"บิวกิ้น พุฒิพงศ์" เปิดใจครั้งแรกหลังโดนชาวเน็ตขุดเรื่องในอดีต
"บิวกิ้น พุฒิพงศ์" เปิดใจครั้งแรกหลังโดนชาวเน็ตขุดเรื่องในอดีต จ่อฟ้องคนปล่อยข่าวเท็จ
หลังนักแสดงซีรีย์ายชื่อดัง "บิวกิ้น พุฒิพงศ์" ถูกชาวเน็ตตามขุดโพสต์เก่าในอดีต ผ่านมาเป็น 10 ปีแล้ว คือ “บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” ที่ครั้งหนึ่งเคยคอมเมนต์ล้อเลียนเพื่อน LGBT แบบไม่เหมาะสม
ขณะที่กรณีที่มีคนกล่าวหาว่าบิวกิ้นเคยบูลลี่รุ่นพี่ นั้น ทาง บริษัท Billkin Entertainment ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าไม่เป็นความจริง โดยได้มีการดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะไม่ยอมความ เอาเรื่องถึงที่สุด
ล่าสุดวันที่ 26 มกราคม 2565 ที่สามย่านมิตรทาวน์ "บิวกิ้น พุฒิพงศ์" ได้เดินทางมาร่วมอีเว้นท์ของไดกิ้นในฐานะพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ หลังเสร็จกิจกรรม เข้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนอัปเดตความคืบหน้าหลังโดนกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในอดีต และตอนนี้กำลังดำเนินการทางกฎหมาย
"บิวกิ้น พุฒิพงศ์" เผยว่า ที่ฟ้องมีกรณีเดียวคือตามที่แจ้งไป มันเป็นเรื่องที่เขามาพูดถึงเราในตอนเรียนทางเราได้มีการตรวจสอบ ผมโทรไปคุยกับเขาซึ่งเป็นรุ่นพี่ในโรงเรียนพูดคุยเคลียร์ใจกัน เริ่มแรกเราคุยแบบคนกันเองเพราะผมไม่รู้จักเขา แต่เขาเรียนโรงเรียนเดียวกับผม ผมไม่ได้ติดใจอะไรแต่อาจจะต้องให้พี่โพสต์ขอโทษหน่อยนะว่ามันจริงหรือไม่จริง เพราะหนึ่งคือผมก็จำไม่ได้เขาก็จำไม่ได้ มันไม่สามารถพิสูจน์ความจริงได้ ผมก็เลยให้เขาติดต่อคนที่เขากล่าวถึง เขาก็ทำแชทปลอมมาแล้วเราจับได้ จริงๆ การฟ้องเป็นเหมือนการป้องกันตัวมากกว่าเราก็รักษาสิทธิ์ของเรา ถ้าเราไว้ใจเขาได้เราก็ขอดำเนินการไว้ก่อน
ตอนนี้ด้านทนายกำลังจัดการอยู่ เขาก็หยุดแล้วนะครับมีการโพสต์ขอโทษเรียบร้อยแล้ว มันเป็นเรื่องให้ไกล่เกลี่ยมากกว่า
ความรู้สึกตอนนี้ก็ดีขึ้น จริงๆ เราก็ไม่ได้ติดใจอะไรเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่เขาดันไปกล่าวอ้างถึงคนอีกคนนึง ซึ่งผมดันรู้จักเขาก็ออกมาพูด ออกมาเล่าในมุมของเขา ผมก็เลยไม่ได้ติดใจอะไร แต่ในมุมนึงผมก็สงสารเขาด้วย ตอนนี้ยังไม่มีการติดต่อพูดคุยกัน
เราก็สบายใจขึ้นนะ คือผมไม่ค่อยชอบมีปัญหา ไม่ค่อยมีเรื่องคดีความมันก็คาใจนิดนึง แต่ว่าก็ทำดีที่สุด เราเคยเจอแบบนี้มาแล้วสุดท้ายก็ไปจบที่ไกล่เกลี่ย
ผมว่าพอเราใช้ชีวิตไปบางทีในบางเรื่องพอสังคมให้ความศึกษามากขึ้น เราได้รับการศึกษามากขึ้น ผมว่าเรามีจุดด่างพร้อยกันหมด ผมเองก็มีข้อผิดพลาดมากมายในอดีตแต่มันเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับและออกมาในฐานะของคนนึงถ้าเราทำจริงแล้วสิ่งนี้มันไม่เหมาะสมผมว่ามันเข้าใจได้และมันยอมรับได้ เราแค่ยอมรับว่าเราเป็นยังไงในวันนั้นแล้ววันนี้เราเป็นยังไง แล้วเราเปลี่ยนไปยังไง เราปรับปรุงตัวเองยังไง ข้อดีของมันคือการมีเราได้ออกมาสะท้อนให้สังคมได้เห็นว่าสิ่งนี้มันไม่ดี และมันเป็นสิ่งที่เราได้เคยทำ ผมว่าในวันนี้เราได้ทำความเข้าใจกับในสิ่งนี้กับในวันนี้ที่เราได้เติบโตมา และเราขอโทษที่ในวันนั้นเราไม่ได้เข้าใจมันดีขนาดนั้น สภาพจิตใจผมเรื่อยๆ ในบางเคสที่เราทำจริงๆ เราก็ยอมรับและขอโทษ ผมว่ามันเข้าใจได้
ก็เป็นเรื่องที่ผมก็ไม่ค่อยชินเท่าไหร่แต่เรื่องบางเรื่องที่มันผ่านมานานแล้วถ้ามันจริงเราก็ต้องยอมรับว่ามันจริง