คลัง ยัน “คนละครึ่งพลัส” ระบบพร้อม ลงทะเบียน 20 ต.ค.
ปลัดคลัง ยัน ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส วันแรก 20 ต.ค. นี้ ระบบพร้อม รองรับได้ 100,000 รายการต่อวินาที คาดไม่เกิน 3 วันเต็ม 20 ล้านสิทธิ
19 ต.ค. 2568 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีความพร้อมเต็มที่ในการลงทะเบียน โครงการคนละครึ่งพลัส วันแรกสำหรับประชาชน 20 ล้านสิทธิ โดยได้มีการขยายระบบแอปฯเป๋าตัง รองรับการลงทะเบียนได้ถึง 100,000 รายการต่อวินาที เพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว จากก่อนที่ 50,000 รายการ ซึ่งมากที่สุดเท่าที่เคยทำมา โดยกระทรวงการคลังคาดว่า จะมีการลงทะเบียนครบ 20 ล้านสิทธิ โดยใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน
สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส จะเปิดให้เริ่มลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง ตั้งแต่วันที่ 20 - 26 ต.ค. 68 ตั้งแต่เวลา 06.00 - 22.00 น. โดย ผู้ที่ได้รับสิทธิร่วมโครงการฯ จะเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. - 31 ธ.ค. 68 ซึ่งปัจจุบัน กระแสความนิยมของประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้า ที่มีต่อโครงการฯ คึกคักมาก คาดจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดเงินหมุนเวียน 8.8 หมื่นล้านบาทภายใน 2 เดือน
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันกระแสโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ของรัฐบาลได้รับความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยความคืบหน้านับตั้งแต่เริ่มลงทะเบียนในส่วนผู้ประกอบการร้านค้าฯ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 68 - 17 ต.ค. 68 มีร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ สำเร็จแล้ว 123,960 ราย
ส่วนร้านค้าที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการสมัคร 98,064 ราย
อย่างไรก็ตามด้วยกระแสความสนใจทั่วประเทศจึงเป็นเหตุให้เหล่ามิจฉาชีพพยายามฉวยโอกาสหลอกลวงประชาชนหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการ ส่งลิงก์ปลอมมาหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวและดูดทรัพย์ของประชาชน ซึ่งปัญหาดังกล่าว รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ได้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในเบื้องต้นขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของตำรวจไซเบอร์ ดังนี้
1. อย่ากดลิงก์จากเอสเอ็มเอสข้อความแปลกปลอม เนื่องจากโครงการรัฐ จะไม่ส่งลิงก์ลงทะเบียนผ่านข้อความ และอย่าหลงเชื่อเพจบัญชีโซเชียลที่ไม่เป็นทางการ จึงขอให้ตรวจสอบว่ามีเครื่องหมายยืนยัน (Verified) และผู้ติดตามจริงหรือไม่ โดยการลงทะเบียนที่ถูกต้องนั้น ทำได้เฉพาะแอปฯ เป๋าตังและ ถุงเงิน ที่สำคัญอย่าให้ข้อมูลส่วนตัว อาทิ เลขบัตรประชาชน, วันเกิด, รหัสโอทีพี ข้อมูลบัญชีธนาคาร รวมถึงอย่าเชื่อสายโทรศัพท์ที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ โดยหน่วยงานรัฐและธนาคาร ไม่มีนโยบายโทรขอโอทีพีหรือให้โอนเงิน