โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พิชัยนำ ‘ทีมไทยแลนด์’ เจรจาภาษีสหรัฐฯ หลังถกแบงก์ชาติ-ปตท. ตั้งเป้านำเข้าก๊าซเพิ่ม ยืนยันไม่แตะเงินสำรองระหว่างประเทศ

The Momentum

อัพเดต 17 เม.ย. 2568 เวลา 13.39 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. 2568 เวลา 06.39 น. • THE MOMENTUM

วันนี้ (17 เมษายน 2568) ถือเป็นวันแรกของวันเดินทางในฐานะ ‘ทีมไทยแลนด์’ ที่นำโดย พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเข้าเจรจากับผู้แทนรัฐบาลสหรัฐอเมริกาถึงการขึ้นภาษีนำเข้าของ โดนัล ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

โดยเมื่อวานนี้ (16 เมษายน 2568) ที่ทำเนียบรัฐบาล พิชัยได้นัดประชุมร่วมกับ เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง เพื่อหารือถึงแนวทางการรับมือกับมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าดังกล่าว โดยในหลักการเห็นพ้องกันว่า ความไม่แน่นอนของตลาดโลกและไทยมีสูง เรื่องต่างๆ ยังเปลี่ยนแปลงทุกวัน จึงยังไม่มีใครกล้าบอกว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร

พิชัยกล่าวว่า วันนี้ได้คุยกับธนาคารแห่งประเทศไทย โดยได้คาดเดากันว่า จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง เนื่องจากเป็นสิ่งที่กระทบต่อภาคธุรกิจและการส่งออก โดยในที่ประชุมได้พิจารณาถึงผลกระทบต่างๆ ในทุกมิติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเจรจา

รองนายกฯ ระบุต่อไปว่า แม้ว่าวันนี้ยังไม่มีข้อสรุปออกมาว่าจะใช้มาตรการใดในการรับมือ เพียงแต่รับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายและนำมาวิเคราะห์ โดยเฉพาะประเด็นดุลการค้าที่สหรัฐฯ อ้างถึง ทั้งนี้ยืนยันว่า หลังจากนี้การทำงานกับธนาคารแห่งประเทศไทยจะใกล้ชิดกันมากขึ้น แลกเปลี่ยนข้อมูลกันมากขึ้น เพื่อติดตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปว่า จะส่งผลกระทบต่อตลาดเงินหรือตลาดทุน และหารือถึงมาตรการรับมือต่อไป

อย่างไรก็ตามพิชัยเปิดเผยว่า ไม่ได้มีการพูดคุยถึงการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่เชื่อว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทยคงได้นำข้อมูลและเหตุการณ์มาประกอบการพิจารณาอยู่แล้ว ขณะเดียวกันในประเด็นการนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมารับมือกับสถานการณ์นี้ รองนายกฯ ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้มีแนวคิดนี้แต่อย่างใด

ในวันเดียวกันนั้น พิชัยยังได้เข้าหารือกับภาคพลังงาน อย่างบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยมีแผนการรับมือกับการขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ โดยออกมาทั้งสิ้น 3 มาตรการ ดังนี้

1. นำเข้าก๊าซธรรมชาติ LNG ของ ปตท. 1 ล้านตัน มูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2569 โดยในล็อตแรกจะเซ็นสัญญาสัมปทานเป็นเวลา 15 ปี

2. แผนพลังงานในอีก 5 ปีหลังจากนี้เตรียมทำสัญญาซื้อขายปิโตรเคมี (อีเทน) จำนวน 4 แสนตัน มูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจาก ปตท.ประเมินว่า ปริมาณน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยมีน้อยลง ไม่เพียงพอต่อการใช้งานในอนาคต จึงจะใช้โอกาสนี้ในการเข้าเจรจากับสหรัฐ

3. แผนในอนาคตต้องการให้ ปตท.เป็นผู้ซื้อและผู้ขายก๊าซ LNG ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ เพื่อต้องการเป็นฮับรายใหญ่ของภูมิภาค ขณะที่รายละเอียดเงื่อนไขจะมีการเจรจากันในภายหลัง

ทั้งนี้ ‘ทีมไทยแลนด์’ ที่นำโดยรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะทยอยเดินทางไปยังประเทศสหรัฐฯ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยกำหนดการของพิชัยจะเดินทางไปยังนครซีแอตเทิล (Seattle) เป็นที่แรกเพื่อเข้าพบกับนักธุรกิจกลุ่มต่างๆ ก่อนที่จะเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (Washington D.C.) เพื่อเข้ากับผู้แทนรัฐบาลสหรัฐฯ ในวันที่ 21 เมษายน 2568 ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...