โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ใครเป็นใครในการบริหาร “ราชสำนักฝ่ายใน” สมัยอยุธยา แต่ละคนศักดินาเท่าไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 15 ต.ค. 2568 เวลา 06.45 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2568 เวลา 06.45 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - ภาพตกแต่งเพิ่มเติมจากภาพลายเส้นข้าราชสำนักฝ่ายในสมัยรัชกาลที่ 4 ภาพจากหนังสือ Travels in Siam, Cambodia and Laos 1858-1860 เขียนโดย Henri Mouhot

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา “ราชสำนักฝ่ายใน”เป็นสถาบันที่มีระบบระเบียบเช่นเดียวกับสถาบันการปกครองประเทศ หรือฝ่ายหน้า จึงมีการจัดแบ่งหน้าที่ตามโครงสร้างการบริหาร เพื่อให้การจัดการกิจการด้านต่าง ๆ เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย

การจัดแบ่งตำแหน่งของสถาบัน “ฝ่ายใน” มีกำหนดกฎระเบียบอยู่ในพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือนและกฎมณเฑียรบาล โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มแรกคือ ข้าราชสำนักสตรีกับกลุ่มที่สอง นักเทษขันที บางตำแหน่งระบุศักดินาชัดเจน แต่บางตำแหน่งไม่พบร่องรอยหรือข้อมูล จึงขอยกมานำเสนอไว้ ดังนี้

กลุ่มแรก ข้าราชสำนักสตรี มี สมเด็จพระอัครมเหสี เป็นประมุข คอยแบ่งสรรอำนาจตามฐานานุศักดิ์ ตำแหน่งรองลงมาคือ นักพฤธิชราฉลองพระโอษฐ์ซึ่งเปรียบเสมือนราชปุโรหิต หรือเสนาบดี ให้คำปรึกษาแนะนำพระอัครมเหสี

นอกจากนี้ยังมีตำแหน่ง พระชายา ที่รองลงมาจากสมเด็จพระอัครมเหสี ประกอบด้วยพระสนมเอก 4 องค์ ได้แก่ ท้าวอินทรสุเรนทร์ ท้าวศรีสุดาจันทร์ ท้าวอินทรเทวีและท้าวศรีจุฬาลักษณ์ทั้ง 4 องค์ถือศักดินา 1,000

รองลงมาจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของฝ่ายใน 4 ท่าน ได้แก่ ท้าวสมศักดิ์ ท้าวโสภา ท้าวศรีสัจจาและท้าวอินสุริยาคุณท้าวเหล่านี้มีหน้าที่บังคับบัญชาในเขตพระราชฐาน แต่ละท่านถือศักดินา 1,000

ตำแหน่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ ท้าววรจันทร์ซึ่งเป็นตำแหน่งพระพี่เลี้ยงของพระมหากษัตริย์เมื่อทรงพระเยาว์ ถือศักดินา 1,000 รองลงมาคือ ท้าวทรงกันดานมีหน้าที่ดูแลการคลัง ถือศักดินา 800

พระมหากษัตริย์อยุธยายังทรงมีนางในอีกจำนวนมาก เรียกรวม ๆ ว่า นางสนมสตรีกำนัล ถือศักดินาคนละ 800 นางในเหล่านี้หากพระราชทานให้เป็นภรรยาผู้มีบำเหน็จความชอบคนใด ศักดินาจะเพิ่มหรือลดได้ตามตำแหน่งของสามี โดยให้มีศักดินาเท่ากับกึ่งหนึ่งของสามี

ข้าราชสำนักสตรีฝ่ายในยังประกอบด้วย สตรีกำนัล (ผู้รับใช้เจ้านาย) จ่า(ชาวคลังและเสมียน) ฝ่ายโขลนทวาร (ยาม) ฝ่ายราชยาน(คานหาม) ฝ่ายวิเสท(ครัว) พระพี่เลี้ยงและพวกใช้แรงงานได้แก่ นางเตี้ย นางค่อม นางเทย และนางเผือก มีหน้าที่ควบคุมพวกใช้แรงงานทั่วไป ศักดินา 200-600

ส่วนข้าราชสำนักฝ่ายในกลุ่มที่สอง คือ นักเทษขันที เป็นขุนนางและข้าราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบระหว่างฝ่ายหน้ากับฝ่ายใน เพราะสตรีสมัยโบราณถูกจำกัดสิทธิจนประกอบกิจกรรมได้ไม่กว้างขวางเท่าบุรุษ จึงจำเป็นต้องมีเจ้าพนักงานคอยทำหน้าที่ประกอบกิจกรรมนอกพระราชฐานแทนเจ้านายสตรีเหล่านั้น เช่น การติดต่อกับข้าราชการฝ่ายหน้าซึ่งเป็นชาย การค้าขาย ฯลฯ

กลุ่มนักเทษขันทีมีกรมของตนเรียก “กรมขันที” เป็นหน่วยงานเล็ก ๆ ที่ขึ้นตรงกับกรมวัง เจ้ากรมคือออกพระศรีมโนราชภักดีศรีปลัยลวัลถือศักดินา 1,000 ปลัดกรมคือ หลวงราชาชานภักดีชาวพนักงาน ประกอบด้วย ปลัดจ่านุชิด ปลัดพิพิธ ปลัดมรกต

ต่อมาเป็นหัวหน้าองครักษ์ หลวงศรีมโนราชภักดีศรีองคเทพรักษาองค์ กับหลวงเทพชำนาญภักดีศรีเทพรักษาองครักษ์ ถือศักดินา 1,000 กฎมณเฑียรบาลกรุงเก่ายังระบุชื่อขุนนางในกรมนี้อีก 3 ท่าน คือ พระศรีอภัย ขุนราชาข่านและขุนมโน

นักเทษขันทีมีหน้าที่อยู่ในเขตพระราชฐานชั้นในโดยส่วนใหญ่ เพราะถูกจำกัดบริเวณไม่ให้ออกไปเพ่นพ่านนอกพระราชฐานเช่นกัน หากไม่ใช่เพื่อเป็นตัวแทนติดต่อระหว่างฝ่ายในกับฝ่ายหน้า

เหล่านี้เป็นโครงสร้างคร่าว ๆ การบริหารราชสำนักฝ่ายในสมัยอยุธยา เป็นรูปแบบทางจารีตที่มีสืบเนื่องต่อมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ก่อนจะเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

จุฬิศพงศ์ จุฬารัตน์.ขันทีแขก ในราชสำนักอยุธยา.นิตยสารศิลปวัฒนธรรมฉบับ เมษายน พ.ศ. 2543.

สมสมัย ศรีศูทรพรรณ. (2517). โฉมหน้าศักดินาไทย.กรุงเทพฯ : สภาหน้าโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 ตุลาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ใครเป็นใครในการบริหาร “ราชสำนักฝ่ายใน” สมัยอยุธยา แต่ละคนศักดินาเท่าไร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...