โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สุริยะ’ เปิดแผนคมนาคม เชื่อมหาดใหญ่-มาเลเซีย มอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ กระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 02.38 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 02.37 น. • The Bangkok Insight

"สุริยะ" เปิดแผนพัฒนาคมนาคมขนส่ง เชื่อมหาดใหญ่-มาเลเซีย มอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ กระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนภาคใต้

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาระบบโครงข่ายคมนาคมใน จังหวัดสงขลา

นายสุริยะ กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่เดินหน้าลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ให้มีประสิทธิภาพเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ ส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยทางถนน และลดต้นทุนระบบโลจิสติกส์ เพื่อให้เกิดการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้

ทั้งนี้ จากการที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีกำหนดประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 17 - 18 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่ง จังหวัดสงขลา

โดยเฉพาะหาดใหญ่เป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีการหมุนเวียนของเม็ดเงินจากการค้า การลงทุน และกระทรวงคมนาคม มีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งสำคัญ ๆ หลายโครงการทั้งในพื้นที่ และการเชื่อมต่อการเดินทาง ขนส่งสินค้ากับมาเลเซีย เมื่อโครงการเหล่านี้ก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยผลักดันให้ภาคใต้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด

สุริยะ

เตรียมเสนอครม.ขอก่อสร้างรถไฟทางคู่ 3 สาย

โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เร่งก่อสร้างโครงข่ายรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งทางรางรองรับการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพและสนับสนุนการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า สอดคล้องตามนโยบายการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ต้องการลดต้นทุนการขนส่งสินค้า และสามารถประหยัดการใช้พลังงานของประเทศ

สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ในพื้นที่ภาคใต้ มี 3 เส้นทาง ได้แก่ ช่วงชุมพร - สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 30,422 ล้านบาท ช่วงสุราษฎร์ธานี – หาดใหญ่ - สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท ช่วงหาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนเตรียมนำเสนอ ครม. อนุมัติโครงการ

นอกจากนี้ รฟท. เตรียมขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง เพื่อดําเนินงานศึกษาความเหมาะสมโครงการรถไฟทางคู่ เส้นทางชุมทางหาดใหญ่ - สุไหงโก-ลก ระยะทาง 216 กม. เพื่อสนับสนุนความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย - มาเลเชีย การค้าชายแดน การท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีแผนเปิดให้บริการในปี 2577

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นางมนพร เจริญศรี

แผนก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M84-สร้างทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่

สำหรับโครงการทางถนนมีแผนก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สาย อำเภอหาดใหญ่ - ชายแดนไทย-มาเลเซีย (มอเตอร์เวย์ M84) เชื่อมต่อเมืองหาดใหญ่ กับด่านศุลกากรสะเดาแห่งที่ 2 วงเงิน 40,787 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดของรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อขออนุมัติโครงการ โดยมีแผนก่อสร้างในปี 2570 - 2573

โครงการแก้ไขปัญหาจราจร ได้แก่ โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันออก) ทล.425 ตอน บ.พรุ - ทางเข้าสนามบินหาดใหญ่ กม. 24+148.450 - 31+331.426 ด้านซ้ายทาง ผลงาน 23.973% และ กม.24+148.450 - 31+331.426 ด้านขวาทาง ผลงาน 0.511% และมีแผนขอรับงบประมาณในปี 2569 สำหรับด้านตะวันออก กม.0+000 - 24+151 ระยะทาง 24.15 กม. วงเงิน 9,380 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอขอพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน และด้านตะวันตก กม.31+331 - กม.65+530 ระยะทาง 34.20 กม. วงเงิน 9,500 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมรายงาน EIA เสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.)

สำหรับโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา - อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง มีจุดเริ่มต้นโครงการที่ แยกออกจากถนนทางหลวงชนบท พท.4004 ประมาณ กม. 3+300 บริเวณบ้านแหลมจองถนน ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง และสิ้นสุดโครงการที่ถนน อบจ. สงขลา (ถนนรอบเกาะใหญ่) บ้านแหลมยาง ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา ระยะทาง 7 กม. วงเงิน 4,825.423 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างนำเสนอ ครม. เพื่อเห็นชอบแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดี ทะเลสาบสงขลา ก่อนที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จะเจรจาเงินกู่กับธนาคารโลก ทั้งนี้ มีแผนก่อสร้างปลายปี 2568 - 2571

เพิ่มศักยภาพท่าอากาศยานหาดใหญ่

ด้านการเพิ่มศักยภาพท่าอากาศยานหาดใหญ่ ที่ปัจจุบันมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 2.5 ล้านคนต่อปี รองรับเที่ยวบิน 12 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ทั้งนี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีแผนเพิ่มศักยภาพท่าอากาศยานระยะสั้น (1 - 2 ปี) โดยปรับปรุงอาคารผู้โดยสารชั้น 2 และปรับปรุงถนนระบบภายใน และแผนระยะกลาง (3 - 5 ปี) ก่อสร้างอาคารบริการผู้โดยสารและปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาความคุ้มค่าการลงทุน)

สำหรับแผนระยะยาว ทอท. มีการจัดทำแผนแม่บทเพื่อให้ท่าอากาศยานหาดใหญ่สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 10.5 ล้านคนต่อปี และรองรับปริมาณเที่ยวบินได้ 21 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ประกอบด้วย การก่อสร้างทางขับขนาน และขยายลานจอดอากาศยาน การขยายและปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร การก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์และคลังสินค้า การปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ และระบบสาธารณูปโภค โดยมีวงเงินจ้างที่ปรึกษาเพื่อจัดทำแผนแม่บท จำนวน 19.995 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ ปี 2568 - 2569

นอกจากนี้ ได้ติดตามโครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำชายฝั่งทะเลที่สำคัญ พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา ปัตตานี นราธิวาส) ระหว่างปี 2566 -2569 มีปริมาณวัสดุขุดลอก 18.724 ลบ.ม. วงเงินงบประมาณ 1,833.664 ล้านบาท

ทั้งนี้ นายสุริยะ ได้สั่งการให้หน่วยงานขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการ โดยให้กรมทางหลวง กำกับดูแลการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด สำหรับโครงการที่มีความล่าช้าในการดำเนินงาน เช่น ติดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ให้เร่งดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามแผนโดยเร็ว ทางด้านกรมทางหลวงชนบท ให้กำกับดูแลการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด

สำหรับโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เมื่อ ครม. เห็นชอบแผนอนุรักษ์โลมาอิระวดีแล้ว ให้ประสานการดำเนินงานร่วมกับ สบน. อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถลงนามในสัญญาและเริ่มก่อสร้างได้ตามแผนในปี 2568

สำหรับ รฟท. ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 เร่งจัดทำข้อมูลตามข้อเสนอแนะของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นประกอบการประมวลเรื่องนำเสนอ ครม. ตามขั้นตอนโดยเร็ว และให้เตรียมความพร้อมสำหรับงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและการจัดทำเอกสารประกวดราคางานก่อสร้าง เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันที เมื่อ ครม. มีมติอนุมัติโครงการ

ด้านกรมเจ้าท่าให้ดำเนินการขุดลอกร่องน้ำสำคัญให้เป็นไปตามที่ออกแบบไว้ โดยเฉพาะร่องน้ำสงขลา (ร่องนอก) ให้มีความลึก 9 เมตร จากระดับน้ำลงต่ำสุด ตามมติ ครม. ภายในปี 2570 เพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าชายฝั่ง

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ ทอท. ดำเนินการทบทวนแผนแม่บทท่าอากาศยานหาดใหญ่ให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด เพื่อให้ท่าอากาศยานหาดใหญ่สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง มีความปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว ได้มาตรฐานสากล และเป็นศูนย์กลางการบินในท้องถิ่น

นายสุริยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานดำเนินการตามมาตรการลดมลพิษทางอากาศ และรับมือฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ภายใต้แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 และได้มอบนโยบายสำหรับการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ เพื่อให้เป็นไปตามแผนงานและเปิดให้บริการตามเวลาที่กำหนด

สำหรับการก่อสร้างโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการให้บริการและมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่สามารถทำได้ทันทีและใช้งบประมาณไม่สูง ด้านการลงทุนและก่อสร้างโครงการที่ยังไม่เริ่มก่อสร้าง และการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ในแผนแม่บท ซึ่งมีขั้นตอนในช่วงเตรียมการตามระเบียบหลายขั้นตอน ให้สามารถเริ่มก่อสร้างได้ เพื่อเป็นรากฐานการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของประเทศ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...