"ไทยสร้างไทย" จี้รัฐบาลเร่งจัดการ Airbnb เถื่อน หวั่นทุนจีนยึดคอนโดฯไทย
"ไทยสร้างไทย" จี้รัฐบาลเร่งจัดการ Airbnb เถื่อน หวั่นทุนจีนยึดคอนโดฯไทย พ่วงปล่อยเช่าผิดกฎหมาย กระทบความปลอดภัยลูกบ้าน แฉช่องโหว่กฎหมาย-ความล่าช้า อาจทำลายเศรษฐกิจชาติ และความมั่นคงของประเทศในระยะยาว
วันที่ 26 ก.พ. 2568 นายเบสท์ วงศ์ไพโรจน์กุล รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) กล่าวว่า หลังตนเรียกร้องให้รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมผ่าน Airbnb โดยกลุ่มทุนต่างชาติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนและความไม่ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยไปแล้ว ทั้งในแง่ของการใช้พื้นที่ส่วนกลางเพื่อทำธุรกิจ ไปจนถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่มีการถ่ายภาพวาบหวิวลงสื่อออนไลน์โดยไม่เกรงใจลูกบ้าน ทั้งนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข้อเท็จจริงมากขึ้นว่ากลุ่มทุนจีนที่เข้ามาซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทย และนำไปปล่อยเช่าระยะสั้นผ่าน Airbnb โดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย เช่น การติดตั้งกล่องใส่คีย์การ์ดในที่สาธารณะ อาทิ เสาไฟฟ้า ต้นไม้ และหน้าร้านอาหารใกล้คอนโด เพื่อให้แขกสามารถเข้าถึงที่พักเอง (self-check-in) ซึ่งสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและเปิดช่องให้มิจฉาชีพเข้าถึงอาคารโดยง่าย
“ผมในฐานะที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดได้รับการร้องเรียนจากลูกบ้านหลายแห่งว่าพยายามแจ้งตำรวจให้เข้าตรวจสอบการปล่อยเช่ารายวันโดยไม่มีใบอนุญาต แต่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ กลุ่มทุนจีนยังแทรกแซงการบริหารนิติบุคคล โดยเข้าไปเป็นคณะกรรมการและแก้ไขระเบียบต่างๆ ให้เอื้อประโยชน์ต่อการปล่อยเช่ารายวัน อีกทั้งยังมีการข่มขู่บริษัทบริหารอาคารและลูกบ้านที่พยายามต่อต้าน ปัญหานี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมถึงอาจต้องพิจารณาปรับแก้กฎหมายให้มีบทลงโทษที่หนักมากขึ้น เพื่อคุ้มครองผู้อยู่อาศัยและรักษาความเป็นระเบียบของสังคม ตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 การปล่อยเช่าที่พักระยะสั้น (น้อยกว่า 30 วัน) โดยไม่มีใบอนุญาตถือว่าผิดกฎหมาย และมีโทษปรับสูงสุด 20,000 บาท และปรับรายวันอีกไม่เกิน 10,000 บาทจนกว่าจะได้รับใบอนุญาต ขณะที่พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 38 กำหนดให้เจ้าของที่พักต้องแจ้งข้อมูลผู้เข้าพักชาวต่างชาติภายใน 24 ชั่วโมง หากไม่ดำเนินการ มีโทษปรับสูงสุด 1,600 บาทต่อราย” รองโฆษกพรรค ทสท. กล่าว
นายเบสท์ กล่าวต่อว่า ขอตั้งคำถามไปถึงรัฐบาลว่า เหตุใดจึงยังเพิกเฉยต่อปัญหานี้ ทั้งที่อดีตนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันล้วนมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ หรือเป็นเพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อนจึงไม่เร่งจัดการอย่างจริงจัง หากยังปล่อยให้ปัญหานี้ลุกลาม อาจสะท้อนถึงความไม่โปร่งใสของรัฐบาลและการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนต่างชาติ ซึ่งอาจกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศในระยะยาว จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการจัดระเบียบ Airbnb เถื่อน ปกป้องสิทธิของลูกบ้าน และยับยั้งไม่ให้ต่างชาติเข้ามาฮุบตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยไร้การควบคุม