โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พาสปอร์ตญี่ปุ่นเหลือแค่ 17% สะท้อนวิกฤตศรัทธา-เศรษฐกิจน่าห่วง

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 14 ส.ค. 2568 เวลา 03.57 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 10.51 น.

ตัวเลขผู้ถือ พาสปอร์ตญี่ปุ่น ลดเหลือเพียง 17% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ สร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศ สะท้อนวิกฤตความเชื่อมั่นทั้งในสังคม เศรษฐกิจ และอนาคตของคนรุ่นใหม่ที่ไม่อยากมองออกนอกประเทศ

พาสปอร์ตญี่ปุ่นเหลือแค่ 17% สะท้อนวิกฤตศรัทธา-เศรษฐกิจน่าห่วง

คนญี่ปุ่นแห่ถอดใจ ไม่เที่ยวต่างประเทศ เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลว่า อัตราการถือหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต (Passport) ต่ำสุดในในรอบหลายสิบปี ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาญี่ปุ่น (Inbound) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนชาวญี่ปุ่นที่เดินทางไปต่างประเทศ (Outbound) กลับลดลงอย่างน่าเป็นห่วง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าสิ่งนี้อาจส่งผลกระทบในหลายๆ ด้าน

ชาวญี่ปุ่นที่เดินทางไปต่างประเทศลดลงเหลือไม่ถึง 70% เมื่อเทียบกับปี 2019 และที่น่าเป็นห่วงคือ อัตราการถือครองหนังสือเดินทางก็อยู่ที่ประมาณ 17% ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ” ทาคาฮาชิ ฮิโรยูกิ ประธานสมาคมตัวแทนการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (JATA) กล่าว

พาสปอร์ตญี่ปุ่นเหลือแค่ 17% สะท้อนวิกฤตศรัทธา-เศรษฐกิจน่าห่วง

จากข้อมูลของสมาคมฯ ที่รวบรวมจากกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ณ สิ้นปี 2024 หนังสือเดินทางที่ยังมีอายุใช้งานอยู่มีประมาณ 20.77 ล้านเล่ม หรือคิดเป็นอัตราการถือครองที่ 17.3% ซึ่งต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ ที่มีอัตราสูงถึง 50-80% อย่างเห็นได้ชัด สถิติสูงสุดของญี่ปุ่นอยู่ที่ 27.7% ในปี 2005 ซึ่งถือว่าน้อยอยู่แล้ว แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สถานการณ์กลับยิ่งแย่ลงไปอีก

คุณทาคาฮาชิชี้ว่า สาเหตุหลักมาจากสามปัจจัยสำคัญ คือ

  • วิกฤตโควิด-19: ทำให้ผู้คนไม่สามารถเดินทางได้ และความอยากไปเที่ยวต่างประเทศยังไม่กลับมา
  • ค่าเงินเยนอ่อน: ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางแพงขึ้น
  • ค่าครองชีพสูง: ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างๆ สูงขึ้นตาม

นอกจากนี้ การที่จำนวนร้านบริษัททัวร์ลดลงอย่างมากในช่วงโควิด-19 ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ช่องทางการปรึกษาการเดินทางลดลง

คุณทาคาฮาชิเชื่อว่า การที่ชาวญี่ปุ่นไม่เดินทางออกนอกประเทศนั้น สร้างผลกระทบเชิงลบอย่างมาก เพราะการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศควรเป็นแบบสองทาง และหากไม่มีชาวญี่ปุ่นเดินทางออกไป ก็จะส่งผลต่อการเพิ่มเที่ยวบิน ซึ่งกระทบต่อการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะยาวได้

จากผลสำรวจของ AERA ผู้คนมีหลากหลายความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ค่อนข้างเยอะ ตัวอย่างเช่น

  • หญิงวัย 41 ปีจากจังหวัดคานางาวะ: “ไม่รู้มาก่อนเลยว่าอัตราการถือพาสปอร์ตจะต่ำขนาดนี้! รู้สึกว่าคนรุ่นใหม่ความใฝ่ฝันที่จะไปต่างประเทศลดลง เพราะเงินเยนอ่อนค่าทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น”
  • หญิงวัย 41 ปีจากเกียวโต: “หลังจากโควิด-19 ฉันพบว่าพาสปอร์ตหมดอายุแล้ว แต่ก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องต่ออายุ เพราะเงินเยนอ่อนค่ามาก ไปเที่ยวแล้วต้องมานั่งกังวลเรื่องราคา สู้ใช้เงินในประเทศให้คุ้มค่ากว่า”
  • ชายวัย 39 ปีจากโอซาก้า ที่ไม่เคยมีพาสปอร์ต: “ผมไม่สามารถลาพักร้อนยาวๆ ได้ต่อเนื่องพอที่จะไปเที่ยวต่างประเทศได้ วันหยุดยาวอย่างปีใหม่หรือโกลเด้นวีค ค่าเดินทางจากญี่ปุ่นก็แพงมากอยู่แล้ว”
  • หญิงวัย 49 ปีจากนากาโนะ: “ตอนฉันยังสาว ฉันอยากออกไปเห็นโลก แต่ตอนนี้คนรุ่นใหม่ดูเหมือนจะหาข้อมูลได้จากสมาร์ทโฟนแทน ทำให้พวกเขาไม่อยากออกไปสัมผัสโลกจริง ฉันกังวลว่าสิ่งนี้จะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของญี่ปุ่นอ่อนแอลงในอนาคต”

ประธาน JATA ยังแสดงความกังวลว่า “โอกาสในการศึกษาและการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศของเยาวชนญี่ปุ่นกำลังลดลงอย่างมาก สถานการณ์นี้จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติของญี่ปุ่นในอนาคต”

เขากล่าวเสริมว่า แม้จะมีรัฐบาลท้องถิ่นบางแห่งที่เริ่มส่งเสริมการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ แต่ก็มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้ยังทำได้เพียงในวงจำกัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...