ทำความรู้จัก “แร่แรร์เอิร์ธ” โลหะหายากที่โลกต้องการ — อาวุธลับแห่งยุคเทคโนโลยี
ทำความรู้จัก “แรร์เอิร์ธ” โลหะหายากที่โลกต้องการ — อาวุธลับแห่งยุคเทคโนโลยี
ในยุคที่โลกหมุนด้วยเทคโนโลยี รถยนต์ไฟฟ้า และสมาร์ตโฟน “แรร์เอิร์ธ” หรือ ธาตุโลหะหายาก (Rare Earth Elements) กำลังกลายเป็นทรัพยากรที่ทรงอิทธิพลไม่แพ้น้ำมันในศตวรรษที่ 21 แม้ชื่อจะว่า “หายาก” แต่ความจริงแล้ว แรร์เอิร์ธไม่ได้หายากในธรรมชาติ หากแต่ “ยากในการสกัด” เพราะมักกระจายตัวผสมอยู่กับแร่ชนิดอื่น ทำให้กระบวนการผลิตต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและมีต้นทุนสูง โดยเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อม
หัวใจของเทคโนโลยีโลก พูดได้ว่า หากไม่มีแรร์เอิร์ธ เทคโนโลยีสีเขียวและอุตสาหกรรมดิจิทัลจะหยุดชะงักทันที แรร์เอิร์ธเป็นกลุ่มธาตุโลหะ 17 ชนิด เช่น นีโอไดเมียม (Nd), ยูโรเปียม (Eu), เทอร์เบียม (Tb) และ แลนทานัม (La)ธาตุเหล่านี้คือ “ส่วนประกอบหลัก” ของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตั้งแต่แม่เหล็กถาวรใน มอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
-หน้าจอ สมาร์ตโฟน ทีวี และคอมพิวเตอร์
-อุปกรณ์ พลังงานสะอาด อย่างกังหันลม
-ไปจนถึง อาวุธและระบบป้องกันประเทศ ที่ต้องใช้แม่เหล็กความแม่นยำสูง
ขณะที่ "จีน" เจ้าแห่งแรร์เอิร์ธของโลก ปัจจุบัน จีนคือผู้ผลิตและส่งออกแรร์เอิร์ธมากกว่า 70% ของโลก นั่นทำให้ประเทศมหาอำนาจตะวันตก — ทั้งสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และยุโรป — ต่างกังวลต่อการพึ่งพาทรัพยากรจากจีนมากเกินไป และเริ่มเร่งเปิดเหมืองใหม่ในประเทศของตนเอง เช่น เหมือง Mountain Pass ในสหรัฐฯ และโครงการของบริษัท Lynas ในออสเตรเลีย จีนเองก็เริ่มใช้ “แรร์เอิร์ธ” เป็น เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ ในการต่อรองทางการค้าและเทคโนโลยีระดับโลก
ด้านมืดของโลหะอนาคต เบื้องหลังความล้ำสมัยของแรร์เอิร์ธคือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กระบวนการสกัดต้องใช้กรดและสารเคมีจำนวนมาก ก่อให้เกิดของเสียพิษที่ยากต่อการจัดการ หลายประเทศจึงเริ่มหันมา รีไซเคิลแรร์เอิร์ธจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนและลดการพึ่งพาการขุดใหม่
อย่างไรก็ตาม “แรร์เอิร์ธ” อาจไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูคนทั่วไป แต่คือทรัพยากรที่อยู่เบื้องหลังทุกเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่โทรศัพท์ในมือ ไปจนถึงพลังงานสะอาดที่ขับเคลื่อนโลกอนาคตในศตวรรษนี้ ใครคุมแรร์เอิร์ธได้ — คนนั้นย่อมคุมเกมเทคโนโลยีโลกได้เช่นกัน