โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย แนะผู้ประกอบการ “ตั้งรับ-รุกกลับ-ปรับตัว” ฝ่าพายุเศรษฐกิจ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 12.43 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 05.43 น.

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เตือนผู้ประกอบการเร่งปรับกลยุทธ์ "ตั้งรับ-รุกกลับ-ปรับตัว" พร้อมเสนอภาครัฐปรับโครงสร้างเศรษฐกิจด่วน รับมือแข่ง E-Commerce ต่างชาติ สินค้าราคาถูกทะลัก ต้นทุนพุ่ง

นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ค้าปลีกไทยที่เผชิญความท้าทายรอบด้าน จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่ลดลงต่อเนื่อง สะท้อนถึงการบริโภคที่ชะลอตัว ภาคท่องเที่ยวเติบโตลดลง และภาคส่งออกที่ต้องเผชิญกับกำแพงภาษี

โดยย้ำว่าผู้ประกอบการค้าปลีกไทยไม่เพียงต้อง "อยู่รอด" แต่ต้อง "ยืนหยัด" และ "ก้าวนำ" ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน การ "ตั้งรับ รุกกลับ และปรับตัว" จึงเป็นกุญแจสำคัญในการฝ่าวิกฤติ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ภาคค้าปลีกไทยในปี 2567 มีมูลค่าประมาณ 4 ล้านล้านบาท คิดเป็น 16% ของ GDP แต่แนวโน้มการเติบโตของยอดขายในช่วงปี 2567-2568 ชะลอตัวลงเฉลี่ย 3.4% เทียบกับช่วงปี 2565-2566 ที่เติบโต 5.9% สาเหตุหลักมาจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว กำแพงภาษีสหรัฐฯ กำลังซื้อผู้บริโภคฟื้นตัวช้า และการแข่งขันรุนแรงจากแพลตฟอร์ม E-Commerce ต่างชาติ

โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs กว่า 3.3 ล้านราย กำลังเผชิญความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรงกับสินค้านำเข้าราคาถูกและด้อยคุณภาพที่เข้ามาผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้นจากการปรับค่าแรง ค่าขนส่ง และค่าพลังงาน อย่างไรก็ตาม ภาคค้าปลีกยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งในภาคการผลิต การบริโภค และการจ้างงาน นอกจากนี้ การลดลงของนักท่องเที่ยวจีนในครึ่งปีหลัง ทำให้จำเป็นต้องมองหาตลาดนักท่องเที่ยวทดแทน เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกลจากยุโรปและตะวันออกกลาง

สำหรับเทรนด์ค้าปลีกในปี 2568 จะมุ่งเน้นไปที่การปรับตัวสู่ดิจิทัลและความยั่งยืน ได้แก่ Convergence Commerce ที่เชื่อมโยงประสบการณ์ซื้อสินค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ AI Personalization Engine ที่นำเสนอสินค้าและโปรโมชั่นเฉพาะบุคคลด้วยการวิเคราะห์ Big Data และ Sustainable Retail ที่ให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สมาคมผู้ค้าปลีกไทยจึงเสนอ กลยุทธ์ 3S (Shield Strike Shape) เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว

1. ตั้งรับ (Shield)

  • ป้องกันสินค้าราคาถูกและด้อยคุณภาพ: ตรวจสอบสินค้านำเข้า 100% และควบคุมมาตรฐานสินค้าในประเทศอย่างเข้มงวด
  • ปราบปรามธุรกิจนอมินี: เร่งหามาตรการจัดการธุรกิจนอมินีเพื่อป้องกันการรั่วไหลของเม็ดเงิน
  • ป้องกันการสวมสิทธิ์ Re-Export: สกัดกั้นการใช้ไทยเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกไปสหรัฐฯ โดยผิดกฎหมาย

2. รุกกลับ (Strike):

  • ค้าเสรีและเป็นธรรม: จัดเก็บ VAT 7% กับสินค้านำเข้าออนไลน์ทุกรายการ และปรับปรุงกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้ครอบคลุม
  • ช้อปปิ้งยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (Instant Tax Refund): นำร่องคืน VAT 7% ให้นักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าเกิน 3,000 บาท
  • เขตปลอดภาษีสำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์ (Shopping Paradise Sandbox): พิจารณาลดภาษีนำเข้าสินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง ในพื้นที่ท่องเที่ยว

3. ปรับตัว (Shape):

  • การลดทอนกฎระเบียบที่ล้าสมัยและซับซ้อน (Regulatory Guillotine): ปรับลดขั้นตอนการขอใบอนุญาตต่างๆ
  • การสนับสนุนเอสเอ็มอีไทย (Championing Thai SME): สนับสนุนงบประมาณฟื้นฟู พัฒนานวัตกรรม และผลักดันการรับรอง Made in Thailand
  • การมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษี: จูงใจนักลงทุนไทยให้ลงทุนในเมืองท่องเที่ยวศักยภาพสูงผ่าน BOI

สมาคมฯ ยังคงเดินหน้านโยบายภายใต้กรอบ "TRA GREAT" เพื่อพัฒนาภาคค้าปลีกไทยในระยะกลางถึงยาวใน 5 ด้าน ได้แก่ G - Global Hub of Lifestyle, R - Reinforce Retailer Competitiveness, E - Elevate Human Capital, A - Accelerate Action on Environment and Sustainability และ T - Technology Adoption พร้อมทั้งผลักดันโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทุกระดับ และสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศของค้าปลีกไทย เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...