ป๋อ ณัฐวุฒิ ประเดิมซีรีส์วายครั้งแรก อัพเดตอาการ เอ๋ พรทิพย์ หลังป่วยมะเร็งปอด
ป๋อ ณัฐวุฒิ ประเดิมซีรีส์วายครั้งแรก อัพเดตอาการ เอ๋ พรทิพย์ หลังป่วยมะเร็งปอด รู้ซึ้งชีวิตคนเราสั้น เลิกทะเลาะภรรยา
หลังหมดสัญญากับทางช่อง 3 เป็นนักแสดงอิสระเต็มตัวป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ นักแสดงมากฝีมือ สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆ มาประเดิมผลงานซีรีส์กับทางช่องOne31 เป็นครั้งแรก
โดยล่าสุดวันที่ 7 ส.ค. 68 หนุ่มป๋อ ที่มาร่วมงาน "ปรากฏการณ์ one สนั่นจอ 2025" ณ Sphere Hall ชั้น 5 เอ็มสเฟียร์ ได้เปิดใจ ถึงการตัดสินใจมาร่วมงานกับทางช่อง Oneซึ่งเป็นผลงานซีรีส์วายเรื่องแรก ที่เจ้าตัวอยากเล่นมานานแล้ว พร้อมกันนี้ ป๋อ ได้อัพเดตอาการของภรรยา เอ๋ พรทิพย์ หลังป่วยเป็นมะเร็งปอด
การมาร่วมงานช่อง one ครั้งนี้ เริ่มจากอะไร? “ตอนนี้เป็นนักแสดงอิสระแล้ว หมดสัญญาจากทางช่อง 3 มาสักระยะหนึ่งแล้ว ก็ต้องขอบคุณช่องOne ที่ติดต่อมา โชคดีมันเป็นจังหวะที่เราว่างอยู่พอดีด้วยก็เลยรับซะเลย”
คาแร็กเตอร์ในเรื่องน่าสนใจยังไง ถึงตัดสินใจรับเล่น? “คือเรื่องนี้บทมันดีมาก คือนักแสดงทุกคนเขาก็จะตามหาบทดีๆ แบบนี้ เราว่าบท The Wicked Game เกม/รัก/ลวง ที่เราเล่นเป็นเรื่องที่คุณพ่อเป็นเซ็นเตอร์แล้วมีลูก 3 คนซึ่งทะเลาะเบาะแว้งกันมากแล้วก็แย่งสมบัติอะไรกัน แต่ที่มากกว่านั้นก็เป็นอะไรใหม่ๆ ที่เราไม่เคยเล่นเพราะว่ามันเป็นซีรีส์วายด้วย อยากเล่นซีรีส์วายมานานแล้ว”
ประเดิมให้ช่อง one เลยใช่ไหม? “จัดเลยเรื่องแรกเลย (มีคู่ไหม?) ไม่บอกครับ อาจจะมีอยู่ในนั้นก็ได้”
ทำไมสนใจอยากเล่นซีรีส์วาย? “เราว่าเดี๋ยวนี้ซีรีส์วายเยอะ แล้วมันเป็นจังหวะพอดีอย่างที่บอก ตอนติดต่อมาทางช่อง One เขาถามเราว่าพี่ป๋อจะเล่นไหม เป็นซีรีส์วายนะ ซึ่งเราก็บอกเขาไปว่าไม่ติดหรอกครับ ไม่มีปัญหา เพราะว่าเราทำงานมานาน มันก็เป็นมิติใหม่ๆ ที่เราคิดว่ามันก็ไม่ได้แปลกที่จะลองเล่นดู”
พอมาเล่นจริงๆ มีเรื่องที่ต้องปรับไหม เพราะว่าอาจจะเป็นเรื่องแรก? “เชื่อไหมว่าไม่ต้องปรับอะไรเลย ลักษณะการทำงานเหมือนเดิม มันไม่ได้มีอะไรแตกต่างเลย เพียงแต่ว่าส่วนพระเอกกับคู่เขาก็เป็นเรื่องของเขาไป มันไม่เกี่ยวกับเราอยู่แล้ว เราเป็นพ่อมัน ขอโทษที่พาไปตรงโน้น (หัวเราะ)”
พอเรามาเล่น หลายคนก็มองว่าต้องเป็นตัวละครที่มันต้องเซอร์ไพรส์อะไรสักอย่าง ต้องมีมิติอะไร? “มันเป็นบทที่แปลกที่สุดเท่าที่เราเคยเล่นมาเลยนะ คือระห่ำที่สุด แต่ระห่ำที่ไม่ใช่บู๊นะ แต่เป็นระห่ำของการที่ทะเลาะกันหนักหน่วงที่สุดเท่าที่เราเคยเล่นมา แล้วเราคิดว่าด้วยความที่มันเป็นซีรีส์ด้วย มันเป็นอะไรที่มากกว่าสมัยก่อน ตอนเล่นละครมันจะมีข้อจำกัดเยอะ แต่เดี๋ยวนี้ซีรีส์มันค่อนข้างกว้าง มันสามารถเล่นอะไรก็ได้ทีนี้มันส์แหละ”
เรื่องนี้ถ่ายไปเยอะหรือยัง? “ของเราคิดว่าน่าจะประมาณสัก 60 เปอร์เซ็นต์แล้ว ใกล้ปิดกล้องแล้วครับ เดี๋ยวได้ดูประมาณเดือนหน้า”
โปรเจ็กต์หลังจากนี้? “เห็นมีอีกหนึ่งเรื่องนะครับ ทางช่องวันนี้เหมือนกัน คือนี่เป็นครั้งแรกที่เราเป็นนักแสดงอิสระ จริงๆ ก็มีติดต่อมาหลายค่าย ก็ขอบพระคุณมากครับ นักแสดงก็เดินทางไปเรื่อยๆ แต่เมื่อก่อนนี้อาจจะมีสังกัด ก็ขอบคุณทางช่อง 7 และขอบคุณทางช่อง 3 เลย
เราผ่านการเดินทางมาแต่วันนี้เรียกได้ว่าออกมาดูแลตัวเองแล้ว ก็ได้ประสบการณ์เยอะมากจากการทำงานช่อง 7 ได้ประสบการณ์มากๆ เลยจากการทำงานช่อง 3 เพราะฉะนั้นตอนนี้พอเราเป็นอิสระแล้ว ซึ่งก็มีแต่ละค่ายที่เริ่มติดต่อมา ก็ดีครับได้บทแปลกๆ เยอะ”
ตอนนี้สุขภาพ เอ๋ พรทิพย์ เป็นยังไงบ้าง? “เอ๋ตอนนี้อัพเดตคือตัดแล้ว สเต็ปต่อไปคือไปดูที่น้ำเหลืองทั้งหมด 10 จุดซึ่งไม่มีแล้ว แต่ว่าสำหรับคนที่เป็นมะเร็งปอด จะต้องทำอีกอย่างคือต้องทำให้สแกน PET Scan เพื่อจะดูว่ามะเร็งไปที่สมองหรือไขสันหลังหรือเปล่า
ซึ่งเอ๋ทำ ไม่มีไปเลย ต้องถามว่าใช้คำว่าหายขาดได้ไหม คือเป็นมะเร็งมันไม่มีคำว่าหายนะครับ เราต้องทำแบบนี้ไปอีก 5 ปี เราจะต้องเช็กทุกๆ 6 เดือนไปอีก 5 ปี ถ้า 5 ปีหลังจากนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หาย”
โล่งใจมาเปราะหนึ่งแล้วใช่ไหม? “ต้องบอกว่าเราได้กลับมามีชีวิตใหม่กันแล้วนะ ประมาณสัก 2 เดือนที่แล้ว เราก็พังพินาศแบบงานการก็ทำไม่ค่อยได้ เข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นเลย เอ๋นี่แย่กว่าเราอีก แต่ก็คิดแค่ว่าโชคดีที่ยังมีชีวิตกันอยู่ โชคดีที่ยังมีลมหายใจกันอยู่ เป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งไม่ว่าจะเป็นระยะไหนแล้ว รู้เลยว่าสภาพจิตใจแย่หมด”
อะไรที่ทำให้เรากับครอบครัวเข้มแข็งขนาดนั้น? “ลูกนะ จริงๆ ก็ต้องบอกว่าได้รับกำลังใจจากผู้คนเยอะมากจริงๆ ทุกคนส่งกำลังใจมาเยอะมาก เรามีสมุนไพรเป็นร้อยชนิดแล้วที่ส่งมาให้ บอกวิธีไปหาคุณหมอทางเลือกเป็นร้อยๆ ท่าน คือส่งมาเยอะมากจริงๆ ทุกคนก็ตกใจหมด
แต่ตอนนั้นไม่มีเวลา เราต้องเดินหน้าในสิ่งที่เราเลือกจริงๆ ว่าเราจะรักษาแนวทางนี้แล้วมันก็สำเร็จ ถ้าเท่าที่เราคิดได้ตอนนี้มันก็สำเร็จไปในระดับนึงแล้ว หลังจากนี้ก็ต้องดู เดือนธันวาคมต้องไปสแกนอีกรอบ ถ้าไม่มีก็ทำแบบนี้วนไปเรื่อยๆ จนครบ 5 ปี”
ตอนนี้เอ๋ใช้ชีวิตเป็นปกติไหม? “ปกติครับ เราบอกเองครับว่าเอ๋ใช้แต้มบุญไปเยอะแล้ว ตอนที่ระหว่างเอ๋ผ่าตัดสาเหตุที่เราทำคลิปนั้นขึ้นมา เราบอกเอ๋ว่าเอ๋ใช้แต้มบุญตรงนี้ไปเยอะมาก กับการที่เจอมันเร็วตัดมันออกได้ไม่ไปที่น้ำเหลือง มันบุญขนาดไหนที่เราเจอมันเร็วขนาดนี้ เอ๋ทำเรื่องนี้บอกคนอื่นกันไหม เอ๋เขาก็บอกว่าเขาอยากบอกคนอื่นให้รีบไปดูไปตรวจด้วย
เผื่อใครมีจุดเพราะจุดมีหลายอย่าง อย่างเช่น การอักเสบของโควิดก็มีได้ จุดจากการสูบบุหรี่ก็ได้ จุดจาก PM ก็ได้ และหลังจากคลิปนั้นก็มีคนที่ไปผ่าตัดแบบเอ๋เลยเป๊ะๆ เลย แล้วเจอว่าตัวเองเป็นสเต็ปหนึ่งเหมือนกัน ผ่าตัดออกแล้วเหมือนกัน หายกลับบ้านไปหาครอบครัวได้สองราย จากสิ่งที่เราเผยแพร่ออกไป แต่คิดว่ามีมากกว่านั้น แต่ว่าอันนี้ทางคุณหมอเขากระซิบมาบอก”
เหตุการณ์นี้ที่เราเผชิญกันมา ทั้งป๋อและเอ๋เรียนรู้อะไรจากสิ่งนี้บ้าง? “มันก็มีอยู่ 3 คำนะครับ คืออย่าไปเสียเวลา อย่าไปเสียเวลากับเรื่องที่ทำให้เราไม่ได้รู้สึกดีขึ้น หมายความว่าเรามีเป้าหมายอะไร เราก็ทำสิ่งนั้นไป แต่เรากับเอ๋เปลี่ยนไปเยอะมาก หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้เรารู้เลยว่าเราเลิกทะเลาะกันแล้ว
เรารู้สึกว่าชีวิตมันสั้นมาก เมื่อวานยังไปตรวจสุขภาพอยู่เลย วันนี้เป็นมะเร็งแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปคุยกับคุณหมอผ่าตัดคนที่ 1 อีกวันต้องไปคุยกับคุณหมอผ่าตัดคนที่ 2 ชีวิตมันสั้นมากครับ ถ้าคุณมีโอกาสอย่าไปโกรธกันเลย ทุกอย่างก็ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ทุกคนก็จะมีช่วงเวลาของตัวเองทั้งนั้น มีความสุขกันไว้ดีกว่า”.
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ป๋อ ณัฐวุฒิ ประเดิมซีรีส์วายครั้งแรก อัพเดตอาการ เอ๋ พรทิพย์ หลังป่วยมะเร็งปอด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th