โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ Motor Check : 6 ข้อแนะนำ เมื่อต้องขับรถลุยน้ำท่วม จริงหรือ ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 26 ก.ย 2568 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2568 เวลา 03.19 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

23 กันยายน 2568

บนสังคมออนไลน์มีการแชร์ข้อแนะนำเมื่อต้องขับรถในสถานการณ์ที่ฝนตกหนัก จนเกิดน้ำท่วม เช่น รักษารอบเครื่องยนต์ให้คงที่ และ ย้ำเบรกและคลัตช์บ่อย ๆ หลังลุยน้ำ เรื่องนี้จริงหรือไม่ ติดตามได้ใน ซีรีส์ ชัวร์ก่อนแชร์ มอเตอร์เช็ก กับคุณพีรพล อนุตรโสตถิ์ จากศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์

ตรวจสอบกับ นายสุรมิส เจริญงาม นักทดสอบและผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยียานยนต์ (สัมภาษณ์เมื่อ 16 กันยายน 2568)

6 ข้อควรรู้เมื่อขับรถลุยน้ำท่วม: ป้องกันความเสียหาย เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน

ในฤดูฝนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้กับสถานการณ์น้ำท่วมขังบนท้องถนน การเตรียมพร้อมและมีข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการขับรถลุยน้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อรถยนต์และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง รายการ “ชัวร์ก่อนแชร์ Motor Check” ได้รวบรวม 6 ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่า “จริง” และควรนำไปปฏิบัติ

1. ปิดระบบปรับอากาศ (แอร์) ทันที เมื่อต้องขับรถลุยน้ำท่วม สิ่งแรกที่ควรทำคือปิดแอร์ทันที เพราะระบบปรับอากาศมีพัดลมไฟฟ้าที่อาจพัดละอองน้ำจากภายนอกเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์ ซึ่งมีอุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟต่าง ๆ การปิดแอร์จะช่วยลดความเสี่ยงที่น้ำจะเข้าไปทำความเสียหายต่ออุปกรณ์เหล่านี้ และยังช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์อีกด้วย

2. ใช้เกียร์ต่ำสุด ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์เกียร์ธรรมดาหรือเกียร์อัตโนมัติ การใช้เกียร์ต่ำสุดเป็นสิ่งจำเป็น การใช้เกียร์ต่ำจะช่วยให้รถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ช้าและคงที่ ทำให้เครื่องยนต์มีกำลังมากขึ้น และสร้างแรงดันไอเสียที่สูงขึ้น ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับเข้าท่อไอเสียได้ ในรถเกียร์อัตโนมัติ ควรเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง L, 2, หรือใช้ Paddle Shift เพื่อล็อกเกียร์ให้อยู่ในตำแหน่งต่ำสุด

3. รักษา รอบเครื่องยนต์ ให้คงที่ ประมาณ 1,500-2,000 รอบ/นาที การรักษา รอบเครื่องยนต์ให้คงที่และขับขี่ด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ จะช่วยให้แรงดันไอเสียคงที่ ซึ่งจะช่วยป้องกันน้ำไม่ให้ย้อนกลับเข้าไปในท่อไอเสียได้ดีขึ้น หากน้ำเข้าท่อไอเสียมากเกินไปจนแรงดันไอเสียไม่สามารถผลักน้ำออกไปได้ เครื่องยนต์อาจดับลงได้ ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงต่อเครื่องยนต์

4. ลดความเร็วในการขับขี่ การขับขี่ด้วยความเร็วต่ำและสม่ำเสมอจะช่วยลดการสร้างคลื่นน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้ารถ การออกแบบรถยนต์ส่วนใหญ่ถูกพัฒนามาเพื่อแหวกน้ำออกไปทางด้านข้าง ดังนั้นการขับขี่ช้า ๆ จะทำให้น้ำไม่เข้ามาท่วมบริเวณหน้ารถมากเกินไป

5. เว้นระยะห่างจากคันหน้า 2-4 เท่าจากปกติ ระบบเบรกของรถยนต์ที่เปียกน้ำหรือแช่น้ำจะมีประสิทธิภาพในการหยุดรถลดลงและมีระยะเบรกที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้น ควรเพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้น เพื่อให้มีเวลาและระยะทางที่เพียงพอในการเบรก ควรแตะเบรกให้เร็วขึ้นและค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักการเบรก เพื่อช่วยให้ผ้าเบรกและจานเบรกเสียดสีกันและสร้างความร้อนเพื่อไล่น้ำ

6. ย้ำเบรกและคลัตช์บ่อย ๆ เมื่อพ้นเขตน้ำท่วม เมื่อขับรถพ้นจากบริเวณน้ำท่วมแล้ว ควร “เลียเบรก” หรือแตะเบรกเบาๆ เป็นระยะทางยาวๆ เพื่อไล่ความชื้นออกจากระบบเบรก วิธีนี้มีประสิทธิภาพดีกว่าการย้ำเบรกแรง ๆ บ่อย ๆ การทำเช่นนี้จะช่วยให้ระบบเบรกกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันข้างหน้าได้

การปฏิบัติตามคำแนะนำทั้ง 6 ข้อนี้ จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างปลอดภัย และลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อรถยนต์อันเป็นที่รัก

ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย : ณัฐพล อินทร์สวัสดิ์
ตรวจสอบบทความโดย : ชยานิษฐ์ ผ่องใส

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ Motor Check : 6 ข้อแนะนำ เมื่อต้องขับรถลุยน้ำท่วม จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...