‘ช้อปดี’ ให้ได้มากกว่าแค่ ‘มีคืน’
ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…
Facebook| Line | Youtube | Instagram
1 ม.ค– 15 ก.พ. 66 รัฐประกาศให้สามารถใช้สิทธิ“ช้อปดีมีคืน” ได้สูงสุดถึง40,000 บาท แต่รู้หรือไม่ ช้อปทั้งทีเราทำให้ได้เงินคืนหรือประโยชน์มากกว่าเงินภาษีคืน ที่ต้องรอหลังยื่นภาษีช่วงต้นปี67 ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น มาหาคำตอบไปพร้อมกัน
เงินคืนภาษี
การซื้อสินค้าหรือบริการทั่วไป จากร้านค้าที่สามารถออกใบกำกับภาษี(VAT) สามารถนำยอดที่จ่ายไปซึ่งรวมVAT แล้ว มาลดหย่อนภาษีได้ โดยแบ่งเอกสารใช้เป็นหลักฐาน ได้เป็น
- ยอดไม่เกิน30,000 บาท สามารถใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูป แบบกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
- ยอดส่วนที่เกิน30,000 บาท ใช้สิทธิเพิ่มได้อีก10,000 บาท แต่ต้องใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ออกโดยร้านค้าเท่านั้น(ไม่รวมการสแกน/ถ่ายรูป ใบกำกับกับภาษีฯ แบบกระดาษ)
อีกทั้งยังมีสินค้าที่ใช้สิทธิได้โดยไม่ต้องซื้อจากร้านค้าจดVAT ได้แก่ หนังสือ หรือe-book หรือสินค้าOTOP
สำหรับการซื้อสินค้า/บริการหลายอย่างในครั้งเดียว ควรเช็กยอดสิทธิให้ดี เพราะบางรายการที่จ่ายไปอาจไม่มีVAT เช่น เนื้อสัตว์สด ไข่ นม ฯลฯ จึงไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ รวมถึงยังมีสินค้าที่แม้เสียVAT แต่อยู่ในข้อยกเว้นของโครงการ เช่น สุรา รถยนต์ จักรยานยนต์ ที่พักโรงแรม บริการนำเที่ยว ฯลฯ
ทั้งนี้ ด้วยยอดใช้สิทธิ40,000 บาทเท่ากัน แต่เงินคืนภาษีที่ได้รับ จะต่างกันขึ้นกับรายได้หรือฐานภาษีของแต่ละคน* เช่น
- เงินเดือน27,000 – 40,000 บาท/เดือน ฐานภาษี5% เงินคืนภาษีสูงสุด2,000 บาท
- เงินเดือน40,000 – 56,000 บาท/เดือน ฐานภาษี10% เงินคืนภาษีสูงสุด4,000 บาท
- เงินเดือน56,000 – 77,000 บาท/เดือน ฐานภาษี15% เงินคืนภาษีสูงสุด6,000 บาท
- เงินเดือน77,000 – 98,000 บาท/เดือน ฐานภาษี20% เงินคืนภาษีสูงสุด8,000 บาท
- เงินเดือน98,000 – 181,000 บาท/เดือน ฐานภาษี25% เงินคืนภาษีสูงสุด10,000 บาท
- เงินเดือน181,000 – 431,000 บาท/เดือน ฐานภาษี30% เงินคืนภาษีสูงสุด12,000 บาท
- เงินเดือน431,000 บาท/เดือนขึ้นไป ฐานภาษี35% เงินคืนภาษีสูงสุด14,000 บาท
*คำนวณเบื้องต้น จากเงินได้40(1) หักค่าใช้จ่าย100,000 บาท ค่าลดหย่อนส่วนตัว60,000 บาท ประกันสังคม9,000 บาท และยังคำนึงถึงกรณีฐานภาษีเปลี่ยนแปลงหลังใช้สิทธิ
โปรโมชันและคะแนนสะสม
โปรโมชันพิเศษ: ร้านค้าที่จดVAT มักเป็นร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หรือมีสาขามากมาย ซึ่งมักจัดโปรโมชันทั้งของร้านค้าเองหรือร่วมกับ บัตรเครดิต และe-wallet ต่างๆ เพื่อดึงดูดนักช้อป ให้มาใช้สิทธิ การใช้สิทธิจึงควรเปรียบเทียบโปรโมชันสินค้าหรือบริการที่ใกล้เคียงกัน ก่อนตัดสินใจ
คะแนนสะสม: ไม่ว่าจะเป็น บัตรเครดิต หรือe-wallet หรือร้านค้าที่มีระบบสมาชิก ทุกยอดการใช้จ่ายจะถูกคิดเป็นคะแนนสะสมเพื่อแลกเป็นเงินคืนหรือของรางวัล เช่น บัตรเครดิต ยอดใช้จ่าย40,000 บาท ถูกคิดเป็นคะแนนเพื่อแลกเป็นเงินคืนได้ประมาณ160 บาท หรือ0.40% ของยอดใช้จ่าย โดยยังไม่รวมคะแนนที่อาจได้จากe-wallet หรือระบบสมาชิกร้านค้าด้วย
เงินเพิ่ม
คนที่มีบัตรเครดิต มักรู้กันอยู่แล้วว่าเมื่อถึงกำหนดชำระบัตร หากเราชำระเต็มจำนวนจะไม่มีภาระดอกเบี้ยใดๆ โดยหากนับจากหลัง“วันที่สรุปยอด” จนถึง“วันที่ครบกำหนดชำระ” การใช้จ่ายผ่านบัตรบางครั้ง อาจมีระยะเวลานานถึง55 วัน ก่อนถึงกำหนดชำระบัตร
ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวเราสามารถกันเงินส่วนที่ใช้จ่ายบัตรเครดิตไปพักในเงินฝากe-Savings ที่ให้ดอกเบี้ยสูง เพื่อรับเงินเพิ่มจากดอกเบี้ยเงินฝากได้ เช่น กันเงิน40,000 บาท เป็นเวลา55 วัน ในเงินฝากe-Savings ดอกเบี้ย1.5% ต่อปี จะทำให้เราได้ดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้นประมาณ90 บาท(= 40,000 บาทx 1.5% ต่อปีx 55 วัน÷ 365 วัน) หรือ0.23% ของยอดใช้จ่าย
หรือหากช้อปครั้งนี้ มีโปรโมชันผ่อน0% ด้วยแล้ว เงินที่พักไว้ก็จะได้รับดอกเบี้ยสูงขึ้นไปอีก เช่น กันเงิน40,000 บาท เพื่อทยอยชำระ10 เดือน เดือนละ4,000 บาท จะได้ดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้นประมาณ312 บาท หรือ0.78% ของยอดใช้จ่าย
“ช้อปดีมีคืน” จะดีได้เมื่อช้อปในสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ โดยอาจเป็นสินค้าชิ้นใหญ่ที่ตั้งใจซื้ออยู่แล้ว หรือของใช้ประจำวันที่ซื้อได้บ่อยๆ ทีละน้อยๆ จากBig C, Lotus’s, 7-ELEVEN ส่วนใครที่คิดจะซื้อของชิ้นใหญ่แล้วทิ้งไว้ไม่ได้ใช้ ลองเปลี่ยนจากนำเงินไปใช้สิทธิช้อปดีมีคืน เป็นซื้อกองทุนSSF หรือประกันชีวิตแบบจ่ายเบี้ยครั้งเดียว เพื่อเปลี่ยนจากค่าใช้จ่ายเป็นเงินเก็บและใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน