INETREIT เกาะเทรนด์ดิจิทัล เปิดราคาสูงสุดไม่เกิน 10.90 บ. จองซื้อ 19–27 พ.ย. นี้ ต่อยอด Data Center–Cloud พร้อมสร้าง Passive Income ให้วัยเกษียณ
ท่ามกลางเมกะเทรนด์ดิจิทัลที่กำลังเร่งเครื่องเศรษฐกิจโลก INETREIT กองทรัสต์แห่งแรกและแห่งเดียวของไทยที่ลงทุนโดยตรงในทรัพย์สินด้านเทคโนโลยี เดินหน้าเพิ่มทุนครั้งที่ 2 เพื่อต่อยอดการลงทุนในโครงการ INET-IDC3 เฟส 2 สร้างโอกาสรับผลตอบแทนระยะยาวจากธุรกิจแห่งอนาคตอย่าง Data Center และ Cloud Computing
ขณะเดียวกันยังตอบโจทย์ผู้ลงทุนกลุ่มวัยเกษียณที่มองหาความมั่นคงในรูปแบบ Passive Income จากสินทรัพย์ที่เติบโตได้ต่อเนื่อง สอดคล้องแนวคิด “คนไทยลงทุนในเทคโนโลยีของคนไทย” ที่สร้างทั้งผลตอบแทนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ Thailand 4.0 อย่างยั่งยืน
นายสุตกานต์ แน่นหนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเน็ต รีท แมเนจเม้นท์ จํากัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยว่า INETREIT เป็นทรัสต์กองแรกและกองเดียวในประเทศไทยที่ลงทุนตรงในทรัพย์สินที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีทั้งหมด ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์สำคัญของโลก ล่าสุด กำลังเดินหน้าเพิ่มทุนครั้งที่ 2 เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้น
โดย INETREIT จะเข้าลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Freehold) ตู้ Rack จำนวน 246 Rack และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในโครงการ INET-IDC3 เฟส 2 ส่วนขยาย ซึ่งเป็นทรัพย์สินคุณภาพสูงที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล คาดว่าการลงทุนครั้งนี้จะส่งผลให้ประมาณการการจ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 0.01 บาทต่อหน่วย ตอกย้ำความมุ่งมั่นเป็นกองทรัสต์ที่สร้างผลตอบแทนอย่างมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน
“กองทรัสต์นี้ถือเป็นกองแรกและกองเดียวในประเทศไทยที่ลงทุนโดยตรงในทรัพย์สินประเภท Data Center การลงทุนในกองทรัสต์ด้านดิจิทัลในประเทศ โดยเฉพาะ Data Center และ Cloud ถือเป็นการลงทุนโดยคนไทย เพื่อสนับสนุนธุรกิจเหล่านี้ให้เกิดในประเทศได้อย่างคล่องตัว ผลตอบแทนที่ได้จะกลับมาสู่ผู้ลงทุนไทยเป็นหลัก ซึ่งช่วยสนับสนุนระบบนิเวศในการเปลี่ยนถ่ายประเทศไทยไปสู่ประเทศ 4.0 ในอนาคต” นายสุตกานต์ กล่าว
นายวัลล์ชัย เวชชีวะดำรงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรม Data Center และ Cloud ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน การเติบโตของเทคโนโลยี AI, Big Data และ IoT ล้วนเป็นปัจจัยเร่งให้ความต้องการใช้บริการ Data Center และ Cloud เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
INET ในฐานะผู้ให้บริการ Cloud สัญชาติไทยอันดับ 1 และมีประสบการณ์ในธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจรมายาวนานกว่า 30 ปี มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรม ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ INET โดยในไตรมาส 2 ปี 2568 มีรายได้เติบโตถึง 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ยังมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและกระจายตัวในหลากหลายอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ เช่น กลุ่มสถาบันการเงิน กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี ซึ่งทำให้มีความมั่นคงสูงและพร้อมที่จะเป็นผู้เช่าหลักที่แข็งแกร่งให้กับ INETREIT ต่อไปในระยะยาว
“สำหรับประเทศไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย การลงทุนในกองทรัสต์นี้เชื่อว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้เกษียณ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนที่มั่นคง คู่กับธุรกิจแห่งอนาคต (Data Center) ที่มีแนวโน้มการเติบโต โดยนโยบายการจ่ายปันผลของกองทรัสต์ช่วยให้ผู้เกษียณได้รับเงินปันผลคล้าย Passive Income ที่สร้างความมั่นคงในการใช้ชีวิต นอกจากนี้ ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลยังดีกว่าการฝากเงินในธนาคารที่อาจได้ดอกเบี้ยน้อย และเชื่อว่าสินทรัพย์เหล่านี้สามารถกลายเป็นมรดกตกทอดในอนาคตได้” นายวัลล์ชัย กล่าว
นางสาววรายุ อิ่มอโนทัย ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า การเพิ่มทุนของ INETREIT ครั้งนี้นับเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุน ด้วยปัจจัยเด่น 5 ประการ คือ
1) กองทรัสต์ลงทุนในทรัพย์สินที่มีคุณภาพได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล และการลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ทำให้สามารถสร้างรายได้ให้แก่กองทรัสต์เพิ่มขึ้น
2) INET ในฐานะผู้เช่าหลักมีผลประกอบการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้ประกอบการสัญชาติไทยที่เป็นผู้นำด้านการให้บริการ Cloud
3) ทรัพย์สินของกองทรัสต์จัดอยู่ในหมวดธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสูง
4) กองทรัสต์มีโอกาสเติบโตจากการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมผ่าน Right of First Refusal
5) กองทรัสต์มีการจ่ายผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง และบริหารจัดการโดยทีมผู้บริหารที่มากด้วยประสบการณ์และครอบคลุมธุรกิจ Data Center
นายวิศรุต อังศุภากร ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่าย กล่าวว่า มีความเชื่อมั่นกับการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนของ INETREIT ครั้งนี้ว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากนักลงทุน โดยจะเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 230 ล้านหน่วย มูลค่าระดมทุนไม่เกิน 2,507 ล้านบาท
ล่าสุด ได้กำหนดเปิดจองซื้อแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมและประชาชนทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 19 - 27 พฤศจิกายน 2568 ที่ราคาเสนอขายสูงสุดไม่เกิน 10.90 บาทต่อหน่วย เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XR ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เพื่อกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิการจองซื้อหน่วยทรัสต์ที่ออกและเสนอขายเพิ่มเติม ส่วนการกำหนดราคาเสนอขายสุดท้าย คาดว่าจะประกาศราคาเสนอขายสุดท้ายในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ผ่านเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม หากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาเสนอขายสูงสุด จะมีการคืนเงินส่วนต่างให้กับผู้จองซื้อที่ชำระการจองซื้อที่ราคาเสนอขายสูงสุด และคาดว่าจะนำหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ภายในเดือนธันวาคมนี้
ทั้งนี้ การเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 2 ของ INETREIT เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่มั่นคงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโต และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางครั้งสำคัญของ INETREIT ที่เติบโตอย่างมั่นคงและสอดคล้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง