โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แบงก์โกยกำไรปี’65 พุ่ง 1.7 แสนล้าน-Q4 โตเฉียด 20%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ม.ค. 2566 เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2566 เวลา 10.30 น.

บล.พาย ประเมินกำไร 7 แบงก์ไทยปี 2565 กว่า 1.74 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เฉพาะไตรมาส 4/2565 แบงก์โกยกำไรกว่า 4.26 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 20% จากปีก่อน เหตุรายได้ดอกเบี้ยพุ่ง-สำรองหนี้ลด ชี้ “BBL-TISCO” เด่นสุด ส่วน “KBANK-KKP” เจอฐานสูงตัวเลขส่อลดลง พร้อมคาดการณ์แนวโน้มกำไรไตรมาส 1/2566 ยังมีโมเมนตัมดี รับเศรษฐกิจฟื้น-เปิดเมือง หนุนการขยายตัวสินเชื่อ-NIM-ค่าฟี-ไร้กังวลเอ็นพีแอล

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) พาย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้ประมาณการผลประกอบการงวดไตรมาส 4/2565 ของธนาคารพาณิชย์ 7 แห่ง ได้แก่

1.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) 2.บมจ.เอสซีบีเอกซ์ (SCBX) 3.ธนาคารกรุงเทพ (BBL) 4.ธนาคารกรุงไทย (KTB) 5.ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) 6.ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) และ 7.ธนาคารทิสโก้ (TISCO) คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 42,610 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.5% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) แต่ลดลง 4.3% จากไตรมาสก่อนหน้า (QOQ) ขณะที่กำไรสุทธิทั้งปี 2565 คาดว่าจะอยู่ที่ 174,816 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.3% YOY

“ภาพรวมไตรมาส 4/2565 การเติบโตของธุรกิจแบงก์เมื่อเทียบ YOY มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่เพิ่มขึ้น เป็นไปตามการเติบโตของยอดสินเชื่อและมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการตั้งสำรองหนี้ที่ปรับลดลง ส่วนสาเหตุที่ลดลง QOQ เป็นเพราะมีค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น

ซึ่งเป็นปัจจัยฤดูกาล โดย BBL และ TISCO เด่นสุด เพราะเติบโตได้ทั้ง YOY และ QOQ หลัก ๆ จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นและสำรองหนี้ลดลง แต่ถ้าเทียบ YOY โตดีสุด คือ KTB เพราะมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมไปถึงสำรองหนี้ปรับลดลง”

ขณะที่ KBANK และ KKP ผลประกอบการ Q4/2565 คาดว่าจะลดลงทั้ง YOY และ QOQ สาเหตุเพราะว่าไตรมาส 4/2564 ทาง KBANK มีการรับรู้กำไร mark to market ในทางบัญชีที่สูง จากพอร์ตลงทุนของบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ตามดัชนี SET Index ช่วงนั้นที่ปรับตัวสูง แต่ไตรมาส 4/2565 กำไรส่วนนี้คงจะน้อยลง ส่วน KKP มีการรับรู้รายการพิเศษในช่วงไตรมาส 4/2564 แต่รอบนี้ไม่มี กดดันกำไรลดลงกว่าแบงก์อื่น ๆ

ตาราง คาดการณ์กำไร

นายธนเดชกล่าวว่า ส่วนแนวโน้มกำไรแบงก์ช่วงไตรมาส 1/2566 มีโมเมนตัมที่ดีจากค่าใช้จ่ายการดำเนินงานกลับไปสู่ภาวะปกติทำให้หนุนการฟื้นตัว ประกอบกับช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวและมีการเปิดเมืองจะเป็นปัจจัยบวกต่อการขยายสินเชื่อ ช่วยหนุนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียมจากการทำธุรกรรมทางการเงิน จึงประเมินภาพกำไรของทุกแบงก์จะโตได้ทั้ง YOY และ QOQ

ส่วนเทรนด์หนี้เสีย (NPL) ยังมีแนวโน้มที่ลดลง จากช่วงไตรมาส 4/2564 มีค่าเฉลี่ย 4.1% และในไตรมาส 3/2565 ลงมาอยู่ที่ 3.7% คาดว่าในไตรมาส 4/2565 จะปรับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 3.8% จากกลุ่มลูกหนี้ที่หมดโครงการความช่วยเหลือ ไม่ได้มีอะไรน่ากังวล

“หุ้นแบงก์เป็นเซ็กเตอร์ที่ค่อนข้าง outperform ตั้งแต่ไตรมาส 4/2565 ต่อเนื่องจนถึงต้นปี 2566 จากความน่าสนใจของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและเปิดประเทศ รวมไปถึงทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ไร้กังวลเอ็นพีแอล เพียงแต่ราคาหุ้นช่วงนี้วิ่งขึ้นมาจ่อการประกาศงบฯแบงก์ 16-20 ม.ค. 2566 เป็นไปได้ที่ราคาอาจจะพักตัว และจะวิ่งตามผลงานแบงก์แต่ละแห่ง ดังนั้นนักลงทุนอาจจะใช้จังหวะขายทำกำไรได้บ้าง” นายธนเดชกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...