“หุ้น Nvidia” ร่วงแรง 6% ชี้รัฐบาลสหรัฐจำกัดส่งออกชิป H20 ไปจีนเพิ่มเติม เตือนกระทบรายได้หนัก
“หุ้น Nvidia” ร่วงแรง 6% ชี้รัฐบาลสหรัฐจำกัดส่งออกชิป H20 ไปจีนเพิ่มเติม เตือนกระทบรายได้หนัก ฉุดหุ้นกลุ่มเทคร่วงยกแผง Intel -1.9% Broadcom -3.4% TSMC -2% Apple-Tesla ลดลงมากกว่า 1%
วันที่ 16 เมษายน 2568 ดัชนีฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงในคืนวันอังคาร โดยกลุ่มเทคโนโลยีร่วงหนักที่สุด หลัง Nvidia ซึ่งเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เตือนว่าจะได้รับผลกระทบจากรายได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐเข้มงวดข้อจำกัดการส่งออกไปยังจีนมากขึ้น
ตลาดโดยรวมยังคงเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแผนการขึ้นภาษีสินค้านำเข้ารอบใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเวชภัณฑ์ ขณะที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจ
ราคาฟิวเจอร์สร่วงลงหลังจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดลบเล็กน้อยในวันเดียวกัน โดยความหวังเกี่ยวกับการผ่อนปรนภาษีของทรัมป์เริ่มจางหาย ขณะที่ตลาดยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับท่าทีของทรัมป์ต่อการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม
นอกจากนี้นักลงทุนยังชะลอความเสี่ยงเพื่อรอการประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกจากหลายบริษัท และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะออกมาในเร็ว ๆ นี้
เมื่อเวลา 19.47 น. ET (23.47 น. GMT)
- ฟิวเจอร์สดัชนี S&P 500 ลดลง 0.8% สู่ระดับ 5,384.0 จุด
- ฟิวเจอร์สดัชนี Nasdaq 100 ลดลง 1.3% สู่ระดับ 18,718.75 จุด
- ฟิวเจอร์สดัชนี Dow Jones ลดลง 0.4% สู่ระดับ 40,414.0 จุด
หุ้น NVIDIA Corporation ร่วงลง 6% ในการซื้อขายหลังปิดตลาด หลังบริษัทเผยว่ารัฐบาลสหรัฐได้จำกัดการส่งออกชิป H20 ไปยังจีนเพิ่มเติม โดยขณะนี้ Nvidia ต้องยื่นขอใบอนุญาตหากจะส่งออกชิปดังกล่าว โดยชิป H20 ถือเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของ Nvidia ในตลาดจีน และได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรการควบคุมการส่งออกที่รัฐบาลไบเดนเคยออกมาก่อนหน้านี้
การประกาศของ Nvidia สร้างความตื่นตระหนกให้กับกลุ่มผู้ผลิตชิปและหุ้นเทคโนโลยีอื่น ๆ เนื่องจากกังวลว่าอาจมีมาตรการจำกัดเพิ่มเติมในการส่งออกชิปไปยังจีน ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศ
หุ้นของผู้ผลิตชิปรายอื่นร่วงตาม เช่น
- Intel Corporation ลดลง 1.9%
- Broadcom Inc ลดลง 3.4%
- TSMC ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์หลักของ Nvidia ลดลง 2%
ขณะที่คู่แข่งอย่าง AMD ซึ่งมีแนวโน้มได้รับผลกระทบคล้ายกัน ลดลงเกือบ 7%
แรงขายหุ้นกลุ่มชิปส่งผลให้กลุ่มเทคโนโลยีโดยรวมอ่อนตัวลงด้วย โดยหุ้นใหญ่ เช่น
- Apple และ Tesla ต่างลดลงมากกว่า 1% นักลงทุนกังวลต่อผลกระทบของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนที่อาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี หากความขัดแย้งยกระดับขึ้น
ทั้งนี้วอลล์สตรีทยังถูกกดดันจากความไม่แน่นอนด้านการค้า ขณะรอตัวเลขเศรษฐกิจและผลประกอบการ ดัชนีหุ้นวอลล์สตรีทปิดตลาดปรับลดลงเล็กน้อยในวันอังคาร เนื่องจากนักลงทุนยังคงระแวดระวังเกี่ยวกับแผนการขึ้นภาษีของทรัมป์ โดยสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนยังคงเป็นประเด็นที่เขย่าตลาด
ทรัมป์ระบุว่าขณะนี้ขึ้นอยู่กับจีนว่าจะเริ่มการเจรจาหรือไม่ ซึ่งตลาดหวั่นว่า หากสงครามการค้าดำเนินไปนาน อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีนี้
- ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.2% ที่ระดับ 5,396.60 จุด
- ดัชนี NASDAQ Composite ลดลงเล็กน้อยที่ 16,823.17 จุด
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ลดลง 0.4% ปิดที่ 40,368.96 จุด
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการไตรมาสแรกของบางบริษัทที่ออกมาก่อนหน้านี้มีแนวโน้มเชิงบวก ช่วยประคองตลาดได้บ้าง และในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีบริษัทใหญ่หลายแห่งทยอยรายงาน เช่น
- บริษัทผลิตชิป ASML Holding NV
- บริษัทเวชภัณฑ์ Abbott Laboratories
- บริษัทประกัน Progressive Corp
ทางด้านเศรษฐกิจสหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในวันพุธ ขณะที่ ประธานเฟด เจอโรม พาวเวล มีกำหนดการแถลงในวันเดียวกันด้วย
อ้างอิง : investing.com