เมืองสะเดา เร่งพัฒนาอุทยานเขาเล่ แหล่งท่องเที่ยวพระพุทธศาสนา
เมืองสะเดา เร่งพัฒนาอุทยานเขาเล่ แหล่งท่องเที่ยวพระพุทธศาสนา ดึง นทท.มาเลเซีย เข้าไทย พร้อมดูแลความปลอดภัย ผลักดันสะเดาเป็นเมืองหน้าด่านเข้าสยาม
วันที่ 16 ก.พ. 2568 ที่อุทยานเขาเล่ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองชายแดน พร้อมระบุว่า เทศบาลเมืองสะเดามีศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และหากได้งบประมาณตามเป้าก็คงใช้เวลาในการดำเนินโครงการไม่นาน สำหรับการคาดการณ์นักท่องเที่ยวไว้นั้นโดยเฉลี่ยขณะนี้มีนักท่องเที่ยวประมาณ 60,000-70,000 คนต่อปี โดยนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ความต้องการในการท่องเที่ยวแหล่งพระพุทธศาสนาเชิงวัฒนธรรมก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ในพื้นที่ตามชายแดน โดยประชาชนในพื้นที่ก็จะได้ประโยชน์ในการสร้างงาน อาชีพ และเศรษฐกิจโดยรวม
นายไมตรี สรรพสิน โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ได้ศึกษาออกแบบพุทธอุทยานเขาเล่ตั้งแต่ปี 2564 โดยขณะนี้ได้ดำเนินการศึกษาเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นจะใช้งบประมาณ 99 ล้านบาท โดยการปรับปรุงส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นเพื่อสอดรับกับนโยบายรัฐบาล ที่ผลักดัน amazing thailand and sport นอกจากจะมีจุดท่องเที่ยวทางศาสนา ยังให้ผู้ที่ชื่นชอบการปีนเขาสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ และนอกจากอำเภอสะเดามีแหล่งท่องเที่ยวอื่นในจังหวัดสงขลาที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม ซึ่งขณะนี้กำลังรองบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลอยู่ โดยจะนำงบประมาณมาปรับภูมิทัศน์โดยรอบตั้งแต่ทางขึ้นรวมถึงทำระบบระบายน้ำ จุดชมวิว มีทางเดินเชื่อมระหว่างจุด ตั้งแต่ทางขึ้นจะมีบันไดถึง 600 ขั้น มาจนถึงฐานองค์พระ และมีลานกราบไหว้พระพุทธรูป
ด้าน นายวิเชษต์ สายกี้เส้ง นายอำเภอสะเดา กล่าวว่า พุทธอุทยานเขาเล่ จะเห็นวิวครอบคลุมอำเภอสะเดาและมองเห็นประเทศมาเลเซีย ซึ่งอำเภอสะเดามีด่านถาวร 2 จุด คือ ด่านสะเดา และด่านปาดังเบซาร์ โดยเฉพาะด่านสะเดามีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ประมาณวันละกว่า 10,000 คน พี่เดินทางเข้ามาประเทศไทย แต่หากในช่วงเทศกาลจะอยู่ที่กว่า 20,000 คนต่อวัน ขณะที่ด่านปาดังเบซาร์ก็มีนักท่องเที่ยวเกือบ 10,000 คนต่อวัน ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาท่องเที่ยวที่เขาเล่ และท่องเที่ยวในอำเภอสะเดา ขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็เดินทางต่อไปที่อำเภอหาดใหญ่และต่างจังหวัด ดังนั้นการสร้างสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นถือเป็นการรองรับนักท่องเที่ยวให้อยู่ในพื้นที่อำเภอสะเดาเพิ่มมากขึ้น และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้คนในพื้นที่
ขณะที่ พ.ต.อ.สุรจิต เพชรจอม. ผกก.สภ.สะเดา ระบุว่า สำหรับการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวนั้นในอำเภอสะเดา แต่มีการดูแลตั้งแต่พรมแดนโดยร่วมมือกับภาคีเครือข่ายและหน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ด่านศุลกากร และบูรณาการการทำงานดูแลทั้งด่านขนส่งและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอำเภอสะเดาถือเป็นอำเภอทางผ่านไปยังพื้นที่ต่างๆ ในขณะเดียวกันก็มีพื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษที่อยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะผลักดันส่วนนี้ให้สถานประกอบการของสงขลา แม้จะไม่เทียบเท่าเกาะสมุย ภูเก็ต หรือเชียงใหม่ ที่มีการขยายเวลาสถานบันเทิง โดยร้อยละ 90 นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซีย ขณะที่การกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดนเมื่อเส้นทางชายแดนเปลี่ยนเข้าด่านใหม่ บริเวณพื้นที่ด่านนอกก็จะเป็นพื้นที่ที่น่าสงสาร มีการตั้งคำถามว่าจะเป็นแค่ทางผ่านหรือไม่ และจะมีคำถามต่อมาว่าปิดด่านหรือไม่ โดยยืนยันว่าไม่เคยปิดด่าน แต่จะทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเพิ่มขึ้น ดังนั้นจะต้องมีการผลักดันให้เมืองสะเดาเป็นเหมืองหน้าด่านประตูแห่งสยาม จะต้องสร้างสิ่งที่ประทับใจให้นักท่องเที่ยว ขณะที่การรักษาความปลอดภัยเชื่อว่านักท่องเที่ยวจากมาเลเซียจะเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เนื่องจาก 1 วันปีนังเทียบเท่ากับ 3 วันในไทย