ช็อก! นร.ใช้ Deep Fake ทำรูปโป๊ครู ซ้ำยังปล่อยภาพว่อนโรงเรียน
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 68 สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า ลี กาอึน (นามสมมติ) ซึ่งเธอเป็นคุณครูของโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ มานานหลายสิบปี
แต่ทว่าเมื่อต้นเดือนมีนาคมปีก่อน เธอต้องพบเจอกับเรื่องราวสุดช็อก เมื่อมีนักเรียนในโรงเรียนคนหนึ่ง นำภาพถ่ายใบหน้าของเธอไปทำภาพโป๊เปลือยด้วยเทคโนโลยีดีพเฟค (Deep Fake) ก่อนจะปล่อยภาพเหล่านั้นลงในเทเลแกรม
และทันทีที่ภาพเหล่านั้นถูกเผยแพร่ลงในกลุ่มที่มีสมาชิกกว่า 1,200 คน ก็เกิดการใช้แฮชแท็ก Humiliating Teachers ขึ้น ซึ่งตัวของครูสาว เชื่อว่านักเรียนจำนวนมากได้เห็นภาพปลอมเหล่านั้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และภาพเหล่านั้นทำให้เธอตัดสินใจลาป่วยนานถึง 7 เดือน
โดย ลี กาอึน ได้เผยว่า “เวลาที่พวกเขามองมาที่ฉัน ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าพวกเขาเห็นภาพนั้นและการมองมาที่ฉันเป็นเหมือนการเช็กให้แน่ใจ ฉันไม่กล้าสบตาพวกเขาเลย และแน่นอนว่าฉันไม่สามารถสอนนักเรียนอย่างปกติได้อีกต่อไป”
“ความฝันตั้งแต่เด็กของฉันคือการเป็นครู และความฝันนั้นไม่มีวันเปลี่ยนแปลง แต่ตอนนี้ ด้วยภาวะซึมเศร้างและความวิตกกังวล ฉันต้องกินยาวันละ 5 เม็ด รู้สึกหมดเรี่ยวแรง และคิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งกว่าฉันจะกลับมาสอนได้อีกครั้ง”
ตามรายงานของ บีบีซี ระบุด้วยว่า ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้ต้องเจอกับปัญหาการใช้ดีพเฟคในการทำภาพโป๊เปลือยในสถานศึกษามากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ โดยสหภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาเกาหลี ได้สำแบบสำรวจนเดือนสิงหาคม 2567 ในเรื่อง “ครูและนักเรียนเคยตกเป็นเหยื่อของภาพตัดต่อที่ผิดกฎหมายหรือไม่” ก่อนที่จะพบว่ามีการแจ้งมากถึง 2,492 เคส
ในจำนวนนี้มีเหยื่อที่เป็นนักเรียนมัธยม, ประถม และโรงเรียนพิเศษ รวมถึงอนุบาล รวมแล้วถึง 517 ราย แบ่งเป็นครู 204 ราย, 304 คนเป็นนักเรียน ส่วนที่เหลือเป็นบุคลากรในโรงเรียน
แม้ว่าเหยื่อส่วนใหญ่จะไม่ได้ไปแจ้งความกับตำรวจ แล้วตัวเลขการแข้งความเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเกาหลีใต้กลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยจำนวนคดีที่ตำรวจได้รับรายงานเกี่ยวกับการใช้ดีพเฟคกระทำความผิดทางเพศพิ่มขึ้นจากเดิม 156 เคสในปี 2564 เป็น 1,202 เคสในปี 2567
อ้างอิงข้อมูลจากเมื่อปลายปีที่แล้วพบว่า มีผู้ถูกจับกุม 682 คน ที่น่าตกใจก็คือคนร้ายที่เป็นวัยรุ่น 548 คน โดยมีเด็กอายุ 10-14 ปีมากกว่า 100 คน ซึ่งผู้กระทำผิดกลุ่มนี้จะไม่ถูกดำเนินคดีในฐานะอาชญากร เนื่องจากอายุยังน้อยเกินไป
ส่วนเรื่องของแรงจูงใจของผู้กระทำผิดนั้น มีการสำรวจโดยกระทรวงศึกษาเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน จากนักเรียนม.ต้นและม.ปลายกว่า 2,000 คน พบว่ายังมีความเข้าใจอาชญากรรมจากดีพเฟคในระดับน้อย และเมื่อถามถึงสาเหตุของอาชญากรรมทางเพศผ่านดีพเฟค พบว่านักเรียนกว่า 54% ตอบว่า “ทำไปเพราะแค่สนุก”
ชอง อิลซอน ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายความเท่าเทียมทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ ได้บอกว่า การก่ออาชญากรรมทางเพศด้วยดีพเฟคนั้นเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก และเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่น แต่มันเป็นอาชญากรรม