โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘หลิวจงอี้ฟีเวอร์’ เมื่อคนไทยมีความหวังกับเจ้าหน้าที่จีนมากกว่ารัฐบาลตัวเอง

The Better

อัพเดต 21 ก.พ. 2568 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2568 เวลา 06.50 น. • THE BETTER

การที่ ’หลิวจงอี้‘ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน เข้าๆ ออกๆ ไทยกับเมียนมา น่าจะเป็นส่วนหนึ่ง ‘ปฏิบัติการนกนางนวล’ (海鸥行动) ที่เริ่มเฟส 2 ในปีนี้

เฟสแรกมีการประชุมสรุปผลไปแล้วเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2025 โดยสรุปผลการไล่ล่าสแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นแผ่นดินใหญ่+จีนเมื่อปี 2024 (ผลของการดำเนินการเฟสแรก อ่านได้จากลิ้งก์เรื่อง "'ปฏิบัติการนกนางนวล'เบื้องหลังการปราบ'จีนเทา'")

การประชุมเมื่อวันที่ 21 มกราคม ของ ‘ปฏิบัติการนกนางนวล’ เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและความมั่นคงแบบบูรณาการแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน (ที่ได้ชื่อว่าปฏิบัติการนกนางนวล ผมคิดว่าเพราะที่คุนหมิงมีนกนางนวลชุมมากนั่นเอง)

การประชุมครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่อาวุโสจากกรมตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน กระทรวงความมั่นคงสาธารณะและกระทรวงกลาโหมของลาว กระทรวงมหาดไทยของเมียนมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย และกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของเวียดนามเข้าร่วมการประชุม เห็นพ้องว่าจะต้อง "ทำงานร่วมกันเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามพรมแดนที่ร้ายแรง"

หนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังการประชุมที่คุนหมิง หลิวจงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ก็เดินทางมาเยือนประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 มกราคม หลังจากนั้นก็เข้าๆ ออกๆ ไทยและเมียนมา พร้อมกับหารือและเสนอแนวทางกวาดล้างอาชญากรรมฉ้อโกง

สื่อจีนบางแห่งจึงบอกว่า "การเดินทางของ หลิวจงอี้ (มายังไทยและเมียนมา) ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง 3 ประเทศสู่ขั้นตอนปฏิบัติจริง (ของปฏิบัติการนกนางนวล) ผ่านการโจมตีด้วยแรงกดดันอย่างเป็นระบบและการบริหารระยะยาว "มะเร็งร้าย" ของการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมในเมียวดีกำลังถูกกำจัดไปทีละน้อย"

ตอนนี้ผมยังไม่มีข้อมูลมากนัก ทราบแค่ว่า "ปฏิบัติการนกนางนวล" มีจีนเป็นเจ้าภาพ ดังนั้น หลิวจงอี้ ก็น่าจะเป็นตัวแทนของเจ้าภาพประสานงานปฏิบัติการร่วมนี้ ไม่ใช่จู่ๆ จีนส่งคนของตัวเองมาแล้วเจ้ากี้เจ้าการสั่งโน้นสั่งนี้ เพราะมันน่าจะอยู่ในแนวทางของเฟสสองของปฏิบัติการนกนางนวลแล้ว

เฟสแรกน่าจะเน้นที่เมียนมาตอนเหนือ ลาว และกัมพูชา ส่วนเฟสสองตอนนี้น่าจะเริ่มแล้ว เป้าหมายควรอยู่ที่เมียวดี

การมาถึงของหลิวจงอี้ทำให้คนไทยเป็นจำนวนมาก (เท่าที่ผมกวาดสายตาดูความเห้นในโซเชียลมีเดียช่องทางต่างๆ) เกิดความหวังขึ้นมาว่า ปัญหาพวกสีเทาได้รับการแก้ไขเสียที เพราะร้องเรียนรัฐบาลเท่าไรก็ไม่ค่อยขยับ ร้องเรียนธนาคารก็ทำเฉย ร้องเรียตำรวจก็ไม่ได้เรื่อง

พอหลิวจงอี้มาเท่านั้น ดูเหมือนกลไกการปราบพวกสีเทาในไทยจะขับเคลื่อนในพลัน อะไรๆ ที่ดูเหมือนจะไม่เคยทำงานมาก่อนก็ขยันขันแข็งขึ้นมาในทันที

จนคนไทยบางคนถึงกับบอกว่า "อยากได้ หลิวจงอี้ มาเป็นนายกฯ"

แน่ละครับ มันเป็นแค่ความเห็นแต่ก็สะท้อนความรู้สึกของคนไทยทีมีต่อความอืดอาดของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี

และในฐานะทำข่าวมานาน ผมไม่เคยเห็นคนไทย "โปร" เจ้าหน้าที่ต่างประเทศคนไทยมากมายขนาดนี้ และที่น่าฉงวนที่สุดคือ ปกติคนไทยจะไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ต่างชาติมีบทบาทขนากนี้ และไม่ต้องพูดถึงจีน เพราะคนไทยนั้นสามวันดี สี่วันไข้เรื่องจีน เดี๋ยวก็เกลียดเดี๋ยวก็ชม

แต่คนไทยบางคน (จำนวนน้อย) วิตกว่าการเข้ามาของ หลิวจงอี้ จะเป็นการแทรกแซงอธิปไตยของไทยหรือไม่? โดยสื่อไทยบางรายรายงานว่ามีชาวไทยบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์ภารกิจของหลิวจิงอี้ในไทยช่วงนี้ เนื่องจากรู้สึกว่าการที่หลิวจงอี้เดินทางเข้าออกชายแดนโดยไม่มีเจ้าหน้าที่ไทยอยู่ด้วยนั้น ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทย

แต่ หลิวจงอี้ เน้นย้ำถึงความเคารพของจีนที่มีต่ออธิปไตยของไทยและกฎหมายท้องถิ่น โดยระบุว่าความเข้าใจผิดดังกล่าว "เกิดจากความกระตือรือร้นอย่างมากมายเหลือเกินในการปกป้องพลเมืองจีน"

"ความกระตือรือร้นอย่างมากมาย" ผมยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริง เพราะในช่วง 2 - 3 ปีมานี้จีรนจริงจังอย่างมากในการทำลายพวกสแกมเมอร์ และ The Better ก็รายงานข่าวเรื่องนี้มาโดยตลอด ส่วนหนึ่งก็เพื่อชี้ให้เห็นวา "จีนเอาจริง แล้วไทยมัวทำอะไรอยู่?"

ถ้าติดตามการไล่ล่าสแกเมอร์ของจีนก็จะทราบว่า จีนเนริ่มจากเมียนมาตอนเหนือก่อน แล้วประกาศว่ากวาดล้างสำเร็จเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ยังมีพวกสีเทาหนีมายังเมียวดีอันเป็น "เขตอิทธิพล" ของไทย ณ เวลานั้น ไทยควรตะรหนักอะไรบางอยางได้แล้ว แต่ก็ไม่

หลิวจงอี้ ยังอุตส่าห์พูดไว้หน้าไทยมากแล้ว ด้วยการบอกวา ผู้นำจีนไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีสีจิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่เฉียง ชื่นชมมาตรการของไทยในการปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพในเมืองเมียวดีของเมียนมา โดยเฉพาะการตัดไฟฟ้า การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และการส่งเชื้อเพลิงไปยังพื้นที่ดังกล่าว

ในสายตาคนไทยแล้วมาตรการเหล่านี้ทำช้าเกิน จนประชาชนบอกว่า "ยื้อเวลาเพื่อให้พวกสีเทามันเอาตัวรอดหรือเปล่า?" ดังนั้น คนไทยจำนวนไม่น้อยจึงเชื่อว่า จีนกดดันไทยอยู่ข้างหลังมากกว่าและหลวจงอี้คืออุปกรณ์ในการกดดัน

แต่ หลิงจงอี้ พูดแบบนี้แล้วน่าจะสบายใจขึ้นหรือเปล่า? ผมว่าคนไทยบางคนปักใจเชื่อว่าจีนแทรกแซงกิจการของไทยด้วยการส่ง หลิวจงอี้เข้ามา ดังนั้นต่อให้ชัดแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบาย คนกลุ่มนี้ก็จะไม่เขาใจเป็นอย่างอื่น

แต่ก่อนจะจะปักใจเชื่ออะไรโปรดย้อนกลับไปอ่านเรื่องปฏิบัติการนกนางนวลอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่านี่คือการทำงานประสานกันหรือว่าเป็นการทำงานเดี่ยวของจีนในแผ่นดินไทยและเพื่อนบ้าน?

ดังนั้น ถามว่าเป็นการแทรกแซงกิจการของไทยหรือไม่? ก็ต้องถามไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาลไทยแล้วล่ะครับว่าในการประชุมที่คุนหมิงเราไปร่วมมือกับเขาในระดับไหน? แน่นอนว่าต้องถึงระดับที่ยอมให้จีนส่งคนระดับหลิวจงอี้เข้ามาได้

แต่ผมเชื่อว่าทั้งรัฐบาลเมียนมาและรัฐบาลไทยก็คงอึดอัดใจที่จีน "เป็นเจ้าภาพ" โดยมี หลิวจงอี้เป็นตัวแทนเจ้าภาพ เพราะเท่ากับเสียอำนาจการตัดสินใจไประดับหนึ่ง

และผมเคยเขียนไปว่าจีนสามารถใช้ความมุ่งมั่นและเด็ดขาดทำลายจีนเทาในเมียนมาตอนเหนือได้สำเร็จ ประจวบเหมาะกับการได้โอกาสที่เมียนมามีความวุ่นวายหนัก จนสามารถมีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจของกองกำลังชนกลุ่มน้อยต่างๆ รวมถึงกองทัพเมียนมาได้สำเร็จ และกำลังคืบคลานเข้าสู่พื้นที่อิทธิพลของไทย (เช่น รัฐกะเหรี่ยง) ดังนั้นจีนก็อาจได้ผลพลอยได้ทางการเมืองจากปฏิบัติการนกนางนวล

แต่ก็แน่ล่ะ เป้าหมายแท้จริงของจีนคือการทำลายพวกสแกมเมอร์ให้หมดสิ้นไปแบบถอนรากถอนโคน อย่างน้อยก็จากทัศนะของนักวิเคราะห์การเมืองในจีนบางคน

การที่จีนกลายเป็น 'พี่ใหญ่‘ ในปฏิบัติการนกนางนวลได้และสามารถยึดกุมอำนาจการสั่งการบางส่วนได้ในการกวาดล้างพวกสแกมเมอร์ น่าจะมีผลต่อดุลยภาพทางการเมืองในเมียนมาและไทยพอสมควร

แต่จะโทษใครได้? ในเมื่อรัฐบาลไทยขยับช้าเกินไปในปฏิบัติการนี้ (หรือเกมนี้?) หากรัฐบาลจริงจังสักหน่อยกับการมองปัญหานี้ให้ลึกและรอบด้านเสียแต่เนิ่นๆ แล้วแก้ปัญหาในฐานะผู้นำภูมิภาค ก็คงจะไม่ต้อง "พึ่งพาจีน" แบบนี้

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...