สาวหยิกแก้ม แจ็คสัน หวังซึ่งเท่ากับการล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่บางคนสะใจ ที่เธอโดนหยิกหน้ากลับ ซึ่งชวนให้ตั้งคำถามว่าเป็นศาลเตี้ยหรือไม่??
เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อหญิงไทยรายหนึ่งฝ่าการ์ดรักษาความปลอดภัยเพื่อเข้าไป หยิกแก้ม ‘แจ็คสัน หวัง’ (Jackson Wang) ศิลปินระดับโลกจากวง GOT7 ขณะมาร่วมกิจกรรมกับแฟนคลับในงาน Under the Castle ที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ศิลปินถึงกับตกใจ และถูกมองว่าเป็นการ ล่วงละเมิดทางเพศต่อร่างกายของบุคคลสาธารณะ
แม้การถูกเนื้อต้องตัวจะเกิดจากความหมั่นเขี้ยวหรือความเอ็นดู แต่ในความเป็นจริงแล้ว นั่นก็ถือเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ พฤติกรรมดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนคลับจำนวนมาก จนเกิดการโต้เถียงกันรุนแรงในโลกออนไลน์ และมีคนตอบโต้ด้วยการ ‘หยิกแก้มคืน’ เพื่อแก้แค้น
“ที่ทำไปก็ไม่รู้ไง”
“มึงมาหยิกกูทำไม กูแชตกับแจ็คสันหวังมา 3 ปีแล้ว”
“กูเป็นเมียเขาไม่เชื่อดูแชตได้”
เรื่องนี้ยังสะท้อนว่าคนไทยอีกมากมายยังตกเป็นเหยื่อของสแกมเมอร์ ที่มาในรูปแบบของการคุยแชตหวานซึ้ง และหลอกล่อให้โอนเงินหลายครั้ง จนทำให้เธอหลงเชื่อเต็มหัวใจว่านี่คือความสัมพันธ์ที่แท้จริง แม้ในกรณีนี้ไม่ได้ถูกเอารูปของแจ็คสัน หวัง มาสวมรอยเป็นคนอื่น แต่แอบอ้างว่ากำลังคุยกับแจ๊คสัน หวัง ตัวจริงเสียงจริง (ไม่เหมือนในกรณีของ เจนนี่ Blackpink ที่โดนแอบอ้างว่าเป็น น้องวรรณา และหลอกผู้ชายท่านหนึ่ง) ทว่าความน่ากลัวไม่ได้อยู่ที่แค่ตัวสแกมเมอร์ แต่ยังรวมถึงภาพฝันที่หัวใจของเธอสร้างขึ้นเอง ภาพของความรักที่ไม่มีอยู่จริง แต่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยความคิดถึง ความหวัง และข้อความปลอมบนหน้าจอ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและสะท้อนว่าคนในสังคมโหยหาความสัมพันธ์โรแมนติกจนเสี่ยงต่อการถูกหลอกมากแค่ไหน
มีคอมเมนต์มากมายว่า ‘ป่วย’ หรือ ‘เป็นโรคประสาท’ ซึ่งเราอาจพิสูจน์จากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างแน่ชัดไม่ได้ แต่หลายๆ คนเห็นว่าเธอน่าจะตกอยู่ในอาการ ‘หลอกตัวเอง’ (self-deception) ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติของสมองที่พยายามปกป้องตัวเองจากความรู้สึกเจ็บปวด ความกลัว หรือความสูญเสีย เช่น คนเรารู้ความจริงอยู่ลึกๆ ในใจ แต่เลือกจะไม่ยอมรับมัน เพราะความจริงนั้นทำให้รู้สึกเจ็บปวด ไม่มั่นคง หรือสูญเสียบางอย่างในตัวตน หรือผู้หญิงคนนี้อาจจะเผชิญกับความเหงาจนสร้างโลกแฟนตาซีไว้ซัพพอร์ตจิตใจ
กลับมาที่แฟนคลับมาหยิกหน้าคืน ซึ่งหลายคนมองเอาความสะใจที่ได้แก้แค้นให้กับศิลปินที่รัก หรือมองว่าผู้หญิงคนนี้คือ ‘ตัวแทนหมู่บ้าน’ ในการเอาคืน ซึ่งเจ้าตัวที่โดนกระทำยังไม่รู้สึกพอใจเช่นกัน แต่ถึงอย่างไรการใช้ความรุนแรงในการโต้ตอบกลับก็ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง และทุกคนควรได้รับการเคารพสิทธิและความปลอดภัยการกระทำสิ่งนั้นคืนกลับก็ไม่ได้หมายความว่าชอบธรรม และชวนให้ตั้งคำถามว่าแม้เป็นเพียงการหยิกแก้ม แต่นี่ก็นับว่าเป็นศาลเตี้ยหรือไม่?
ที่สุดแล้วสิ่งที่หลายๆ คนน่าจะได้เรียนรู้จากเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของการเคารพสิทธิในร่างกายผู้อื่น ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร ขณะที่ฝั่งของทีมงานศิลปินหรือผู้จัดอีเวนท์ต่างๆ ก็อาจต้องให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยให้มีมาตรการเข้มข้นขึ้น ทั้งการคัดกรองผู้เข้าร่วม การเพิ่มระยะห่างเชิงกายภาพระหว่างศิลปินกับสาธารณะ และการฝึกอบรมการคลี่คลายสถานการณ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุแบบนี้เกิดซ้ำซ้อน
บทความต้นฉบับได้ที่ : สาวหยิกแก้ม แจ็คสัน หวังซึ่งเท่ากับการล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่บางคนสะใจ ที่เธอโดนหยิกหน้ากลับ ซึ่งชวนให้ตั้งคำถามว่าเป็นศาลเตี้ยหรือไม่??
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ทำความเข้าใจอาการ ‘ติดเซ็กซ์’ จนถึงขั้นหมกมุ่นที่แม้ไม่ใช่โรคทางจิตเวช แต่ก็สามารถส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และความสัมพันธ์ได้
- สาวหยิกแก้ม แจ็คสัน หวังซึ่งเท่ากับการล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่บางคนสะใจ ที่เธอโดนหยิกหน้ากลับ ซึ่งชวนให้ตั้งคำถามว่าเป็นศาลเตี้ยหรือไม่??
- นักแสดง GMMTV แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการกระทำของ ‘ซาแซง’ ที่รุกล้ำชีวิตส่วนตัว จนทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย ถึงเวลาที่วัฒนธรรมการติ่งนี้ควรหายไปเสียที เพราะ ‘การสะกดรอยตาม’ นอกเหนือเวลางานไม่ใช่ความรัก แต่คือการคุกคามผู้อื่น
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com