โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

กลุ่มผู้ค้าฯ เกาะมุกด์ ค้านจนท.ป่าไม้ยึดคืนหาด หลังจับจองค้าขายเสรี 3 ปี เจรจาไม่เป็นผล จนท.ลุยรื้อ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 28 ก.พ. 2568 เวลา 02.42 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2568 เวลา 02.13 น.

ตรัง-ต้านเดือด! กลุ่มผู้ค้าหาดฝรั่งเกาะมุกด์ ค้านจนท.สนธิกำลังนับร้อยยึดคืนชายหาดป่านันทนาการ หลังเข้าจับจองค้าขายเสรีมานาน 3 ปี เจรจาไม่เป็นผล จนท.ลุยรื้อ สุดท้ายยอมถอยจากชายหาด 10 เมตร ป่าไม้ 12 เผย จำต้องจัดระเบียบเพราะอยู่ในเขตป่าสงวน รอพัฒนาร่วมกับชุมชน กรมฯตั้งงบแล้ว 4 ล้าน สร้างศูนย์บริการนทท.-ห้องน้ำ-พื้นที่ค้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่จ.ตรัง เจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ทุกหน่วยในพื้นที่ เจ้าหน้าที่สำนักป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) ตำรวจ ปทส. ตำรวจภูธรจ.ตรัง เจ้าหน้าที่กอ.รมน.ตรัง เจ้าหน้าที่อุทยานฯ หาดเจ้าไหม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำโดยนายวรวิทย์ หยูดำ ผอ.ส่วนจัดการที่ดินป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) นายสมนึก กุนหลัด เจ้าหน้าที่ป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าป่านันทนาการเกาะมุกด์ พร้อมกำลังประมาณ 100 นาย ลงพื้นที่ป่านันทนาการเกาะมุกด์ บริเวณหาดฝรั่ง ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเกาะมุกด์ หมู่ที่ 2 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เนื้อที่ 46 ไร่ ซึ่งเดิมเคยเป็นรีสอร์ตหรูของนายทุนที่ออกเอกสารสิทธิ์ นส. 3 มิชอบ และกรมป่าไม้ยึดคืนมาได้เมื่อปี 2553 โดยมีการดำเนินคดีทางกฎหมายกับเจ้าของรีสอร์ต และมีคำสั่งศาลให้เอกชนแพ้คดีและรื้อถอนสิ่งก่อสร้างทั้งหมด ต่อมาปี 2564 กรมป่าไม้ประกาศให้เป็นป่านันทนาการ พร้อมกับป่านันทนาการอื่นๆ รวม 10 แห่งทั่วประเทศ และเป็นป่านันทนาการทางทะเลเพียงแห่งเดียวของประเทศ ซึ่งมีความสวยงามมากรองจากเกาะกระดานชาดหาดที่ดีที่สุดในโลก

โดยจากการตรวจสอบ พบว่ามีชาวบ้านในพื้นที่จำนวน 10 ราย ได้เข้ายึดพื้นที่บริเวณหาดทราย ซึ่งถูกจัดเป็นเขตการท่องเที่ยวและนันทนาการ มาประกอบธุรกิจค้าขายอาหารและเครื่องดื่ม มานานกว่า 3 ปีแล้ว โดยมีการจับจองพื้นที่หน้าร้านค้า วางโต๊ะ เก้าอี้ เต็นท์ ผ้าใบ ทั้งพื้นที่หน้าร้าน และรุกล้ำลงไปในพื้นที่บริเวณชายหาดอีก 3 แถว โดยมีการแบ่งพื้นที่กันแต่ละร้าน ขณะที่เจ้าหน้าที่อ้างว่าที่ผ่านมาได้มีการผ่อนผัน และมีการนัดพบปะพูดคุยทั้งที่ว่าการอำเภอกันตัง รวมทั้งลงพื้นที่พูดคุยและปักป้ายแจ้งเตือน เพื่อขอให้ชาวบ้านย้ายข้าวของออกจากบริเวณชายหาด เนื่องจากเป็นการบุกรุกพื้นที่เขตการท่องเที่ยวและนันทนาการที่ประชาชนมีสิทธิใช้ร่วมกัน แต่กลุ่มผู้ค้าไม่ยอมย้ายออก ในครั้งนี้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงทำการตรวจยึดและรื้อร้านค้าดังกล่าวออกไป เนื่องจากเตรียมปรับภูมิทัศน์อาคารสำนักงาน ป้อมยาม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และห้องสุขา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต โดยมีการหาผู้รับเหมาและเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา งบประมาณกว่า 4 ล้านบาท และเตรียมส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับเหมาเข้าดำเนินการก่อสร้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่พบชาวบ้านนับร้อยคนมารอพบ และขอประวิงค้าขายในจุดเดิมต่อไปอีก 2 เดือน ให้หมดฤดูกาลท่องเที่ยวปีนี้ และคัดค้านไม่ให้มีการก่อสร้าง โดยอ้างว่าจะต้องผ่านประชามติจากชาวบ้าน และห่วงต่อไปจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเข้าท่องเที่ยว และจะกระทบกับธุรกิจการท่องเที่ยว และกระทบกับนักท่องเที่ยว และอาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามมา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามในการไกล่เกลี่ยนานกว่า 3 ชั่วโมง โดยมีการจัดตัวแทนชาวบ้าน 5 คนเข้าเจรจา โดยเจ้าหน้าที่ขอให้ทางชาวบ้านทำเป็นโครงการเสนอความเห็นผ่านสภา อบต.เกาะลิบง เพื่อขอใช้พื้นที่เสนอต่ออธิบดีกรมป่าไม้พิจารณา ขณะที่ฝ่ายชาวบ้านขอให้ยุติการก่อสร้างไว้ก่อน จนกว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมบริหารจัดการพื้นที่ก่อน ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่จึงต้องบังคับใช้กฎหมายรื้อถอน และเตรียมดำเนินคดี แต่รื้อถอนได้เพียง 4 ร้าน ชาวบ้านจึงยินยอมขอย้ายไปอยู่ในจุดที่กำหนด คือ ถอยร่นไปจากจุดเดิมประมาณ 10 เมตร และคืนพื้นที่ชายหาด โดยรื้อเก้าอี้หน้าชายหาดอีก 1 แถว เพื่อคืนพื้นที่ให้นักท่องเที่ยว แต่ยังคงไว้ 2 แถว

ท้ายที่สุด หลังตกลงกันได้ในเบื้องต้นให้ขายในจุดที่กำหนด โดยเจ้าหน้าที่มีการทำบันทึกการตรวจสอบ และให้ชาวบ้านเซ็นรับทราบ แต่ปรากฏว่ากลับไม่มีใครเซ็น ขณะที่ชาวบ้านบางรายยืนยันไม่ยอมให้มีการก่อสร้าง สุดท้ายเจ้าหน้าที่จึงต้องไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.กันตังเพื่อบันทุกเป็นหลักฐานต่อไป

นายศิราวุฒิ หาดเกลี้ยง ชาวบ้านเกาะมุกด์ กล่าวว่า ชาวบ้านมีประมาณ 12 ร้านค้า ขอว่าให้ได้ค้าขายต่อไปอีกประมาณ 2 เดือน จะหมดฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งจริงๆ ชาวบ้านเข้าใจข้อกฎหมาย แต่กังวลห่วงว่าหากจัดระเบียบแล้วชาวบ้านจะได้ขายของอีกหรือไม่ สรุปคือ มีปัญหาด้านการสื่อสารเจ้าหน้าที่สื่อสารไม่ชัด แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วจึงยอมถอยร่น ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่มาเกาะมุกด์จะมาที่หาดฝรั่งตรงนี้ร้อยละ 90 เพราะมีชายหาดที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่น ทำให้มีรายได้ในระบบทุกธุรกิจต่อวันนับแสนบาท ชาวบ้านก็ได้มีอาชีพค้าขายเลี้ยงครอบครัว

ด้านนายวรวิทย์ หยูดำ ผอ.ส่วนจัดการที่ดินป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) กล่าวว่า พื้นที่นี้ทางกรมป่าไม้ยึดคืนมาจากนายทุนที่สร้างรีสอร์ต จากการออกเอกสารสิทธิ์มิชอบ ต่อมากรมป่าไม้ประกาศเป็นพื้นที่ป่านันทนาการ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 ซึ่งมีระเบียบในการบริหารจัดการพื้นที่ แต่ต่อมามีพี่น้องประชาชนเข้ามาจับจองพื้นที่ค้าขาย เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการจัดระเบียบร้านค้า ให้เป็นไปตามระเบียบ วันนี้จึงนำมาสู่การจัดระเบียบ ซึ่งก็พยายามจะผ่อนปรนให้พี่น้องประชาชนได้ดำเนินการได้ แต่ต้องเข้าสู่ระเบียบของกฎหมาย โดยตอนนี้กรมป่าไม้อนุมัติงบประมาณสร้างสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 4 ล้านบาท ทั้งป้อมยาม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้องสุขา อาคารที่ทำการ แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ลงนามสัญญาก่อสร้างแล้วเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 สิ้นสุดสัญญา 23 กันยายน 2568 ระยะเวลา 120 วัน

นายวรวิทย์ กล่าวว่า ซึ่งหลังก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะมีการตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกันโดยจะมีตัวแทนหลายฝ่าย รวมทั้งชาวบ้านร่วมกันกำหนดค่าบริการจัดเก็บจากนักท่องเที่ยว รวมทั้งรถ เรือ ก็จะมีการกำหนดร่วมกัน แต่ทั้งหมดจะต้องมีการกำหนดร่วมกันและต้องยึดระเบียบของกรมป่าไม้ด้วย โดยชาวบ้านจะให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในทุกด้าน เพราะหลักของป่านันทนาการ จะต้องให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการป่านันทนาการด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กลุ่มผู้ค้าฯ เกาะมุกด์ ค้านจนท.ป่าไม้ยึดคืนหาด หลังจับจองค้าขายเสรี 3 ปี เจรจาไม่เป็นผล จนท.ลุยรื้อ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...