โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

1 ธันวาคม 2485 วันกำเนิดพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 04.47 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2568 เวลา 22.00 น.
การพบปะระหว่างตัวแทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2504 (ซ้ายไปขวา) แถวหน้า-ประเสริฐ เอี้ยวฉาย, เจริญ วรรณงาม, เติ้งเสี่ยวผิง, ทรง นพคุณ, ปังเจิน แถวหลัง-จวงเทา, อู่ซิวฉวน, หลี่ฉี่ซิน (ภาพจาก กำเนิดพรรคคอมมิวนิสต์สยาม)

1 ธันวาคม 2485 วันกำเนิดพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

“พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย” เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นภายหลังจากการก่อตั้งของ “พรรคคอมมิวนิสต์สยาม” โดยจุดประสงค์หลักของคอมมิวนิสต์แห่งสยามและคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยคือ ต้องการให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกันและมีความเสมอภาคในเรื่องชนชั้น โดยยึดหลักอุดมการณ์ลัทธิมาร์กซ์ ลัทธิเลนิน และลัทธิเหมา

ถึงแม้ชื่อพรรคจะมีคำว่า “สยาม” แต่ในช่วงแรกก่อตั้งพรรค สมาชิกทั้งหมดกลับเป็นคนเวียดนามและคนจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

โดยการกำเนินดพรรคคอมมิวนิสต์ในไทยพอสรุปได้ ดังนี้

.ศ. 2468 ได้เริ่มมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองของชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นปีที่เริ่มการจัดตั้ง “องค์กรสาขาของสันนิบาตเยาวชนปฏิวัติเวียดนาม” และองค์กรมวลชนในหลายที่ อาทิเช่น จังหวัดพิจิตร อุดรธานี สกลนคร นครพนม เป็นต้น องค์กรสาขาของสันนิบาตเยาวชนปฏิวัติเวียดนาม ได้ออกวารสาร, สร้างโรงเรียน และอบรมเยาวชนจากเวียดนาม หรือคนเชื้อสายเวียดนามที่เกิดในไทยให้เป็นนักปฏิวัติ

.ศ. 2470 เติ้งเสี่ยวผิง สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนสาขาทะเลใต้ (ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ และเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการจัดตั้งพรรคอมมิวนิสต์ไทย) เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อเคลื่อนไหวกิจกรรมในไทย โดยได้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการพิเศษในสยามแห่งพรรคคอมมิวนิสต์สาขาทะเลใต้”

.ศ. 2471 คณะกรรมการชั่วคราวของพรรคคอมมิวนิสต์จีนสาขาทะเลใต้ ได้ส่งเลขาธิการให้มาประจำกลุ่มมาเพื่อชี้นำ เลขาธิการผู้นี้เสนอชื่อ “เติ้งเสี่ยวผิง” เป็นเลขาธิการกรรมการพิเศษในสยามฯ แต่บรรดาแกนนำไม่ยอมรับ จึงเกิดการแบ่งแยกเป็น 2 ฝ่าย คือ กรรมการภายใต้บังคับบัญชาของคณะกรรมการชั่วคราวพรรคคอมมิวนิสต์จีนสาขาทะเลใต้ กับกรรมการที่ฟังคำสั่งของคณะกรรมการมณฑลกวางตุ้งแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน นอกจากนี้ยังมีสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่หลบหนีจากเมืองแต้จิ๋ว ที่ใช้ชื่อว่า “กลุ่มละอองเลือด” ซึ่งไม่ได้อยู่ในสังกัดใดของ 2 ฝ่ายข้างต้น

ซึ่งความวุ่นวายนี้จบลง เมื่อคณะกรรมการมณฑลกวางตุ้งฯ ส่งเจ้าหน้าที่มาไทย ก่อนจะตัดสินใจคืนอำนาจบริหารหน่วยคอมมิวนิสต์ในสยามให้คณะกรรมการชั่วคราวของพรรคคอมมิวนิสต์จีนสาขาทะเลใต้

กรกฎาคม พ.ศ. 2471-พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 โฮจิมินห์พำนักอยู่ที่ประเทศไทย และได้เริ่มชี้นำการเคลื่อนไหวทางการเมือง

9 ตุลาคม พ.ศ. 2472 คณะกรรมการพิเศษในสยามฯ เคลื่อนไหวให้มีสหภาพแรงงานโรงเลื่อย “นัดหยุดงาน” โดยกำหนดสถานที่คือ “โรงเลื่อยไฟลิ้มกงกี่” ตั้งอยู่ใกล้บริเวณวัดสระเกศ กรุงเทพฯ แต่การเคลื่อนไหวครั้งแรกนี้กลับล้มเหลว ทั้งที่เวลานั้นคณะกรรมการพิเศษในสยามฯ มีสมาชิกกว่า 200 คน และสหภาพแรงงานสีแดงก็เกิดแล้ว

7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 พรรคคอมมิวนิสต์จีนสาขาทะเลใต้ “แจกใบปลิว” ที่มีทั้งภาษาจีน ภาษาไทย และอังกฤษ เพื่อรำลึกการปฏิวัติรัสเซียในเดือนตุลาคม และประชาสัมพันธ์การทำงานของพรรคฯ ที่เริ่มเกิดขึ้นในไทย โดยมีเนื้อหาใจความดังนี้ “คณะคอมมิวนิสต์ทะเลใต้เป็นสมาชิกพิเศษแห่งสยาม” นี่เป็นเหตุการณ์แรกที่พรรคคอมมิวนิสต์ปรากฎสู่สังคมสยามอย่างเปิดเผย เวลานั้นรัฐบาลสยามเองก็เฝ้าระวังและจับตาดูการเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์จีนสาขาทะเลใต้อย่างเข้มงวด

22 ธันวาคม พ.ศ. 2472 คณะกรรมการพิเศษในสยามแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนสาขาทะเลใต้กำหนดจัดการประชุมเลขาสาขาพรรคคอมมิวนิสต์ และประชุมกรรมกรโรงเลื่อย ที่โรงเรียน “จิ้นเต๊ก” ถนนพาดสาย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ แต่ข้อมูลรั่วไหลสมาชิกจึงถูกจับกุม 22 คน

ต่อภายหลังมีการจับกุมผู้คนจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนสาขาทะเลใต้จำนวนหนึ่ง ในจำนวนนั้นมี “ผ่งไบ๊เผ่ง” ผู้แทนคนสำคัญพรรคคอมมิวนิสต์จีนสาขาทะเลใต้ ซึ่งส่งผลกระทบทำให้องค์กรพรรคคอมมิวนิสต์จีนสาขาทะเลใต้นั้นมีการสั่นคลอนภายในองค์กร

วันที่3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2473 สันนิบาตเยาวชนปฏิวัติเวียดนามได้ปรับเปลี่ยนองค์กรใหม่เป็น “พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม” จึงทำให้องค์กรของสันนิบาตเยาวชนปฏิวัติเวียดนามประจำสยามจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้โครงสร้างเดียวกันกับพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม

จากนั้นในช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2473 ได้มีการประชุมใหญ่ และมีการเปลี่ยนชื่อจาก “คณะกรรมการพิเศษในสยาม” เป็น “คณะกรรมการสยามแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนสาขาทะเลใต้” เพื่อให้เคลื่อนไหวอยู่ในทิศทางเดียวกัน และมีการจัดทำ “ร่างบทเศรษฐกิจการเมืองสยามและนโยบายการเคลื่อนไหวของพรรค” ภายหลังร่างดังกล่าวถูกตำรวจตรวจพบได้ยึดได้ ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2473

20 เมษายน พ.ศ. 2473 การประชุมก่อตั้ง “พรรคคอมมิวนิสต์สยาม” (ศัพท์ในสมัยนั้นเรียก “คณะคอมมิวนิสต์สยาม”) โดย โฮจิมินห์ นักปฏิวัติชาวเวียดนาม ที่โรงแรมตุ้นกี่ หน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง ผู้เข้าร่วมประชุมนอกจากโฮจิมินห์แล้วยังมีสมาชิกสำคัญอีก 3 คน คือ โงจิ๋งห์ก๊วก-คนเชื้อสายเวียดนามเกิดที่นครพนม เป็นเลขาธิการพรรคคนแรก, เจิ่นวันเจิ๋น-ชาวเวียดนาม รับผิดชอบในเรื่องการจัดตั้ง และคนสุดท้ายคือ อู่จื้อจือ-ชาวจีนให้รับผิดชอบในเรื่องด้านการโฆษณา

หลังก่อตั้ง พรรคคอมมิวนิสต์สยามก็เริ่มมีกิจกรรมเคลื่อนไหวให้เกิดการปฏิวัติในไทย เช่น การแจกใบปลิว, การผลิตเอกสารของพรรคคอมมิวนิสต์, การประชุมและเผยแพร่อุดมการณ์ในโรงเรียนจีน

1 เมษายน พ.ศ. 2476 มีการออก พระราชบัญญัติเพื่อปราบปรามคอมมิวนิสต์ฉบับแรก เพื่อใช้กล่าวหานายปรีดี พนมยงค์ว่าเป็นคอมมิวนิสต์ เนื่องจากการเสนอ “เค้าโครงเศรษฐกิจ” ที่ใช้แนวคิดสังคมนิยมสหกรณ์ ที่ชนชั้นปกครองรับไม่ได้ ภายหลังใช้กฎหมายเล่นงานพรรคคอมมิวนิสต์สยาม

พ.ศ. 2480 สถานการณ์การเมืองในจีนรุนแรงมากขึ้น เมื่อจีน-ญี่ปุ่นเปิดฉากทำสงครามกัน พรรคคอมมิวนิสต์สยามเองก็มีการเคลื่อนไหวมากขึ้นเพื่อต่อต้านญี่ปุ่น

พ.ศ. 2481 รัฐบาลไทยมีการปราบปรามคอมมิวนิสต์อย่างหนัก เกิดผลกระทบกับพรรคคอมมิวนิสต์สยาม เนื่องจากสมาชิกถูกจับกุม และบางส่วนถูกเนรเทศ

1 ธันวาคม พ.ศ. 2485 หลังการประชุมสมัชชาของพรรคได้มีการประกาศก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์เเห่งประเทศไทย (พคท.) อย่างเป็นทางการ ถือเป็น วันกำเนิดพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย โดยมี หลี่ฮวา เป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ไทยคนแรก และมีมติให้ตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ หาก 2 สมาชิกสำคัญอย่าง เจริญ วรรณงาม (เลขาธิการพรรคคนที่ 3 ในเวลาต่อมา) และธง แจ่มศรี (เลขาธิการพรรคคนสุดท้าย) ก็ยังคงอยู่กับพรรค

ต่อมา พคท. ก็จัดตั้งกองกำลังติดอาวุธในบริเวณพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เวลานั้นราษฎรมีความยากจนมากที่สุดในประเทศ เเละพื้นที่ภาคเหนือที่เป็นพื้นที่ที่มีป่าเเละมีการเข้าถึงได้ยากในการปราบปราม ตลอดจนการดำเนินการยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า“ป่าล้อมบ้าน บ้านล้อมเมือง”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เออิจิ มูราชิมา.(2555).กำเนิดพรรคคอมมิวนิสต์สยาม (พ.ศ.2473-2479). (โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์,แปล). กรุงเทพฯ : มติชน. (พ.ศ.2555)

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ. “ว่าด้วยบทเรียนทางประวัติศาสตร์ ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย” ใน, วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีที่ 26 ฉบับที่ 2 ธันวาคม 2546-พฤษภาคม 2547

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 1 ธันวาคม 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 1 ธันวาคม 2485 วันกำเนิดพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...