โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สันติ-พัฒนา แจงยิบ ไม่เกี่ยวประกันสังคมซื้อตึกSKYY9 ไร้ดีลการเมือง ไม่ฟ้องคนพาดพิง

Khaosod

อัพเดต 20 มี.ค. 2568 เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2568 เวลา 06.19 น.
สันติ-พัฒนา แจงยิบ ไม่เกี่ยวประกันสังคมซื้อตึกSKYY9 ไร้ดีลการเมือง ไม่ฟ้องคนพาดพิง

พัฒนา ยันตระกูลพร้อมพัฒน์ไม่เกี่ยว ปมประกันสังคม ซื้อตึก SKYY9 แจงแค่ขายให้เอจีอาร์อี 101 ระบุไม่เคยรู้จักกัน สันติ ลั่นไร้ดีลการเมือง ไม่ได้คุย“สุชาติ” ไม่ฟ้องคนพาดพิง ชี้ตึกราคาสูง ทำเลดี ปรับปรุงมหาศาล

เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2568 ที่อาคารรัชดา วัน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ผู้บริหารบริษัท วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน จำกัด ลูกชายของนายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีตรมช.สาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แถลงชี้แจงกรณีการซื้ออาคาร SKYY9 (ICE Tower) ของสำนักงานประกันสังคม(สปส.) มูลค่า 7,000 ล้านบาทว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า สปส. ซื้อตึกสกายไนน์ในราคา 7,000 ล้านบาท โดยอ้างว่าซื้อจากบริษัทของลูกชายนักการเมือง ซึ่งคนทั่วไปก็เชื่อมโยงมาที่ตนนั้น

ขอเรียนว่า บริษัท วอเตอร์เกทพาวิลเลี่ยน จำกัด ที่เป็นเจ้าของตึก ได้ซื้ออาคารแห่งนี้มาปี 2560 ซึ่งขณะนั้นเป็นอาคารร้าง สภาพสุดโทรม ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งระหว่างถือครองเคยมีแผนปรับปรุงอาคารนี้ให้เป็นสำนักงานตามเดิม และมีพรรคพวกในวงการการเงินและอสังหาริมทรัพย์ แนะนำให้รู้จักกับผู้สนใจที่จะลงทุนซื้ออาคาร หนึ่งในนั้นคือ บริษัท เอจีอาจี 101 ที่ระดมทุนจากนักลงทุนจากต่างประเทศ

ในวันที่ 23 ส.ค.2562 ได้โอนกรรมสิทธิ์ให้กับผู้ซื้อ บริษัทได้ชำระเงินแล้วโอนกรรมสิทธิ์โดยไม่มีปัญหา ซึ่งผู้ซื้อไม่ได้มีนิติสัมพันธ์ใดๆ กับบริษัทที่เป็นผู้ขาย และตนไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ได้ติดต่อ ไม่ได้ติดตามหลังจากขายโอนกรรมสิทธิ์จบสิ้น และไม่เกี่ยวกับผู้ซื้อต่อไป ตนเพียงทราบว่าผู้ซื้อมีจุดประสงค์ปรับปรุงอาคารนี้ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เพื่อประกอบธุรกิจตามที่วางแผนไว้

นายพัฒนา กล่าวว่า ตนและบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ซื้อ และไม่ทราบว่าอาคารเหล่านี้ได้เปลี่ยนมือเป็นของใคร ราคาเท่าไหร่ เพิ่งจะทราบเรื่องพร้อมกับการที่ประกันสังคมได้ซื้ออาคารหลังนี้ไปตามข่าว ยืนยันว่าไม่เคยพบ ไม่เคยเจอ ไม่รู้จักกับผู้ใดในประกันสังคม และไม่รู้จักกรรมการหรือผู้มีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นใครทั้งในประกันสังคมหรือในกระทรวงแรงงาน ขอชี้แจงว่าบริษัทได้ขายอาคารเหล่านี้ให้แก่ บริษัทเอจีอาอี 101 เท่านั้น และไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรอีก

นายพัฒนา กล่าวอีกว่า ส่วนที่บอกว่าตนเป็นผู้ขายหรือเกี่ยวข้องกับการขายอาคารหลังนี้ให้แก่สปส. ไม่เป็นความจริง ส่วนที่มีกระแสข่าวออกมาเช่นนี้ เพราะมี สส.ออกมาเปิดประเด็นเรื่องประกันสังคม มีการเชื่อมโยงมาทางตน จึงต้องออกมาชี้แจงว่าไม่เกี่ยว เราขายเท่านั้นเอง

ต่อข้อถามว่าหากมองย้อนไปจะเห็นมูลค่าในตลาดถึงได้ตัดสินใจซื้อตั้งแต่ตอนแรกใช่หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า อาคารหลังนี้ค่อนข้างใหญ่ สภาพทรุดโทรม แต่อยู่ในโลเคชั่นที่ดี น่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนได้ จำเป็นต้องปรับปรุง ส่วนราคาซื้อขายเบื้องต้น ตนขอไม่เปิดเผย แต่ที่บริษัทขายให้กับเอจีอาร์อี 101 มูลค่า 2,000 ล้าน อาคารมีสภาพเก่า อุปกรณ์ภายในเสียหาย บันไดเลื่อน สายไฟระบบทุกอย่างใช้งานไม่ได้ ต้องปรับปรุงใหม่และอาคารได้สร้างจนสำเร็จเรียบร้อย ตั้งแต่สร้างเสร็จทุกอย่าง ตนไม่ได้เข้าไปดูอะไรอีกเลย

เมื่อถามว่ามองยังไงที่ใช้เงินซื้อตึกถึง 7,000 ล้านบาท ถ้าเป็นนักลงทุนจะซื้อหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ตึกนี้ปรับปรุงออกมาแล้วสวย มีคุณภาพ แต่ไม่ขอแสดงความคิดเห็นมูลค่า 7,000 ล้าน และไม่ทราบว่าซื้อขายเพื่อเอื้อประโยชน์ในพรรคหรือไม่

เมื่อถามว่าบริษัทเอจีอาร์อี 101 มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลพร้อมพัฒน์ใช่หรือไม่ นายพัฒนา ยืนยันว่า ไม่มี เป็นเพียงผู้ซื้อผู้ขายเท่านั้น และนายสันติ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยและไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แค่เพื่อนในวงการแนะนำมา ตนพูดในฐานะบริษัท ไม่ใช่ในนามของตระกูลพร้อมพัฒน์ ตนไม่เคยพบหรือโทรศัพท์กับใครในประกันสังคมและกระทรวงแรงงาน และยืนยันว่า นายสันติ ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย

ด้านนายสันติ พร้อมพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีถูกตั้งข้อสังเกตบริษัทของลูกชายมีความเชื่อมโยงกับการขายตึก Skayy9 ให้กับสปส.ว่า ลูกชายตนจบปริญญาโทจากอังกฤษด้านอสังหาริมทรัพย์ ตนเลยปล่อยให้เขาบริหารจัดการในบริษัท วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน จำกัด และเขาไปซื้อตึกนี้มาจากบริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ บสก.

เขายังต้องไปซื้อห้องอื่นๆ ในอดีตที่ขายกันไปแล้วกลับมา จนรวมเป็นตึกเดียวกันภายใต้เจ้าของเดียว ซึ่งตอนนั้นเขาขายประมาณ 2 พันกว่าล้านบาท ให้กับบริษัทของฝรั่งที่มาจดทะเบียนในไทย เป็นกองทุนที่ใหญ่มาก พอจ่ายแล้วก็จบ ตนมารู้อีกทีตอนมีข่าวว่าตึกหลังนี้ขายไป โดยสปส.เป็นเจ้าของ ในราคา 7 พันล้านบาท

ส่วนจะเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่นั้น นายสันติ กล่าวว่า เราเข้าใจ และยืนยันตามที่นายพัฒนา แถลง เรื่องนี้ไม่มีอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นคนในตระกูลพร้อมพัฒน์ หรือพร้อมทวีสิทธิ์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายของบริษัท เอจีอาร์อี 101 จำกัด กับสปส. ส่วนลูกชายตนทำเรื่องซื้อขายตึกเก่ามารีโนเวทขาย

เมื่อถามว่าได้ต่อสายคุยกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงานขณะนั้นหรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า เราไม่ได้สนใจและไม่จำเป็นต้องไปต่อสาย เราไม่ได้ไปเชื่อมโยงหรือพูดคุย โดยเฉพาะกับนายสุชาติ เราไม่เคยคุยอะไรกับเขาเลย ถึงแม้เคยอยู่พรรคเดียวกัน และเอาเข้าจริงเราไม่รู้ว่า สปส.เข้ามายุ่งเกี่ยวตั้งแต่สมัยนั้น ยืนยันไม่มีเรื่องดีลทางการเมืองตามที่เป็นข่าว ให้สื่อไปค้นหาหรือทำอะไรได้ทั้งนั้น คนเป็นนักการเมืองต้องทำอะไรตรงไปตรงมา

เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่สังคมตั้งคำถามถึงการซื้อตึกมูลค่า 7 พันล้านบาท มันแพงหรือมันคุ้มค่าหรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า เรื่องตึกแพงหรือถูก จะไปดูเป็นตัวเงิน บางทีอาจไม่ถูกต้อง เราต้องดูภายในของเขาด้วย อุปกรณ์ต่างๆ ทุกส่วนที่เขาไปรีโนเวทมันดีแค่ไหน หรือมีมาตรฐานเพียงใด การที่บริษัทมาซื้อต่อจากลูกชาย เขาต้องไปรีโนเวทเกือบทุกตารางนิ้ว

ส่วนจะลงทุนไปเท่าไหร่ ตนทราบว่าจำนวนมหาศาล ส่วนที่นำไปขายต่อ 7 พันกว่าล้านบาทนั้น มันเป็นมูลค่าของตัวตึกที่ผ่านการรีโนเวทมา ซึ่งมีคุณภาพสูง อยู่ใจกลางเมือง ส่วนราคาเหมาะสมหรือไม่นั้น ตนไม่ควรไปวิจารณ์ เพราะมันอยู่ที่มูลค่า เราก็ไม่เคยเข้าไปดู ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ซื้อและผู้ที่ขาย

เมื่อถามว่าสปส.ใช้งบ 7 พันกว่าล้านบาทไปซื้อ มีข้อเสนอแนะหรือความเห็นอย่างไร นายสันติ กล่าวว่า เราต้องยอมรับว่า สปส.มีบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ เราต้องเชื่อว่าเขาได้ซื้อและตรวจสอบอย่างมีคุณภาพแล้ว คนใน สปส.ไม่ใช่เด็กๆ เป็นผู้ใหญ่มีประสบการณ์ ส่วนด้านอื่นๆ ลึกๆ ลงไปเราไมได้ไปยุ่งเกี่ยว เลยไม่ทราบ จึงไปตอบแทนคนอื่นไม่ได้

เมื่อถามว่าจะมีการฟ้องร้องอะไรต่อจากนี้หรือไม่ นายสันติ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า ไปฟ้องทำไม เพราะเรายืนอยู่บนความถูกต้อง ไม่ว่าจะสื่อหรือประชาชนอยากรู้ลึกๆ ว่าเราไปมีอะไรกับเขาหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเราเป็นนักการเมือง เป็นบุคคลสาธารณะ ตนไม่ฟ้อง

เมื่อถามว่ามองหรือไม่ว่า เหตุใดเรื่องนี้จึงเป็นประเด็น นายสันติ กล่าวว่า เป็นประเด็นเพราะรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นคนเอาไปพูด โดยที่เขาไม่น่าทราบว่าเราเป็นเจ้าของ และเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นการดิสเครดิตทางทางการเมือง เมื่อถามว่าอยู่ฝ่ายค้านแล้วกระแสข่าวเชิงลบมากขึ้นหรือไม่ นายสันติกล่าวว่า ไม่

เมื่อถามว่าเมื่อปี 62 อาคารนี้เกือบเป็นที่ทำการของพรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า หากพูดย้อนกลับไป เมื่อเราซื้ออาคารมาแล้ว เคยมีคนขอว่าอยากให้พรรคประชารัฐมีสำนักงานที่สวยๆ ดีๆ ซึ่งตนคิดว่าก็เหมาะสม แต่อีกระยะหนึ่งมีนักธุรกิจชาวต่างชาติมาติดต่อขอซื้อ เราจึงขายไป และลูกชายของตนก็มีตึกรัชดา วันที่ทำการปัจจุบัน ดังนั้น จึงขอใช้สถานที่ตรงนี้

ต่อข้อถามว่านักธุรกิจรายดังกล่าวตัดสินใจซื้อทั้งตึกหรือแค่บางส่วน นายสันติ กล่าวว่า เขาซื้อทั้งตึกเลยแล้ว เราก็มีการโอนกรรมสิทธิ์ไปเลย แล้วเรารับเช็คมา 1 ใบ

ผู้สื่อข่าวถามว่าในเวลาไม่กี่ปี แต่มูลค่าของตึกนั้นพุ่งสูงมากขึ้น ถือว่าเหมาะสมหรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า หากพิจารณาทั้งตึกก็เหมาะสม เพราะตึกมีการรีโนเวท ใช้ของที่มีคุณภาพ

เมื่อถามย้ำว่าการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ด้วยราคา 7 พันล้านบาท ของ สปส.มาถูกทางแล้วใช่หรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า เราไม่รู้ว่าใครมีวัตถุประสงค์อะไรที่จะซื้อทรัพย์สิน แต่ตึกดังกล่าวอยู่ใจกลางเมือง ดังนั้น ราคา 7 พันล้านบาท ก็ตกราคาตารางละ 70,000 บาท ถือว่าราคาไม่แพง บางที่ตารางเมตรละ 100,000 บาทก็มี

เมื่อถามว่าหลายคนวิจารณ์เนื่องจากตึกดังกล่าวยังไม่สามารถเปิดให้เช่าได้ถึง 50% ของพื้นที่ นายสันติ กล่าวว่า เศรษฐกิจเป็นเช่นนี้ การเช่าก็เหนื่อยหน่อย ถือเป็นเรื่องธรรมดา เชื่อว่าเดี๋ยวก็มีผู้มาเช่าถึง ส่วนจะทำให้คุ้มทุนอย่างไรเป็นหน้าที่ของเจ้าของทรัพย์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สันติ-พัฒนา แจงยิบ ไม่เกี่ยวประกันสังคมซื้อตึกSKYY9 ไร้ดีลการเมือง ไม่ฟ้องคนพาดพิง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...