โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ตราประจำจังหวัด” มายาคติประชาธิปไตยกับกระบวนการสร้างความหมายผ่านอุดมการณ์รัฐไทย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 มี.ค. 2568 เวลา 06.22 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2566 เวลา 05.28 น.

ตราประจำจังหวัด สัญลักษณ์แห่งมายาคติประชาธิปไตยกับกระบวนการสร้างความหมายผ่านอุดมการณ์รัฐไทย

การเกิดขึ้นของ“ตราประจำจังหวัด” ในประเทศไทยริเริ่มขึ้นจากตราประจำตำแหน่งของเจ้าเมืองในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์และตราประจำธงประจำกองลูกเสือ14 มณฑล ในสมัยรัชกาลที่6-7 ตราประจำจังหวัดทั้ง77 จังหวัดปัจจุบันล้วนถูกสร้างขึ้นมาจากกระบวนการสร้างความหมายระหว่างรัฐไทยและส่วนท้องถิ่น เพื่อหาอัตลักษณ์ของท้องถิ่นและใช้เป็นค่านิยมทางวัฒนธรรมโดยมีความหมายที่ซับซ้อน แฝงเร้น ในเชิงอุดมการณ์ของรัฐไทย โดยเป็นมายาคติที่เป็นตัวกำหนดในการรับรู้ของคนในสังคมนั้นๆ

ตราประจำจังหวัดเริ่มขึ้นและเติบโตมากับนโยบายการสร้างชาติของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ด้วยในปี พ.ศ. 2483 นโยบายดังกล่าว ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างความเป็นชาติของคนไทยไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เพลงชาติไทย ภาษาไทยเป็นภาษาราชการ การแต่งกาย รวมถึงวัฒนธรรมในบริบทของสังคมในสมัยนั้น

แต่ผู้เขียนพยายามจะอธิบายถึงช่องว่างถึงประชาชนที่มีพหุทางวัฒนธรรมในสังคมไทยที่หลากหลายสามารถมีพื้นที่ของตนเองในการสร้างอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นได้ ผ่านการสร้างความหมายเชิงสัญลักษณ์ในตราประจำจังหวัด โดยมีกรมศิลปากรและคณะกรมการจังหวัดทั้ง74 จังหวัด (ในสมัยนั้น) ซึ่งบุคคลดังกล่าวมีส่วนในการนำมายาคติและการเกิดกระบวนการสร้างความหมายของตราประจำจังหวัดเป็นต้นมา

อีกทั้งตราประจำจังหวัดส่วนใหญ่จะพิจารณาด้วยประวัติศาสตร์และโบราณคดีโดยชาวจังหวัดจะต้องพอใช้กับแนวคิดนี้ด้วย

มายาคติเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองโดยใช้ประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นมาในสังคมไทยตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ที่มีการเปลี่ยนแปลงจากระบอบการปกครองสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย อาทิ หมุดก่อกำเนิดคณะราษฎร ก็ถือว่าเป็นผลผลิตทางสังคมที่เป็นภาพสะท้อนถึงบริบทช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครองในสังคมไทย ตราประจำจังหวัดเช่นเดียวกัน ปัจจุบันตราประจำจังหวัดในประเทศไทยมีอยู่77 จังหวัด ซึ่งมายาคติเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองโดยอาศัยผลผลิตของประชาธิปไตยนั้น จะมีตราประจำจังหวัดอยู่3 จังหวัด ที่ใช้กระบวนการสร้างความหมายเชิงสัญลักษณ์ระหว่างรัฐไทยและส่วนท้องถิ่นทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จ โดยถูกใช้เป็นตราประจำจังหวัด1 จังหวัด และพยายามใช้เป็นตราประจำจังหวัด2 จังหวัดแต่ไม่สำเร็จ

ร้อยเอ็ด จังหวัดแรกและจังหวัดเดียวในประเทศไทยกับมายาคติประชาธิปไตยที่มีความหมายโดยนัยแฝง

จังหวัดร้อยเอ็ด คณะกรมการจังหวัดได้เสนอรูปเกาะกลางบึงพลาญชัย กรมศิลปากรเห็นว่าจังหวัดนี้มีบึงใหญ่อยู่กลางเมืองเป็นสิ่งธรรมชาติที่เด่น โดยควรทำเป็นรูปบึงใหญ่มีเกาะอยู่กลาง กลางเกาะเป็นที่ประดิษฐานพานรัฐธรรมนูญ ถือเป็นจังหวัดแรกและจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่กรมศิลปากรเลือกใช้มายาคติประชาธิปไตย โดยมีพานรัฐธรรมนูญเป็นตัวแทนของมายาคตินั้น ส่วนความหมายของนัยแฝงนั้น กรมศิลปากรได้เขียนบันทึกในหนังสือตราประจำจังหวัดที่กรมศิลปากรจัดพิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2542 หน้า171 ไว้ว่า

ตราประจำจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นเกาะอยู่กลางบึงพลาญชัยกลางเกาะมีศาลาซึ่งภายในประดิษฐานพานรัฐธรรมนูญขอบตราตอนล่างเป็นลายกระหนกหมายถึงความพร้อมเพรียงยึดมั่นสามัคคีกันของชาวเมืองเนื่องจากบึงพลาญชัยนี้ประชาชนในจังหวัดเคยพร้อมใจกันขุดลอกเมื่อ.. 2490 โดยใช้กำลังคนจำนวนมากพานรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องหมายของความสามัคคีเช่นกัน

แต่ในปัจจุบันตราประจำจังหวัดร้อยเอ็ดโดยมีรูปพานรัฐธรรมนูญจำลองบนเกาะกลางบึงพลาญชัยถูกยกเลิกใช้ไปแล้ว โดยในปี พ.ศ. 2545 ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตราประจำจังหวัดแสดงรูปศาลหลักเมืองแทนพานรัฐธรรมนูญ บนเกาะกลางบึงพลาญชัย เบื้องหลังเป็นรูปพระมหาเจดีย์ชัยมงคล มีกรอบวงกลมเป็นรูปรวงข้าวล้อมรอบ

พระนคร” “ประจวบคีรีขันธ์ กับการสร้างมายาคติประชาธิปไตยที่ไม่สำเร็จ

จังหวัดพระนคร เนื่องจากในปี พ.ศ. 2483 กรุงเทพและธนบุรี ยังไม่ได้รวมเขตปกครองเดียวกัน มายาคติประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นในการพยายามทำให้จังหวัดพระนครมีตราประจำจังหวัดคือ การที่คณะกรมการจังหวัดเสนอเครื่องหมายทั้งหมด5 รูป ได้แก่ พระที่นั่งอนันตสมาคม รูปปราสาทสามยอด (พระที่นั่งจักรี) รูปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รูปภูเขาทอง และรูปพระแก้วมรกต สุดท้ายกรมศิลปากรเห็นว่าควรจะเป็นรูปปราสาทสามยอด เหมาะสมที่สุด โดยเห็นว่าหน้าบรรพปราสาทเป็นเครื่องหมายพุทธศิลป์ องค์ปราสาทแสดงเห็นถึงการเป็นราชธานี

จากเครื่องหมายทั้งหมดนั้น รูปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถือเป็นผลผลิตทางความคิดของคณะกรมการจังหวัดที่พยายามนำเสนอเป็นมายาคติประชาธิปไตยในตราประจำจังหวัดพระนครนั้น กรมศิลปากรเห็นว่า เป็นเครื่องหมายระเบียบการปกครองของไทยทุกจังหวัดอยู่แล้วทำให้มายาคติประชาธิปไตยแบบนี้ไม่ถูกใช้ในที่สุด

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เช่นเดียวกัน มายาคติประชาธิปไตยในตราประจำจังหวัดที่ไม่ถูกใช้ในเชิงสัญลักษณ์เช่นเดียวกับจังหวัดพระนครกล่าวคือคณะกรมการจังหวัดได้เสนอตราประจำจังหวัดให้แก่กรมศิลปากรเพื่อพิจารณาคัดเลือก3 รูป ได้แก่ รูปเทวดาประจำทิศท้าววิรุณหก รูปพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ รูปเกาะ2 เกาะมีพานรัฐธรรมนูญและธงชาติสุดท้ายกรมศิลปากรเห็นว่าควรจะเป็นรูปพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ กับรูปเกาะหลักและเกาะแรดเป็นเครื่องหมายเหมาะสมที่สุด เพื่อระลึกถึงนามเดิมของจังหวัด

จะเห็นได้ว่ามายาคติประชาธิปไตยกับกระบวนการสร้างความหมายผ่านอุดมการณ์รัฐไทยทั้ง3 จังหวัดนั้นจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดเดียวที่ได้เห็นมายาคติประชาธิปไตยในเชิงสัญลักษณ์ที่เป็นตัวกำหนดและเป็นผลผลิตของสังคมและการรับรู้ของสังคมไทยในช่วงเวลานั้น

แต่มายาคติประชาธิปไตยที่นำไปใช้นั้นถูกตีความในเชิงแง่ของความสามัคคีในหมู่คณะในการขุดลอกบึงพลาญชัยเพียงเท่านั้น ซึ่งอาจจะสื่อความหมายของประชาธิปไตยที่ไม่ครอบคลุมถึงองค์ความรู้ความหมายทางสังคมและการเมืองการปกครองอย่างแท้จริง

ส่วนจังหวัดพระนครและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มายาคติที่คณะกรมการจังหวัดสะท้อนออกมาได้เห็นถึงลักษณะของสัญลักษณ์ทางการเมืองในแง่รูปแบบการปกครองประชาธิปไตยเช่นเดียวกันถึงแม้มายาคตินี้จะไม่ถูกใช้ก็ตาม

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง:

กรมศิลปากร. ตราประจำจังหวัด. กรุงเทพมหานคร : กรมศิลปากร, 2542

คณะกรรมการประชาสัมพันธ์และพิมพ์เอกสารการจัดงานฉลอง25 พุทธศตวรรษ พ.ศ.2500, จังหวัดร้อยเอ็ด ฉลอง25 พุทธศตวรรษ(พระนคร: โรงพิมพ์อุดม, 2500)

โขมสี แสนจิตต์. ตราประจำจังหวัด: มุมมองจากสัญวิทยาสู่อัตลักษณ์ความเป็นท้องถิ่น. กองทุนวิจัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปี2554

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 มกราคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ตราประจำจังหวัด” มายาคติประชาธิปไตยกับกระบวนการสร้างความหมายผ่านอุดมการณ์รัฐไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...