โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องโอกาสและความหวัง ‘เด็กจบใหม่’ ตลาดแรงงานเน้นรับมีประสบการณ์

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 ก.พ. 2568 เวลา 02.24 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2568 เวลา 02.24 น. • The Bangkok Insight

ทีดีอาร์ไอ วิเคราะห์ตลาดแรงงานจากประกาศรับสมัครงาน พบส่วนใหญ่เน้นรับคนมีประสบการณ์ 1-2 ปี ส่วนผู้ไม่มีประสบการณ์ เปิดรับเพียง 22% ส่วนใหญ่เป็นงานพื้นฐาน แนะ รัฐ-สถานศึกษา ส่งเสริมการฝึกงาน

ทีม Big Data สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดผลวิเคราะห์สถานะความต้องการแรงงาน และทักษะของแรงงานที่นายจ้างต้องการใน โครงการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Large Language Models (LLMs) เพื่อการใช้ประโยชน์ในการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงฯ สนับสนุนโดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) โดยรวบรวมประกาศรับสมัครงานออนไลน์จาก 23 เว็บไซต์ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2567

แรงงาน

คณะผู้วิจัยได้จำแนกประกาศรับสมัครงานออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่ไม่ต้องการประสบการณ์หรือ อาจจะเรียกว่าเป็นตำแหน่งระดับ entry-level ซึ่งเป็นตำแหน่งงานที่ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่สามารถสมัครได้ 2. กลุ่มที่ต้องการประสบการณ์ขั้นต่ำ 1-2 ปีหรืออาจเรียกว่าเป็นตำแหน่งงานตำแหน่งระดับจูเนียร์ ซึ่งต้องการผู้สมัครที่มีประสบการณ์มาบ้าง และ 3. กลุ่มที่ต้องการประสบการณ์ขั้นต่ำ 3 ปีขึ้นไป ในตำแหน่งสูงกว่าระดับจูเนียร์

ในภาพรวม มีประกาศรับสมัครงานออนไลน์ที่จัดเก็บมาได้ในไตรมาสที่ 4 ปี 2567 จำนวน 221,339 ตำแหน่ง และเมื่อจำแนกตำแหน่งงานเป็น 3 กลุ่มข้างต้น พบว่าตำแหน่งงานส่วนใหญ่เป็นระดับจูเนียร์ โดยมีจำนวนมากถึง 84,669 ตำแหน่ง หรือคิดเป็น 38.3% ของประกาศฯ ทั้งหมด

รองลงมาคือ ตำแหน่งงานที่ต้องการประสบการณ์ 3 ปีขึ้นไป จำนวน 54,877 ตำแหน่ง (24.8%) และตำแหน่งงานระดับ entry-level ที่ไม่ต้องการประสบการณ์ 49,366 ตำแหน่ง (22.3%) นอกจากนั้น ยังมีตำแหน่งงานประกาศที่ไม่ระบุความต้องการประสบการณ์อีกจำนวน 32,427 ตำแหน่ง (14.7%)

จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า แม้จะมีตำแหน่งงานที่ไม่ต้องการประสบการณ์ทำงาน 49,366 ตำแหน่ง (22.3%) แต่ตำแหน่งงานส่วนใหญ่ในประกาศรับสมัครออนไลน์ก็ยังต้องการผู้สมัครที่มีประสบการณ์ทำงาน โดยมีตำแหน่งงานที่ต้องการประสบการณ์ทำงานถึง 139,546 ตำแหน่ง (63.1%) ซึ่งสะท้อนว่าตำแหน่งงานส่วนใหญ่ต้องการผู้สมัครที่มีความรู้ ทักษะ และความเข้าใจในการทำงานจริง

อย่างไรก็ตาม ความต้องการดังกล่าวไม่ได้เหมือนกันหมดในทุกระดับการศึกษา หรือในทุกรายกลุ่มอาชีพ โดยเมื่อพิจารณาความต้องการด้านประสบการณ์โดยจำแนกตามระดับการศึกษา พบว่าตำแหน่งงานที่ต้องการผู้มีระดับการศึกษาสูงมีแนวโน้มที่จะต้องการประสบการณ์ทำงานสูงขึ้นด้วย ดังนี้

ตำแหน่งงานระดับปริญญาตรี ส่วนใหญ่กว่า 78.6% เป็นตำแหน่งงานที่ต้องการประสบการณ์ โดยมีตำแหน่งงานที่ต้องการประสบการณ์ขั้นต่ำ 1-2 ปี จำนวน 43,003 ตำแหน่ง (คิดเป็น 40% ของตำแหน่งงานระดับปริญญาตรี) และมีตำแหน่งงานที่ต้องการประสบการณ์ขั้นต่ำ 3 ปีขึ้นไป 41,517 ตำแหน่ง (38.6%) ในขณะที่มีตำแหน่งระดับ entry-level เพียง 18,022 ตำแหน่ง (16.8%)

ตำแหน่งงานระดับอาชีวศึกษา ทั้ง ปวช. และ ปวส. ซึ่งเป็นตำแหน่งงานที่ต้องใช้ทักษะอาชีพ พบว่ามีความต้องการประสบการณ์ต่ำกว่าในระดับปริญญาตรี โดยประมาณครึ่งหนึ่งเป็นตำแหน่งงานที่ต้องการประสบการณ์ขั้นต่ำ 1-2 ปี (6,434 ตำแหน่งในระดับ ปวช. หรือคิดเป็น 48.3% ของตำแหน่งงาน ปวช. ทั้งหมด และ 11,524 ตำแหน่งในระดับ ปวส. หรือคิดเป็นสัดส่วน 51.4%)

ในขณะเดียวกัน ตำแหน่งงานในระดับอาชีวศึกษาที่ไม่ต้องการประสบการณ์มีสัดส่วนสูงกว่าตำแหน่งงานในระดับปริญญาตรีที่ไม่ต้องการประสบการณ์อย่างมีนัยสำคัญ โดยในระดับ ปวช. มีตำแหน่งงานที่ไม่ต้องการประสบการณ์ทำงาน 32.4% และในระดับ ปวส. มีตำแหน่งงานที่ไม่ต้องการประสบการณ์ทำงาน 28.0% ซึ่งสูงกว่าในระดับปริญญาตรี ซึ่งมีสัดส่วนตำแหน่งงานระดับปริญญาตรีที่ไม่ต้องการประสบการณ์ทำงานเพียง 16.8%

นอกจากนั้น ในระดับอาชีวศึกษา มีความต้องการผู้สมัครที่มีประสบการณ์ขึ้นต่ำ 3 ปีขึ้นไปเพียง 7.3% ในระดับ ปวช. และ 11.9% ในระดับ ปวส. ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนงานในระดับปริญญาตรีที่ต้องการประสบการณ์ขึ้นต่ำ 3 ปี ขึ้นไป (38.6%)

ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีตำแหน่งงานเปิดใหม่จำนวน 17,230 ตำแหน่ง (7.8% ของประกาศทั้งหมด) ส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งที่ไม่ต้องการประสบการณ์ จำนวน 10,192 ตำแหน่ง (59.2% ของประกาศฯ ในระดับ ม.6) ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าทั้งระดับปริญญาตรีและระดับอาชีวศึกษามาก ในขณะที่มีตำแหน่งที่ต้องการประสบการณ์ 3 ปีขึ้นไปเพียง 4.4% เท่านั้น โดยงานในกลุ่มนี้มักเป็นงานที่เป็นงานที่เน้นทักษะพื้นฐาน เช่น งานบริการ พนักงานขับรถ พนักงานคลังสินค้า หรืองานที่ใช้แรงงานทั่วไปอื่น ๆ

เมื่อพิจารณาความต้องการด้านประสบการณ์โดยจำแนกตามกลุ่มอาชีพ พบว่าสามารถแบ่งกลุ่มอาชีพได้ 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

กลุ่มแรก คือกลุ่มอาชีพที่มีความต้องการประสบการณ์สูง โดยเฉพาะงานด้านการจัดการ ซึ่งมีตำแหน่งงานที่ต้องการประสบการณ์ขั้นต่ำ 3 ปีขึ้นไปสูงถึง 19,143 ตำแหน่ง หรือคิดเป็นสัดส่วน 56.1% และมีสัดส่วนตำแหน่งงานที่ไม่ต้องการประสบการณ์ทำงานเพียง 8.7% เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีสัดส่วนตำแหน่งงานระดับ entry-level น้อย แต่ก็อาจจะไม่ได้หมายความว่างานในกลุ่มอาชีพนี้จะมีปัญหาในการรับคน เพราะอาจรับคนที่สามารถย้ายข้ามสายงานได้ เช่น จากวิศวกรที่มีประสบการณ์สูงมาเป็นผู้จัดการ เป็นต้น ซึ่งจะต่างจากงานวิชาชีพอื่นๆ ขณะที่งานด้านกฎหมายก็มีความต้องการประสบการณ์ขั้นต่ำ 3 ปีขึ้นไปสูงถึง 45.3% และมีตำแหน่งงานไม่ต้องการประสบการณ์ทำงานเพียง 12.7%

กลุ่มที่สอง เป็น กลุ่มวิชาชีพที่ต้องใช้ทักษะและความรู้เฉพาะทาง ได้แก่ งานธุรกิจและการเงิน งานด้านคอมพิวเตอร์และคณิตศาสตร์ และงานด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม กลุ่มอาชีพนี้มีสัดส่วนของตำแหน่งที่ต้องการประสบการณ์สูง กล่าวคือ มีสัดส่วนตำแหน่งงานที่ต้องการประสบการณ์ขั้นต่ำ 1-2 ปี ประมาณ 36-40% และมีสัดส่วนของตำแหน่งที่ต้องการประสบการณ์ขั้นต่ำ 3 ปีขึ้นไปประมาณ 33-35% ในขณะที่มีตำแหน่งงานที่ไม่ต้องการประสบการณ์ค่อนข้างน้อย (ประมาณ 15-18%) ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ไม่สามารถหางานในกลุ่มวิชาชีพเหล่านี้ได้

กลุ่มที่สาม เป็น กลุ่มอาชีพที่มีการเปิดรับผู้ไม่มีประสบการณ์ในสัดส่วนที่สูง โดยเฉพาะงานด้านสนับสนุนงานออฟฟิศและงานธุรการ (32.8%) งานด้านการขาย (32.1%) และงานด้านการติดตั้ง การบำรุงรักษา และการซ่อมแซม (30.2%) นอกจากนี้ แม้ในตำแหน่งงานที่ต้องการประสบการณ์ ก็จะพบว่ากลุ่มอาชีพเหล่านี้มีส่วนใหญ่ต้องการประสบการณ์ขึ้นต่ำ 1-2 ปี (ประมาณ 41-44% ของตำแหน่งงานในกลุ่มอาชีพทั้งหมด) และมีความต้องการผู้มีประสบการณ์ขั้นต่ำ 3 ปีขึ้นไปเพียง 8-13%

แนะรัฐ-สถานศึกษา ส่งเสริมการฝึกงาน

จากที่กล่าวไปข้างต้น เพื่อลดปัญหาช่องว่างระหว่างผู้ที่สำเร็จการศึกษาแต่ยังขาดประสบการณ์การทำงาน กับความต้องการของนายจ้างซึ่งระบุว่างานกว่า 38.3% ต้องการผู้มีประสบการณ์ขั้นต่ำ 1-2 ปี รัฐบาลควรพิจารณาส่งเสริมการฝึกงานสำหรับผู้ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน (internship หรือ traineeship) โดยอาจศึกษาแนวทางในต่างประเทศ และร่วมหารือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อให้สามารถออกแบบมาตรการที่สามารถใช้แก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ รัฐบาลควรส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนในรูปแบบทวิภาคีหรือสหกิจศึกษามากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีประสบการณ์ทำงานอย่างเข้มข้นในสาขาอาชีพที่เรียนมา ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการหางาน และช่วยให้ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถปรับตัวเข้าสู่โลกของการทำงานได้ราบรื่นมากขึ้น

10 อันดับอุตสาหกรรมที่ประกาศรับสมัครงานมากที่สุด

จากการจำแนกประกาศรับสมัครงานออนไลน์ตามประเภทกลุ่มอุตสาหกรรม โดยอ้างอิงข้อมูลการจดทะเบียนบริษัทของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และมาตรฐานอุตสาหกรรมประเทศไทย ปี 2552 (TSIC) ผลการวิเคราะห์พบว่า 10 อันดับแรกของกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความต้องการแรงงานมากที่สุด ได้แก่

  • การขายส่งและขายปลีก 39,970 ตำแหน่ง (18.1%)
  • การผลิต 26,869 ตำแหน่ง (12.1%)
  • กิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน 22,854 ตำแหน่ง (10.3%)
  • กิจกรรมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ 15,821 ตำแหน่ง (7.1%)
  • ที่พักแรมและบริการอาหาร 14,465 ตำแหน่ง (6.5%)
  • กิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย 12,789 ตำแหน่ง (5.8%)
  • การก่อสร้าง 7,344 ตำแหน่ง (3.3%)
  • ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร 7,245 ตำแหน่ง (3.3%)
  • กิจกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ 7,102 ตำแหน่ง (3.2%)
  • การขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า 4,583 ตำแหน่ง (2.1%)
  • กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ มีทั้งหมด 4,093 ตำแหน่ง (1.8%) โดยประกอบไปด้วยหน่วยงานราชการ มูลนิธิ สหกรณ์ และ บริษัทต่างประเทศ และมีประกาศรับสมัครงานที่ไม่ระบุกลุ่มอุตสาหกรรมจำนวน 48,281 ตำแหน่ง (21.8%)

10 อันดับอาชีพที่มีการประกาศรับสมัครงานมากที่สุด

เมื่อจำแนกประกาศรับสมัครงานออนไลน์ตามกลุ่มอาชีพที่ระบุในประกาศ โดยอ้างอิงฐานข้อมูลกลุ่มอาชีพจากสหรัฐอเมริกา (O*NET) พบว่า 10 กลุ่มอาชีพที่มีจำนวน

ประกาศรับสมัครงานมากที่สุด

  • การขายและงานที่เกี่ยวข้อง 41,573 ตำแหน่ง (18.8%)
  • การจัดการ 34,107 ตำแหน่ง (15.4%)
  • ธุรกิจและการเงิน 33,483 ตำแหน่ง (15.1%)
  • สนับสนุนงานออฟฟิศและงานธุรการ 26,766 ตำแหน่ง (12.1%)
  • คอมพิวเตอร์และคณิตศาสตร์ 16,022 ตำแหน่ง (7.2%)
  • สถาปัตยกรรมและวิศวกรรม 12,107 ตำแหน่ง (5.5%)
  • การเตรียมอาหารและงานบริการ 10,249 ตำแหน่ง (4.6%)
  • ศิลปะ การออกแบบ ความบันเทิง กีฬา และสื่อ 9,612 ตำแหน่ง (4.3%)
  • การติดตั้ง บำรุงรักษา และซ่อมแซม 7,620 ตำแหน่ง (3.4%)
  • การขนส่ง 5,475 ตำแหน่ง (2.5%)
  • ประกาศงาน 1,191 ตำแหน่ง (0.5%) ที่ไม่สามารถระบุกลุ่มอาชีพได้

ทั้งนี้ประกาศรับสมัครงานในกลุ่มอาชีพเหล่านี้สะท้อนถึงความต้องการแรงงานในตลาดที่หลากหลาย โดยเฉพาะในสาขาการขาย การจัดการ และธุรกิจการเงินที่มีการจ้างงานสูงที่สุด

จำนวนตำแหน่งงานเปิดใหม่ตามวุฒิการศึกษา

เมื่อจำแนกประกาศรับสมัครงานออนไลน์ตามวุฒิการศึกษาขั้นต่ำที่ระบุในประกาศรับสมัครงาน พบว่ามีประกาศรับสมัครงานวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี 107,545 ตำแหน่งงาน (48.6%) ปวส. 22,430 ตำแหน่งงาน (10.1%) มัธยมศึกษาปีที่หก 17,230 ตำแหน่งงาน (7.8%) ปวช. 13,327 ตำแหน่งงาน (6.0%) มัธยมศึกษาปีที่สาม 5,477 ตำแหน่งงาน (2.5%) ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา 7,791 ตำแหน่งงาน (3.5%) สูงกว่าปริญญาตรี 1,612 ตำแหน่งงาน (0.7%) และที่ไม่ระบุวุฒิการศึกษามีจำนวน 45,927 ตำแหน่งงาน (20.7%)

จำนวนตำแหน่งงานเปิดใหม่ตามภูมิภาค

เมื่อจำแนกการประกาศรับสมัครงานออนไลน์ตามที่ตั้งของสถานประกอบการ พบว่าพื้นที่ที่มีการเปิดรับสมัครงานมากที่สุดคือกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีจำนวนตำแหน่งงานทั้งหมด 137,290 ตำแหน่ง คิดเป็น 62.0% ของจำนวนตำแหน่งงานทั้งหมด ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการประกาศหางานออนไลน์

รองลงมาคือ ภาคใต้ มีการเปิดรับสมัคร 18,609 ตำแหน่ง (8.4%) ตามด้วยภาคตะวันออก 10,985 ตำแหน่ง (5.0%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6,209 ตำแหน่ง (2.8%) ภาคเหนือ 5,772 ตำแหน่ง (2.6%) ภาคกลาง 3,642 ตำแหน่ง (1.6%) และภาคตะวันตก 2,500 ตำแหน่ง (1.1%) นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งงานที่ไม่สามารถระบุที่ตั้งของสถานที่ทำงานได้จำนวน 36,332 ตำแหน่ง คิดเป็น 16.4% ของตำแหน่งงานทั้งหมด

5 จังหวัดที่มีประกาศรับสมัครงานออนไลน์สูงสุด

ในส่วนของภาพรวมจังหวัดที่มีจำนวนประกาศรับสมัครงานสูงที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ โดยมีตำแหน่งงานเปิดรับทั้งหมด 113,812 ตำแหน่ง คิดเป็น 61.52% ของงานทั้งหมด รองลงมาคือภูเก็ตที่มี 10,638 ตำแหน่ง (5.75%) สมุทรปราการ 7,221 ตำแหน่ง (3.90%) นนทบุรี 6,105 ตำแหน่ง (3.30%) และชลบุรี 5,057 ตำแหน่ง (2.73%)

5 ทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการมากที่สุด

ภาพประกอบที่ 9 แสดงทักษะที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด 5 อันดับแรก

บทความโดย : ทีมวิจัย โครงการวิเคราะห์การประกาศหางานออนไลน์ ดร.ทศพล ป้อมสุวรรณ, วินิทร เธียรวณิชพันธุ์, นรินทร์ ธนนิธาพร, เพ็ญพิชา ผาณิตพิเชฐวงศ์ และวิไลลักษณ์ มีสวัสดิ์ นักวิจัยด้าน Big Data ทีดีอาร์ไอ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...