“เสนา เจ” เดินหน้า “สมาร์ทคอมมูนิตี้” ปั้น Super App รวมหลายบริการในแพลตฟอร์มเดียว
เมื่อปลายปี 2565 กลุ่มเสนา พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศปรับแนวทางการทำธุรกิจ จากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สู่ Long Life Partner เป็นเพื่อนคู่คิดระยะยาวให้แก่ผู้บริโภค ในปี 2566 เสนา เจ เดินยุทธศาสตร์เป็นมากกว่าอสังหาริมทรัพย์ ประกาศ MOU กับ NEC เจ้าตลาดเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น เพื่อนำระบบไอทียกระดับบริการต่อเนื่อง
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา เจ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ SENAJ เปิดเผยว่า ปี 2566 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของเสนา เจ โดยได้ร่วมกับ NEC บิ๊กเทคโนโลยี จากประเทศญี่ปุ่น ทำแพลตฟอร์ม "Smart Living Community" ในโมเดลคล้าย Super App คือ รวมบริการต่าง ๆ ที่เพิ่มความสะดวกสบายไว้ในแพลตฟอร์มเดียว โดยปรับไอเดียจาก "Smart City" การแก้ไขปัญหาความท้าทายเชิงสังคม อาทิ อากาศไม่ดี รถติด การเชื่อมต่อสถานพยาบาล มาปรับสเกลให้ลดลงเป็น "Smart Community" เพื่อแก้ไขปัญหาในชุมชน หรือภายในโครงการหมู่บ้าน-คอนโด และอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เบื้องต้น เสนา เจ ศึกษาไว้ 3 โซลูชั่น ที่จะมีในแพลตฟอร์ม "Smart Living Community" ได้แก่ - กลุ่มบริการทั่วไป อาทิ การจ่ายค่าน้ำหรือค่าไฟในแอป - กลุ่มความความปลอดภัยและสุขภาพ อาทิ ระบบการสแกนใบหน้าเพื่อเข้าที่อยู่อาศัย การจัดส่งยา บริการเทเลเมด - กลุ่มเวนเดอร์ อาทิ บริการเมดทำความสะอาด บริการช่างซ่อมบำรุงต่าง ๆ "เราเริ่มจากการเห็นปัญหาต่าง ๆ และอินไซด์ผู้บริโภค แนวคิด Smart City เกิดขึ้นได้ยากเพราะต้องรอรัฐเป็นผู้ดำเนินการทั้งระบบ แต่ Smart Community เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคสามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องรอรัฐ ผ่านโซลูชั่นของแพลตฟอร์มเสนา เจ อาจจะไม่เท่า Smart City แต่ทำให้คนเข้าถึงระบบต่าง ๆ ได้ง่าย สะดวก อาทิ บริการสุขภาพ เจ็บป่วยมีส่งยาถึงที่" หน้าที่ของแพลตฟอร์ม "Smart Living Community" เป็นเสมือนตัวกลางในการเชื่อมหลายบริการ ในหลายแอปพลิเคชั่นให้มาจบที่แพลตฟอร์มเดียว ลดปัญหาการโหลดหลายแอปฯ แต่จุดที่แตกต่าง คือ เทคโนโลยีที่ NEC จะพัฒนาร่วมกับเสนา เจ จะต้องประมวลผลได้ด้วย ไม่ใช่เป็นแบบแอปพลิเคชั่นทั่วไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ "Smart Living Community" อยู่ระหว่างเฟส 1 คือ การดีไซน์โซลูชั่นในแพลตฟอร์มให้ตอบโจทย์คนไทย ส่วนเฟสถัดไปจะเป็นการที่ NEC พัฒนาแพลตฟอร์มขึ้นมา โดยคาดว่าจะเริ่มทดลองใช้ในปี 2566 นี้ หลังจากมีการหารือกันมาก่อนเริ่มเซ็น MOU ราว 4-5 เดือน และจำนำร่องใช้กับลูกบ้านโครงการบ้านและคอนโดของกลุ่มเสนาฯ และถ้าผลตอบรับดีจะขยายไปนอกกลุ่ม เพื่อหารายได้เพิ่มจากขาธุรกิจดังกล่าว