โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากหนุ่มวิศวะ สู่เส้นทางธรรมะ เปิดประวัติ “พระคึกฤทธิ์” ผู้ยึดมั่นใน “พุทธวจน”

อีจัน

อัพเดต 16 ก.ย 2568 เวลา 12.14 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2568 เวลา 05.13 น. • อีจัน

ท่ามกลางกระแสข่าววงการผ้าเหลืองฉาว!

พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล พระชื่อดังที่ยึดมั่นในพุทธวจน คืออีก 1 รูป ที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ จากข่าวลือเชื่อมโยงความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสีกาไฮโซ ข้อกล่าวหาเรื่องการเงินวัดผิดปกติกว่าพันล้านบาท และอาจเชื่อมโยงถึงการฟอกเงิน โดยมีอดีตลูกศิษย์และบุคคลใกล้ชิดออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม จุดกระแสข้อสงสัยในสังคมเป็นอย่างมาก

ข่าวทั่วไป

ทนายอนันต์ชัย แฉ พระดังปทุมธานี ส่อฟอกเงินข้ามชาติ

2 ชั่วโมงก่อนหน้า16 ก.ย. 2025

และเมื่อย้อนกลับไปดูประวัติ บอกเลยว่า ดีกรีไม่ธรรมดา จากหนุ่มวิศวะ สู่เส้นทางธรรมะ “พุทธวจน” อันโด่งดัง ลูกศิษย์เยอะระดับประเทศ

พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล เกิดเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2506 ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า(จปร.) สาขาวิศวกรรมเครื่องกล และระดับปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยรับราชการทหาร โดยยศสุดท้ายก่อนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์คือ “พันตรี”

เส้นทางธรรมเริ่มต้นเมื่อปี 2522 ขณะกำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 1 ของโรงเรียนเตรียมทหาร โดยในช่วงปิดเทอมแม่ได้พาไปบวชเป็นเวลา 1 เดือนกับหลวงพ่อชา สุภัทโท ที่วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับชีวิตวิเวกในวัดป่าที่เรียบง่าย ใช้ชีวิตด้วยความสันโดษ มีการใช้เทียนให้แสงสว่าง เดินทางด้วยไฟฉาย น้ำอุปโภคใช้เชือกผูกกับปี๊บหย่อนไปในบ่อดิน ช่วยกันดึงขึ้นแล้วเทใส่ถังในรถ เข็นไปไว้ตามกุฏิ ศาลาและที่ต่างๆ อาหารขบฉันที่มีไม่มาก ต้องใช้พระตัวแทนสงฆ์มาจัดแจกแบ่งปันส่วน เพื่อให้เพียงพอกับทุกชีวิตในวัด และได้พบหลวงพ่อชาได้ใกล้ชิดและสัมผัสกับธรรมะ รวมถึงข้อวัตรปฏิบัติที่เคร่งครัด งดงามน่าเลื่อมใสของท่าน สัมผัสกับจิตบริสุทธ์ทีมีอยู่จริง เกิดใคร่สนใจอยากศึกษา จึงเริ่มมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา

เมื่อครบกำหนดลาสิกขากลับมาสู่การศึกษาเล่าเรียน จึงตั้งใจเริ่มฝึกหัดรักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัด ตามสติกำลังอยู่ตลอดมามิได้ขาด

หลังจากนั้นได้กลับไปยังวัดหนองป่าพงในทุกช่วงเวลาปิดเทอม จนกระทั่งได้มีโอกาสบวชอีกทีในตอนปิดเทอมชั้นปีที่ 4 ของนายร้อย จปร. ในครั้งนี้ได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อหลวงพ่อชา ว่า จะใช้ชีวิตฆราวาสอีกเพียง 10 ปี แล้วขอให้มีเหตุปัจจัยผลักดันให้ได้ครองเพศบรรพชิตไปตลอดชีวิตหลังจากได้ตั้งอธิษฐานกับหลวงพ่อชาก็ใช้ชีวิตทางโลกอย่างปกติเรื่อยมา

โดยเล่าว่าการใช้ชีวิตโดยมีสติและธรรมะอยู่กับตัว ช่วยให้การดำเนินชีวิตทางโลกของเป็นไปอย่างสะดวก ไม่เศร้าหมอง และมีส่วนสนับสนุนความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานเป็นอย่างมาก แต่บางครั้งการมีสติ ก็ทำให้การไปเที่ยวเตร่หรือการเที่ยวเล่นเริ่มไม่เป็นเรื่องสนุกเหมือนอย่างเคย เพราะมองเห็นแต่โทษภัยของการขาดสติ โทษของการที่เผลอเพลินไปกับกิเลสต่างๆ

จนในที่สุด เมื่อครบ 10 ปี ตรงกับที่ได้ตั้งอธิษฐานไว้ และเป็นปีที่หลวงพ่อชาได้มรณภาพ ในกาลนั้นท่านได้เห็นสัจธรรมความไม่เที่ยงของสรรพสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ ไม่เว้นแม้แต่ครูบาอาจารย์ที่ท่านเคารพ จึงอาศัยสิ่งนี้เป็นอันดับแรก เป็นอนุสติเครื่องกระตุ้นเตือนใจ ผลักตัวเองให้ออกจากชีวิตทางโลก ประกอบกับเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย และไม่ค่อยเห็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตฆราวาสเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งได้รู้สึกถึงความก้าวหน้าของผลการปฏิบัติ ที่ค่อยๆ ฝึกหัดกระทำมาตลอด 14 ปี นับแต่เจอหลวงพ่อชา สิ่งเหล่านี้จึงรวมมาเป็นเหตุปัจจัยผลักดันให้ท่านเข้ามาบวชอีกครั้ง

ซึ่งครั้งนี้เข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัตร์ ที่สำนักสงฆ์บุญญาวาส จังหวัดชลบุรี ปัจจุบันเป็นวัดสาขาของวัดหนองป่าพง มีพระอาจารย์ตั๋น (พระอาจารย์อัครเดช ถิรจิตฺโต) เป็นเจ้าอาวาส หลังจากบวชได้ระยะหนึ่ง ในระหว่างออกปลีกวิเวกธุดงค์ร่วมกับพระเถระอีก 2 รูป ได้มาบำเพ็ญภาวนา พำนักอยู่ยังผืนนาอันเป็นของแม่ที่ยกถวาย ณ บริเวณถนนลำลูกกา คลองสิบ จังหวัดปทุมธานี เรื่อยมาจนท่านได้ 5 พรรษา จากนั้นเป็นช่วงเวลาที่ท่านได้พำนัก อยู่เพียงลำพังผู้เดียว จึงอาศัยความสันโดษวิเวกนี้เป็นโอกาสแห่งการปฏิบัติภาวนาอย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมทั้งศึกษาธรรม และวินัยจากพระโอษฐ์ควบคู่กันไป

ในช่วงหน้าแล้งของแต่ละปี ได้หาโอกาสออกวิเวกตามป่าเขา จนในพรรษาที่ 7 หลังออกวิเวกธุดงค์ โดยเดินจากเมืองกาญจนบุรีผ่านทุ่งใหญ่นเรศวร ขึ้นจังหวัดตาก และเมื่อกลับมาถึงคลองสิบ ได้เป็นไข้มาลาเรีย นอนป่วยอยู่ผู้เดียวเป็นเวลา 7 วัน จึงมีคนมารับไปรักษาผลจากอาพาธครั้งนี้ทำให้ท่านมีอาการอ่อนเพลียต่อเนื่องมาอีก 5 ปี จึงเริ่มหายเป็นปกติ ในระหว่างนั้นสถานที่ดังกล่าวค่อยๆ ได้รับการพัฒนาตามลำดับ ต่อมาในปี พ.ศ.2545 หรือประมาณ 8 ปี นับแต่ได้มาอยู่บำเพ็ญภาวนาสถานที่แห่งนี้ จึงได้ขึ้นทะเบียนตั้งเป็นวัดนาป่าพงจวบจนถึงปัจจุบัน

ต่อมา ได้วางแนวทางการปฏิบัติของพระสงฆ์ในวัดได้อย่างชัดเจน โดยยึดแต่คำสอนที่เป็นพุทธวจนของพระพุทธเจ้าเป็นแนวทาง ท่านได้วางนโยบายในวัดให้มีความสงบสอดคล้องเหมือนกับการออกวิเวกธุดงค์ กำหนดกิจข้อวัตรของพระในวัดให้กระชับที่สุด และเป็นกฎเกณฑ์ของหมู่คณะที่ต้องเคร่งครัด เพื่อเปิดโอกาสให้พระได้มีเวลาในการภาวนามากๆ ผู้ที่จะบวชในวัดนี้ควรจะต้องมีเวลาอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อเตรียมตัวอยู่เป็นผ้าขาวก่อนประมาณ 2 อาทิตย์ จากนั้นบรรพชาเป็นสามเณรอีกประมาณ 1 อาทิตย์ จึงจะสามารถบวชเป็นพระได้ ทั้งนี้เพื่อฝึกฝนข้อวัตรปฏิบัติ และเป็นการชำระกายใจให้บริสุทธิ์เสียก่อน เนื่องเพราะเห็นว่าการบวชในระยะสั้นๆ นั้นเกิดประโยชน์น้อยและเสี่ยงต่อการทำผิดในเพศบรรพชิตได้ง่าย

โดยเน้นย้ำในเรื่องการศึกษาและปฏิบัติธรรมะ ว่า ควรศึกษาโดยตรงในธรรมะจากพระโอษฐ์เท่านั้น เพราะที่ทรงตรัสถึงขีดจำกัดของสาวกที่เป็นเพียงผู้เดินตามมรรค การแสดงความเห็นของสาวกย่อมมีข้อผิดเพี้ยน ซึ่งเป็นเหตุเสื่อมและเป็นความอันตรธานแห่งธรรมวินัยของตถาคตในกาลยืดยาวนาน ฝ่ายอนาคต และเป็นเหตุแห่งการนับถือศาสนาพุทธที่ผิดเพี้ยนไปด้วย รวมถึงการนำพระพุทธศาสนาไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง และแนะนำการศึกษาพระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ จากหนังสือที่ท่านพุทธทาสได้รวบรวมเฉพาะคำพูดจากพระโอษฐ์ของพระผู้มีพระภาค เจ้าโดยตรง ไม่ปนความเห็นของผู้ใด มี 5 เล่ม คือ

1.อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคต้น

2.อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคปลาย

3. ขุมทรัพย์จากพระโฮษฐ์

4.พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ และ

5.ปฏิจฺจสมุปฺบาทจากพระโอษฐ์

ซึ่งทางธรรมสภาได้รวบรวมและจัดส่งให้โดยสะดวกแก่ผู้โทรสั่งซื้อ โดยท่านกล่าวว่า “การที่พุทธบริษัทศึกษาและปฏิบัติจากคำสอนของพระพุทธเจ้าโดยตรงนี้ จะทำให้การภาวนาเจริญก้าวหน้า และเป็นทางเดียวที่จะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาที่บริสุทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์”

อย่างไรก็ตาม เรื่องฉาวต่างๆ ก็ต้องจับตากันต่อไปค่ะ ว่าจะจบยังไง หากมีความคืบหน้าจะอัปเดตให้ทราบ

ที่มา : กลุ่มเฟซบุ๊ก พุทธที่แท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...