“กสทช.”ฟัน “เคโฟร์” ริบใบอนุญาตหลังถูกดำเนินคดี เตือน ปชช.อย่าหลงเชื่อทำธุรกิจเครือข่าย
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสทช. เมื่อวันที่ 26 มี.ค. มีมติให้การอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่หนึ่ง เพื่อให้บริการขายต่อบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (บริการเอ็มวีเอ็นโอ) ของบริษัท เคโฟร์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (บริษัท เคโฟร์ฯ) ประกอบธุรกิจเอ็มวีเอ็นโอในชื่อซิมการ์ด “K4” สิ้นสุดลง ตามข้อ 13.1 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม
หลังจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ออกหมายจับบริษัท เคโฟร์ฯ ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตจาก กสทช. พร้อมทั้งกรรมการผู้มีอำนาจ ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากมีผู้เสียหายที่ถูกชักชวนให้ลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน เมื่อเดือน ธ.ค. 67 จนนำไปสู่การออกหมายจับ และตรวจยึดทรัพย์สิน
นายไตรรัตน์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 68 สำนักงาน กสทช. ได้รับข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แจ้งข้อมูลการดำเนินคดีจับกุมกรรมการและยึดอายัดทรัพย์สินทั้งของบริษัท เคโฟร์ฯ และกรรมการ เพื่อเป็นพยานหลักฐานในคดี จำนวนกว่า 400 รายการ มูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท โดยมีประชาชนผู้เสียหาย 74 ราย มูลค่าความเสียหายรวม 29,770,771.45 บาท ในคดีอันเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งการถูกอายัดทรัพย์สินอาจส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม เป็นเหตุให้ กสทช. ต้องมีมติให้การอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมของบริษัท เคโฟร์ฯ สิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ กสทช. มีมติ และให้บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ เอ็นที ในฐานะผู้ขายส่งบริการโทรคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้แก่บริษัท เคโฟร์ฯ ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการของบริษัท เคโฟร์ฯ ต่อไป โดยข้อมูลของ เอ็นที ถึงสิ้นปี 67 มีผู้ใช้ซิมประมาณ 46,000 เลขหมาย มียอดเติมเงินล่าสุดสิ้นปี 67 ประมาณ 1.7 ล้านบาท เฉลี่ยมียอดเติมเงินเลขหมายละ 37 บาท
“เมื่อสำนักงาน กสทช. ได้พิจารณาถึงคุณสมบัติของบริษัท เคโฟร์ฯ ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม เห็นว่าการที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้ดำเนินการจับกุมบริษัท เคโฟร์ฯ พร้อมทั้งกรรมการผู้มีอำนาจในฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินแล้ว มีผลให้บริษัท เคโฟร์ฯ ขาดคุณสมบัติผู้รับใบอนุญาต เป็นเหตุให้ กสทช. ต้องมีมติให้การอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมของบริษัท เคโฟร์ฯ สิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ กสทช. มีมติ และให้บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ ในฐานะผู้ขายส่งบริการโทรคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้แก่บริษัท เคโฟร์ฯ ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการของบริษัท เคโฟร์ฯ ต่อไป” นายไตรรัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ขอย้ำว่า กสทช. ไม่มีการให้ใบอนุญาตขายตู้เติมเงิน ซึ่งตู้เติมเงินไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. และกรณี MVNO ไม่สามารถนำซิมการ์ดไปทำธุรกิจเครือข่ายได้ หากไม่แน่ใจสามารถโทรศัพท์สอบถาม Call Center ของสำนักงาน กสทช. หมายเลข 1200