายในตลาดทุนยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว โดยในวันศุกร์ที่ผ่านมา มีเพียงปัญหาเรื่องบุคลากรที่ต้องอพยพชั่วคราว แต่ในวันนี้ทุกภาคส่วนของตลาดทุนกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ รวมถึงคอลเซ็นเตอร์ที่พร้อมให้คำปรึกษาแก่บริษัทจดทะเบียนและนักลงทุนตลอดเวลา

ในส่วนของนักลงทุนสถาบัน หลายแห่งมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นผลกระทบระยะสั้น และข้อมูลพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนไม่ได้เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา หลายบริษัทได้ออกมาชี้แจงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

ชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) กล่าวว่า ในมุมมองของนักลงทุนสถาบันว่า การ “แพนิก” ไม่ควรเกิดขึ้น เนื่องจากมีการกระจายการลงทุนที่ดี และจากประสบการณ์ในเหตุการณ์สึนามิและน้ำท่วมในอดีต ตลาดทุนไทยสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็ว โดยย้ำว่าเหตุการณ์นี้เป็นเพียง “ช็อกระยะสั้น” และอาจเป็นโอกาสในการลงทุนมากกว่าความเสี่ยง

“ถ้าเรามั่นใจในพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน ต้องแน่วแน่ อย่าฟังข่าวที่ยังไม่ชัดเจน เพราะการแพนิกจะทำให้เกิดผลกระทบมากกว่าในระยะยาว”

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 5 องค์กรเศรษฐกิจ-การเงิน ผนึกกำลังเร่งฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน มั่นใจเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...