โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตร. พาผู้แทน 7 ประเทศ ชี้จุดที่ตั้งฐานแก๊งคอลฯ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 25 ก.ย 2568 เวลา 09.18 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2568 เวลา 09.18 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(25 ก.ย. 68) ที่ จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) นำคณะเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของหน่วยบังคับใช้กฎหมาย 7 ประเทศ ประกอบด้วย จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

รวมทั้ง 4 องค์กรชั้นนำระหว่างประเทศ ประกอบด้วย สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) , องค์การตำรวจสากล (INTERPOL) , สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) หน่วยสืบราชการลับสหรัฐ (Secret Service) ลงพื้นที่เพื่อชี้ที่ตั้งของขบวนการคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ซึ่งตั้งอยู่ในฝั่งกัมพูชา

โดยผู้ร่วมลงพื้นที่ได้เดินเท้าผ่านไร่ของชาวบ้านซึ่งเป็นหนึ่งใน 33 จุดของ จ.จันทบุรี ที่มักมีการลักลอบข้ามชายแดนจากกัมพูชาเข้ามาฝั่งไทย โดยจะใช้เป็นจุดพักคอยก่อนไปยังจุดนัดพบก่อน จากนั้นเมื่อเดินทะลุไร่เข้าไปด้านในจะพบตึกที่ทำการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ตั้งอยู่ในฝั่งกัมพูชา โดยมีร่องน้ำกั้นระหว่างพรมแดนไทย-กัมพูชาอยู่อย่างชัดเจน

นาวาเอกนพโรจน์ สิริปริยพงศ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี บอกว่าตึกดังกล่าวเป็นอาคารที่ทำการของแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์และแสกมเมอร์ที่มีนายทุนจีนเทาอยู่เบื้องหลัง รวมทั้งจะมีที่พักของพนักงานอยู่ภายในด้วย ซึ่งจะมีการกั้นรั้วรอบขอบชิดและมีเจ้าหน้าที่เฝ้าเวรยามอย่างแน่นหนาที่แม้แต่เจ้าหน้าที่ของกัมพูชาเองก็ยังไม่สามารถเข้าไปยังพื้นที่ได้ หากไม่มีการขออนุญาตล่วงหน้าก่อน 2-3 วัน

ด้าน พล.ต.อ.ธัชชัย บอกว่าจากการตรวจสอบล่าสุดยืนยันว่าฝั่งตรงข้าม จ.จันทบุรีและจ.ตราด มีจุดต้องสงสัยไม่ต่ำกว่า 18 แห่ง ซึ่งบางแห่งมีความชัดเจนว่าเป็นฐานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีเหยื่อหลายสัญชาติ ทั้งจีน เวียดนาม และไนจีเรียถูกหลอกลวงไปทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศไทยไม่ได้เป็นฐานตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่ถูกใช้เป็นทางผ่านและถูกลักลอบใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตในการนำไปหลอกลวงเหยื่อ

ทั้งนี้ ทางการไทยย้ำว่าได้ใช้มาตรการเข้มงวดในการตัดโครงสร้างพื้นฐานของขบวนการ เช่น การควบคุมการใช้ซิมการ์ดและการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อสแกนหน้า พร้อมทั้งหารือใกล้ชิดกับกัมพูชาเพื่อส่งข้อมูลจุดตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้ตรวจสอบและดำเนินการ

นอกจากนี้ ยังมีการหารือจัดตั้ง War Room ที่กรุงเทพฯ ให้ทุกประเทศเข้ามาทำงานร่วมกัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก ระบุตัวแก๊งและเครือข่ายอย่างเป็นระบบ โดยญี่ปุ่นประกาศสนับสนุนด้านเครื่องมือและเงินทุนเสริมให้ศูนย์ประสานงานดังกล่าว

พล.ต.อ.ธัชชัย ย้ำว่าการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ใช่เพียงปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ แต่ยังเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์ โดยมีทั้งผู้ถูกหลอกและผู้ถูกบังคับทำงานอยู่ในเครือข่าย จึงต้องเร่งยืนยันจุดตั้งแก๊งเพื่อช่วยเหลือเหยื่อและสกัดการกระทำผิดอย่างทันท่วงที

ทุกประเทศเห็นพ้องร่วมมือกับไทย เพื่อสร้างมาตรการกดดันกัมพูชาและดำเนินการร่วมกันในระดับภูมิภาค โดยหวังลดปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ส่งผลกระทบกว้างขวางต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของหลายประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...