โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่งออกทอง 8 เดือนพุ่ง 87.67% สนค.ยันไม่ใช่ปัจจัยหลักทำเงินบาทแข็งค่า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ต.ค. 2568 เวลา 03.33 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2568 เวลา 03.33 น.

สนค.เปิดสถิติส่งออกทองคำของไทยช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ เพิ่มพรวดกว่า 87.67% มูลค่ารวม 8,733 ล้านดอลล์ ขณะที่นำเข้ามากกว่า คือ 12,928 ล้านดอลล์ แต่เพิ่มขึ้นแค่ 39.49% ชี้ มี.ค.-เม.ย. พุ่งกว่า 200% เพราะพิษภาษีทรัมป์ ทำให้นักลงทุนแห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ดันราคาทองพุ่งทำสถิติ ยันทองไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้บาทแข็ง เพราะมีสัดส่วนแค่ 3.9% เทียบกับโครงสร้างส่งออกทั้งหมด

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถิติการส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูป ในช่วง 8 เดือนแรก ปี 2568 ว่า ไทยมีการส่งออกทองคำ มูลค่า 8,733 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 87.67% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นปริมาณ 88,409 ตัน ขยายตัว 35.69% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีการนำเข้าทองคำ มูลค่า 12,928 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 39.49% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นปริมาณ 200,339 ตัน ขยายตัว 57.82%

ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ โดยในช่วง 8 เดือน มีมูลค่า 3,824 ล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาคือ กัมพูชา มีมูลค่า 2,346 ล้านเหรียญสหรัฐ สปป.ลาว มีมูลค่า 380 ล้านเหรียญสหรัฐ สิงคโปร์ มีมูลค่า 1,177 ล้านเหรียญสหรัฐ และฮ่องกง มีมูลค่า 316 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ การส่งออกทองคำมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากราคาทองคำในตลาดโลกมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มสูงขึ้น ทำให้การส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปของไทย ในเดือนมีนาคม 2568 ขยายตัว 269.55% และเมษายน 2568 ขยายตัว 250.52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาทองคำในตลาดโลกโดยเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น

โดยในวันที่ 13 มีนาคม 2568 ราคาทองคำปรับตัวทำจุดสูงสุดใหม่ (All Time High) ที่ระดับ 3,400 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ เนื่องจากความกังวลต่อความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐ การประกาศภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) และภาษีอื่น ๆ เช่น Based Line Tariff และ Specific-product Tariff ในอัตราที่สูงมาก

ขณะที่นักลงทุนคาดว่าในอนาคตเศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัว และ Fed มีแนวโน้มลดดอกเบี้ย ส่งผลให้เกิดการเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ มีปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ฉนวนกาซา ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์กลับมารุนแรงอีกครั้ง รวมถึงมีแรงเข้าซื้อทองคำจากนักลงทุนและกองทุน SPDR มากขึ้น

ส่วนเดือนมิถุนายน 2568 การส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูป กลับมาขยายตัวสูงอีกครั้ง ขยายตัว 110.22% เนื่องจากธนาคารกลางทั่วโลกมีความต้องการทองคำเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นทุนสำรอง จากความกังวลต่อผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ สถานการณ์ทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวหาว่า จีนละเมิดข้อตกลงทางการค้าที่ทั้งสองฝ่ายทำร่วมกันที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือน พ.ค. 68 ส่งผลให้จีนออกแถลงการณ์ตอบโต้และประกาศเตรียมใช้นโยบายตอบโต้อย่างแข็งกร้าวเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และได้คลี่คลายลงเมื่อสิ้นเดือน มิ.ย. 68 นอกจากนี้ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังจากที่กองทัพอิสราเอลโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน ปฏิบัติการ Rising Lion ในวันศุกร์ที่ 13 มิ.ย. 2568

ส่วนในเดือนสิงหาคม 2568 การส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปกลับมาขยายตัวสูงอีกครั้ง ขยายตัว 144.03% เนื่องจากการคาดการณ์การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของทางสหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้าที่คาดว่าจะสูงขึ้น นักลงทุนเริ่มกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐ จะเริ่มส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อของสหรัฐ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทำให้เกิดการเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น ทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง

นายพูนพงษ์กล่าวว่า อย่างไรก็ดี จากผลกระทบของทองคำต่อการส่งออก ทำให้ทองคำมีสัดส่วนประมาณ 3.0% ของการส่งออกของไทย และในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 3.9% จากเดิม 2.9% ในปี 2567 ในขณะที่ทองคำมีสัดส่วนประมาณ 5.0% ของการนำเข้าของไทย โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 5.8% จากเดิม 5.0% ในปี 2567 โดยไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าทองคำสุทธิมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการส่งออกเพิ่มขึ้นในบางช่วง แต่ปริมาณการนำเข้าก็ยังคงสูงกว่า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่นักลงทุนในประเทศมีความต้องการสูงเพื่อเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะเดียวกัน ด้านราคาทองคำในตลาดโลกที่สูงขึ้นส่งผลให้มูลค่าการส่งออกทองคำของไทยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ ไทยมีศักยภาพในการส่งออกทองคำ ถือว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าทองคำ ทำให้มีปริมาณทองคำหมุนเวียนจำนวนมาก ผู้ค้าสามารถเข้าถึงทองคำได้ง่าย และมีราคาที่สามารถแข่งขันได้

อย่างไรก็ตาม การส่งออกเมื่อหักทองคำ ซึ่งสะท้อนภาคการผลิตที่แท้จริง พบว่ายังขยายตัวได้ดี โดยเดือน ส.ค.ขยายตัว 3.3% และ 8 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัว 11.5% การส่งออกทองคำไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับโครงสร้างการส่งออกทั้งหมดของประเทศแล้ว สัดส่วนของทองคำยังถือว่าไม่ใหญ่มาก แต่ทองคำเป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจโลก ค่าเงินดอลลาร์ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน

แต่การส่งออกทองคำจำนวนมากทำให้มีเงินตราต่างประเทศไหลเข้าสู่ประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นได้ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการออกมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอยู่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่งออกทอง 8 เดือนพุ่ง 87.67% สนค.ยันไม่ใช่ปัจจัยหลักทำเงินบาทแข็งค่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...