โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กต. จวก! กัมพูชา พูดอย่างทำอย่าง ใช้เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ เป็นโล่มนุษย์ ไม่มีประเทศไหนเขาทำกัน ไทยขอประณาม เป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 26 ส.ค. 2568 เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2568 เวลา 10.41 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(26 ส.ค.68) นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ชายแดนไทยและกัมพูชา จากกรณีเมื่อวานนี้เหตุชาวบ้านรื้อรั้วลวดหนามที่ บ้านหนองจาน ต.โคกสูง จ. สระแก้ว ซึ่งทางประเทศฝ่ายกัมพูชาใช้พลเรือน ประกอบด้วย สตรี เด็ก ผู้สูงอายุ มารื้อลวดหนาม และก่อความวุ่นวายในพื้นที่ ขอเรียนว่า พื้นที่บ้านหนองจานตั้งในเขตอธิปไตยไทย เดิมเคยใช้เป็นที่หลบภัยชั่วคราวชาวกัมพูชาหนีสู้รบเข้ามา แต่ภายหลังสงครามสิ้นสุด แต่ชาวกัมพูชากลับขยายชุมชนเข้ามาถือว่าเป็นการละเมิด MOU 2543 ฝ่ายไทยประท้วงมาตลอด แต่กัมพูชาเพิกเฉยมาตลอด แม้มีการหยิบยกการจัดระเบียบชายแดนในพื้นที่บ้านหนองจานในช่วงการพูดคุย RBC วันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชาไม่ตอบรับ การล้อมรั้วลวดหนามเพื่อปกป้องอธิปไตย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการรุกล้ำ หรือเข้ามาวางทุ่นระเบิดจากฝ่ายกัมพูชา และเพื่อความปลอดภัยให้ประชาชนจังหวัดสระแก้วในการลงพื้นที่ประเมินที่ดิน โดยที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตประเทศไทย ไม่ละเมิดต่อข้อตกลงหลักเขตของJBC

นายนิกรเดช กล่าวว่า เหตุการณ์เมื่อวานนี้มีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอชัดเจนว่ามีทหารกัมพูชาปล่อยให้ประชาชนรื้อลวดหนาม สร้างสถานการณ์ยั่วยุต่อเนื่อง ตะโกนไล่ทหารไทย แสดงท่าทีก่อความรุนแรง ปรากฏภาพสตรีอุ้มทารกเข้าไปเผชิญหน้าทหารไทยด้วย ซึ่งทหารไทยใช้ความอดทนอดกลั้น ไม่คาดคิดว่าฝ่ายกัมพูชาจะปล่อยให้ประชาชนของตนออกหน้าแทน ทั้งที่ฝ่ายทหารต้องอยู่แนวหน้าเพื่อปกป้องประชาชน แต่ฝ่ายกัมพูชาปล่อยให้ประชาชนออกหน้าแทนทหาร

“ประเทศไทยขอประณามที่กัมพูชาใช้ประชาชน โดยเฉพาะ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ เสมือนหนึ่งเป็นโล่มนุษย์ เป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม ไม่สอดคล้องกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ประเทศไทยขอเรียกร้องให้กัมพูชายุติการกระทำดั่งกล่าวโดยเฉพาะการจัดฉาก โดยใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ”

นายนิกรเดช กล่าวว่า กระทรวงต่างประเทศจะมีหนังสือตอบโต้กัมพูชาอย่างเป็นทางการ และจะดำเนินการในกรอบคณะกรรมการ JBC

และนอกจากนี้ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางไปนครเจนนีวา ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ ถึงวันที่ 28 ส.ค นี้ โดยมีภารกิจสำคัญ ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาคมโลก โดยเฉพาะที่กัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิดหลังทหารไทยเหยียบไปหลายครั้ง ซึ่งขัดต่ออนุสัญญาออตตาวาอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ รัฐมนตรีมีกำหนดพบข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ และคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ เพื่อย้ำว่าการดำเนินการทั้งหมดของไทยตั้งอยู่บนหลักการมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ไทยจะใช้โอกาสนี้ทำให้เห็นว่าการกระทำของกัมพูชาไม่คำนึงหลักมนุษยธรรม และขัดต่อกติกาสากลอย่างสิ้นเชิง เป็นพฤติการณ์อย่างต่อเนื่อง

ทั้งการโจมตีเป้าหมายพลเรือน การนำเด็กมาใช้ตามคลิปวิดีโอ การวางทุ่นระเบิด การใช้พื้นที่ชุมชนเป็นเกราะกำบังฐานที่ตั้งทหารมนุษยธรรม การผลักดันเด็ก สตรี ผู้สูงอายุมาเป็นหน้าด่าน เช่นล่าสุดเอาประชาชนเป็นโล่มนุษย์ตามเมื่อวานนี้ เพื่อปฏิบัติการทางทหารอย่างชัดเจน ขอย้ำว่า หลักการมนุษยธรรมต้องคำนึงในการมีศักดิ์ศรีของมนุษย์ ประเทศไทยในฐานะประเทศที่คำนึงกลไกทุกขั้นตอนเพื่อพิสูจน์ความจริงใจ ขอยืนยันว่าประเทศไทยต้องการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธีบน MOUb2543 และกลไกทวิภาคี JBC ,GBC ,RBC ซึ่งหวังว่ากัมพูชาจะตอบสนองตอบรับเร็วๆ นี้

กรณีเหตุบ้านหนองจาน นายนิกรเดช ยอมรับว่า เป็นเหตุการณ์ที่น่าหวาดวิตก เพราะไม่รู้ว่าจะตอบโต้อย่างไรให้ได้สัดส่วนเพราะเรายึดมั่นว่าไม่ทำร้ายประชาชน ซึ่งกัมพูชารู้ว่าเราไม่ทำร้าย สิ่งที่เราทำได้คือประณาม โดยทางกระทรวงจะส่งเรื่องประท้วงนี้ไปบอกทุกประเทศที่สถานทูตไทยตั้งอยู่

“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ การเอาเด็ก สตรี คนชรา ที่ไม่มีทางสู้เอามาเป็น Frontline และทหารไปอยู่ข้างหลัง เป็นผลักคนเหล่านี้ออกมาเป็นแนวหน้าเรื่อยๆ ฝ่ายไทยต้องใช้ความอดทนอดกลั้นที่สุด ไม่สามารถทำอะไรประชาชนเขาได้เพราะเป็นข้อตกลงของเราต้องเคารพสิทธิมนุษยชน และกฎหมายระหว่างประเทศ เราไม่เคยมีการตอบโต้ประชาชน ถ้าให้ตนตีความ ว่ากัมพูชาจะไม่ทราบก็ไม่ใช่ จะเห็นว่าทหารอยู่ด้านหลัง ยุยงให้คนออกมาเป็นแนวหน้าทั้งวาจา ท่าทาง สัญลักษณ์ก็แล้วแต่ ตนไม่คิดว่าจะมีคนสุภาพสตรีที่เป็นแม่ ที่มีจิตวิญญาณความเป็นแม่คนจะอุ้มลูกออกไปในที่สู้รบที่เสี่ยง ซึ่งปกติถ้าพื้นที่ฝนตกเรายังไม่พาลูกไปในที่เหล่านั้น มันมีการยุยงเกิดขึ้น เป็นความอันตรายที่เราต้องอดทนอดกลั้นเต็มที่ เป็นเหตุผลที่ตนออกมาประณามว่า เป็นกระทำที่ไม่เหมือนมนุษย์”

ส่วนการมีกลไกใดที่สามารถผลักดันกลุ่มชาวกัมพูชาที่บุกรุกที่ในประเทศไทยกลับคืนกัมพูชา นายนิกรเดช กล่าวว่า กลไกที่จะช่วยสนับสนุน คือ JBC GBC RBC เพราะถ้ามีการปักเขตแดนชัดเจนจะป้องกันปัญหารุกล้ำ การคุยในGBCจะช่วยได้ ส่วน RBC กำลังดำเนินการ ส่วนกลไกอื่น เป็นกลไกปราบปราม การร้องพหุภาคี การร้องไปที่องค์กรระหว่างประเทศ เช่น ICRC ซึ่งรัฐมนตรีได้ดำเนินตามกลไกเหล่านี้สื่อสารว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น โดยอาศัยกลไก กฎหมายระหว่างประเทศโดยอาศัยหลักการระหว่างประเทศมากดดันประเทศกัมพูชาที่ไม่เคารพกฎหมาย และกติกา ให้กัมพูชามีสติและเข้าใจความรับผิดชอบในฐานะประเทศที่อยู่ภายใต้เกณฑ์ เพราะตอนนี้การดำเนินการของเขาไม่มีกฎไม่มีเกณฑ์ และการดำเนินของเขาที่ผ่านมา พูดอย่างทำอย่าง แม้จะพูดว่าดำเนินการตามกฎหมาย แต่การกระทำเช่นเมื่อวานนี้ไปดูคลิปเป็นหลักฐาน ขอเรียนว่าไม่มีประเทศไหนเขาทำกันเอาเด็กมาดันในพื้นที่กดดัน

นายนิกรเดช กล่าวว่า ส่วนหนังสือประท้วงจากกองทัพภาคที่ 1 ยังไม่ได้รับ แต่ทางกระทรวงต่างประเทศจะไม่รอ โดยขณะนี้กำลังร่างอยู่ซึ่งเสร็จแล้วจะส่งให้ทุกประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...