โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

INETREIT เกาะเทรนด์ดิจิทัล เปิดราคาสูงสุดไม่เกิน 10.90 บ. จองซื้อ 19–27 พ.ย. นี้ ต่อยอด Data Center–Cloud พร้อมสร้าง Passive Income ให้วัยเกษียณ

Wealthy Thai

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2568 เวลา 08.35 น.

ท่ามกลางเมกะเทรนด์ดิจิทัลที่กำลังเร่งเครื่องเศรษฐกิจโลก INETREIT กองทรัสต์แห่งแรกและแห่งเดียวของไทยที่ลงทุนโดยตรงในทรัพย์สินด้านเทคโนโลยี เดินหน้าเพิ่มทุนครั้งที่ 2 เพื่อต่อยอดการลงทุนในโครงการ INET-IDC3 เฟส 2 สร้างโอกาสรับผลตอบแทนระยะยาวจากธุรกิจแห่งอนาคตอย่าง Data Center และ Cloud Computing
ขณะเดียวกันยังตอบโจทย์ผู้ลงทุนกลุ่มวัยเกษียณที่มองหาความมั่นคงในรูปแบบ Passive Income จากสินทรัพย์ที่เติบโตได้ต่อเนื่อง สอดคล้องแนวคิด “คนไทยลงทุนในเทคโนโลยีของคนไทย” ที่สร้างทั้งผลตอบแทนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ Thailand 4.0 อย่างยั่งยืน
นายสุตกานต์ แน่นหนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเน็ต รีท แมเนจเม้นท์ จํากัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยว่า INETREIT เป็นทรัสต์กองแรกและกองเดียวในประเทศไทยที่ลงทุนตรงในทรัพย์สินที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีทั้งหมด ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์สำคัญของโลก ล่าสุด กำลังเดินหน้าเพิ่มทุนครั้งที่ 2 เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้น
โดย INETREIT จะเข้าลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Freehold) ตู้ Rack จำนวน 246 Rack และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในโครงการ INET-IDC3 เฟส 2 ส่วนขยาย ซึ่งเป็นทรัพย์สินคุณภาพสูงที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล คาดว่าการลงทุนครั้งนี้จะส่งผลให้ประมาณการการจ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 0.01 บาทต่อหน่วย ตอกย้ำความมุ่งมั่นเป็นกองทรัสต์ที่สร้างผลตอบแทนอย่างมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน
“กองทรัสต์นี้ถือเป็นกองแรกและกองเดียวในประเทศไทยที่ลงทุนโดยตรงในทรัพย์สินประเภท Data Center การลงทุนในกองทรัสต์ด้านดิจิทัลในประเทศ โดยเฉพาะ Data Center และ Cloud ถือเป็นการลงทุนโดยคนไทย เพื่อสนับสนุนธุรกิจเหล่านี้ให้เกิดในประเทศได้อย่างคล่องตัว ผลตอบแทนที่ได้จะกลับมาสู่ผู้ลงทุนไทยเป็นหลัก ซึ่งช่วยสนับสนุนระบบนิเวศในการเปลี่ยนถ่ายประเทศไทยไปสู่ประเทศ 4.0 ในอนาคต” นายสุตกานต์ กล่าว
นายวัลล์ชัย เวชชีวะดำรงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรม Data Center และ Cloud ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน การเติบโตของเทคโนโลยี AI, Big Data และ IoT ล้วนเป็นปัจจัยเร่งให้ความต้องการใช้บริการ Data Center และ Cloud เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
INET ในฐานะผู้ให้บริการ Cloud สัญชาติไทยอันดับ 1 และมีประสบการณ์ในธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจรมายาวนานกว่า 30 ปี มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรม ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ INET โดยในไตรมาส 2 ปี 2568 มีรายได้เติบโตถึง 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ยังมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและกระจายตัวในหลากหลายอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ เช่น กลุ่มสถาบันการเงิน กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี ซึ่งทำให้มีความมั่นคงสูงและพร้อมที่จะเป็นผู้เช่าหลักที่แข็งแกร่งให้กับ INETREIT ต่อไปในระยะยาว
“สำหรับประเทศไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย การลงทุนในกองทรัสต์นี้เชื่อว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้เกษียณ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนที่มั่นคง คู่กับธุรกิจแห่งอนาคต (Data Center) ที่มีแนวโน้มการเติบโต โดยนโยบายการจ่ายปันผลของกองทรัสต์ช่วยให้ผู้เกษียณได้รับเงินปันผลคล้าย Passive Income ที่สร้างความมั่นคงในการใช้ชีวิต นอกจากนี้ ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลยังดีกว่าการฝากเงินในธนาคารที่อาจได้ดอกเบี้ยน้อย และเชื่อว่าสินทรัพย์เหล่านี้สามารถกลายเป็นมรดกตกทอดในอนาคตได้” นายวัลล์ชัย กล่าว
นางสาววรายุ อิ่มอโนทัย ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า การเพิ่มทุนของ INETREIT ครั้งนี้นับเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุน ด้วยปัจจัยเด่น 5 ประการ คือ
1) กองทรัสต์ลงทุนในทรัพย์สินที่มีคุณภาพได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล และการลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ทำให้สามารถสร้างรายได้ให้แก่กองทรัสต์เพิ่มขึ้น
2) INET ในฐานะผู้เช่าหลักมีผลประกอบการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้ประกอบการสัญชาติไทยที่เป็นผู้นำด้านการให้บริการ Cloud
3) ทรัพย์สินของกองทรัสต์จัดอยู่ในหมวดธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสูง
4) กองทรัสต์มีโอกาสเติบโตจากการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมผ่าน Right of First Refusal
5) กองทรัสต์มีการจ่ายผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง และบริหารจัดการโดยทีมผู้บริหารที่มากด้วยประสบการณ์และครอบคลุมธุรกิจ Data Center
นายวิศรุต อังศุภากร ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่าย กล่าวว่า มีความเชื่อมั่นกับการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนของ INETREIT ครั้งนี้ว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากนักลงทุน โดยจะเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 230 ล้านหน่วย มูลค่าระดมทุนไม่เกิน 2,507 ล้านบาท
ล่าสุด ได้กำหนดเปิดจองซื้อแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมและประชาชนทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 19 - 27 พฤศจิกายน 2568 ที่ราคาเสนอขายสูงสุดไม่เกิน 10.90 บาทต่อหน่วย เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XR ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เพื่อกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิการจองซื้อหน่วยทรัสต์ที่ออกและเสนอขายเพิ่มเติม ส่วนการกำหนดราคาเสนอขายสุดท้าย คาดว่าจะประกาศราคาเสนอขายสุดท้ายในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ผ่านเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม หากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาเสนอขายสูงสุด จะมีการคืนเงินส่วนต่างให้กับผู้จองซื้อที่ชำระการจองซื้อที่ราคาเสนอขายสูงสุด และคาดว่าจะนำหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ภายในเดือนธันวาคมนี้
ทั้งนี้ การเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 2 ของ INETREIT เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่มั่นคงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโต และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางครั้งสำคัญของ INETREIT ที่เติบโตอย่างมั่นคงและสอดคล้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...