โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ภัยเงียบ! 3 วิธีตากผ้าขนหนูแบบผิดๆ เชื้อเชิญโรคเข้าสู่ร่างกาย แบคทีเรียพุ่ง

News In Thailand

เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 01.08 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ภัยเงียบ! 3 วิธีตากผ้าขนหนูแบบผิดๆ เชื้อเชิญโรคเข้าสู่ร่างกาย แบคทีเรียพุ่ง

จากสื่อต่างประเทศ ได้เผยว่า ผ้าเช็ดตัว ที่ใช้เช็ดร่างกายให้แห้งหลังอาบน้ำทุกวัน เนื่องจากต้องสัมผัสกับน้ำและผิวหนังอยู่บ่อยครั้ง หลายคนจึงคิดว่าผ้าเช็ดตัวต้องสะอาดอยู่เสมอ และเพียงแค่ควรซักบ่อยๆๆ ทว่าความจริงกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง จากงานวิจัยต่างๆ ชี้ให้เห็นตรงกันว่า ผ้าขนหนูอาจมีแบคทีเรียหลายล้านชนิด รวมถึงอีโคไล เชื้อรา และจุลินทรีย์อื่นๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากถูกตากให้แห้งอย่างไม่ถูกต้อง จํานวนแบคทีเรียบนผ้าขนหนูอาจเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า ภายในเวลา 24 ชั่วโมง สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ทําให้ผ้าขนหนูมีกลิ่นเหม็นเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงต่อการระคายเคืองผิวหนัง สิว อักเสบ และอื่นๆอีกด้วย

แล้วอะไรทําให้ผ้าขนหนูกลายเป็นแหล่งแพร่รอบของแบคทีเรีย และวิธีการตากผ้าเช็ดตัวอย่างถูกต้องเพื่อให้ผ้าขนหนูสะอาดและมีกลิ่นหอมอยู่เสมอคืออะไร?

1.อย่าพับผ้าขนหนูขณะตาก – หลีกเลี่ยงความชื้นเพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียแพร่พันธุ์

ข้อผิดพลาดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ เกี่ยวกับการตากผ้า คือหลายคนมีนิสัยชอบพับผ้าเป็นครึ่งก่อนที่จะแขวนไว้บนตะขอหรือราว คิดว่าวิธีนี้จะทําให้ผ้าขนหนูดูเรียบร้อยขึ้นหรือแห้งเร็วขึ้น แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม

เมื่อพับผ้าขนหนูแล้ว ด้านในจะไม่สามารถสัมผัสกับอากาศได้โดยตรง ทําให้ความชื้นจะคงอยู่นานขึ้น สภาพแวดล้อมที่ชื้นนี้เหมาะอย่างยิ่งสําหรับการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา แบคทีเรียบนผ้าขนหนูอาจเพิ่มจํานวนขึ้นหลายเท่าในชั่วข้ามคืน ทําให้ผ้าขนหนูมีกลิ่นเหม็น หรือระคายเคืองเมื่อใช้งาน วิธีที่เหมาะสมในการตากผ้าคือ ควรกางผ้าขนหนูออกให้ออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับอากาศ หากเป็นไปได้ ควรตากผ้าขนหนูในแนวตั้งโดยใช้ตะขอแขวน หรือใช้ราวตากผ้า เพื่อให้ผ้าขนหนูแห้งเร็วขึ้น และสิ่งสําคัญคือต้องเลือกสถานที่ที่มีลมและอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อให้ผ้าขนหนูแห้งตามธรรมชาติโดยไม่ขึ้นรา

วิธีที่เหมาะสมในการตากผ้าคือ ควรกางผ้าขนหนูออกให้ออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับอากาศ หากเป็นไปได้ ควรตากผ้าขนหนูในแนวตั้งโดยใช้ตะขอแขวน หรือใช้ราวตากผ้า เพื่อให้ผ้าขนหนูแห้งเร็วขึ้น และสิ่งสําคัญคือต้องเลือกสถานที่ที่มีลมและอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อให้ผ้าขนหนูแห้งตามธรรมชาติโดยไม่ขึ้นรา

2.อย่าตากผ้าขนหนูในห้องปิด – ยับยั้งแบคทีเรียและกลิ่นไม่พึงประสงค์

หลายคนมีนิสัยชอบตากผ้าเช็ดตัวในห้องน้ําหรือห้องนอน เพราะสะดวกและอยู่ใกล้สถานที่ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุสําคัญที่ทําให้ผ้าขนหนูเป็นแหล่งแพร่เชื้อ

ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่มีความชื้นสูงและมีอากาศถ่ายเทได้น้อย ทําให้ผ้าขนหนูเปียกชื้นได้นานขึ้น และไอน้ําในอากาศยังจะทําให้ผ้าขนหนูเปียกอยู่เสมอ นอกจากแบคทีเรียจะแพร่พันธุ์อย่างมากแล้ว ยังทําให้ผ้าขนหนูมีกลิ่นเหม็นอีกด้วย โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่เปียกชื้น ดังนั้น หากตากผ้าในห้องนอนหรือในพื้นที่ปิด

หากจำเป็นต้องตากผ้าขนหนูในห้องปิด ควรพยายามจัดสถานที่ที่มีแสงแดดส่องถึง หรืออย่างน้อยก็สถานที่ที่มีลม เช่น ใกล้หน้าต่าง ใกล้พัดลม… เพราะแสงแดดช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ทําให้ผ้าขนหนูแห้ง และมีกลิ่นหอมอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการทําให้ผ้าขนหนูแห้งในห้องน้ํา

3.ใช้ไม้แขวนแทนการพับผ้าแขวนบนราว – ช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นและไม่มีกลิ่นอับ

วิธีการตากผ้าทั่วไปอย่างหนึ่งคือ การพับผ้าผ่านราว หรือแขวนปลายทั้งสองข้างบนที่แขวนผ้า แต่วิธีนี้มีข้อเสียใหญ่ๆ คือส่วนกลางของผ้าจะถูกพับและไม่สัมผัสกับอากาศอย่างเพียงพอ ทำให้ผ้าแห้งช้าและเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อรา แทนที่จะใช้วิธีนี้ หลายคนหันมาใช้ไม้แขวนผ้า ทำให้คุณสามารถแขวนผ้าในแนวตั้งแทนการพับขวาง ซึ่งทำให้ผ้าทั้งหมดสัมผัสกับอากาศ ช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นและป้องกันกลิ่นอับที่ไม่พึงประสงค์

แทนที่จะใช้วิธีนี้ หลายคนหันมาใช้ไม้แขวนผ้า ทำให้คุณสามารถแขวนผ้าในแนวตั้งแทนการพับขวาง ซึ่งทำให้ผ้าทั้งหมดสัมผัสกับอากาศ ช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นและป้องกันกลิ่นอับที่ไม่พึงประสงค์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...