โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

BEM-BTS เจ้าของรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน กำลังมีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุน!

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 13.24 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2566 เวลา 17.06 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

ระบบขนส่งมวลชนแบบราง หรือ รถไฟฟ้า เป็นระบบขนส่งที่มีจำนวนผู้ใช้งานสูงเป็นอันดับต้นๆในการเดินทางในภายในเมือง ล่าสุดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น จึงถือเป็นโอกาสของบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSและ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ BEMดังนั้นเมื่อมีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุนจะสามารถทำให้หุ้นดังกล่าว ความน่าสนใจได้หรือไม่ ในวันนี้ทาง Wealthy Thai ก็จะขอพอไปหาคำตอบกัน
โดยบทวิเคราะห์จากบล.กรุงศรี ยังคงมองบวกกับแนวโน้มของธุรกิจการขนส่งทางบก ซึ่งคาดว่าการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนในเดือนธันวาคมจะยังดีต่อเนื่อง เพราะปริมาณการเดินทางยังอยู่ในระดับสูงจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนธันวาคม ซึ่งหากเป็นจริงจะทำให้กำไรจากธุรกิจหลักใน 4/65มีแนวโน้มบวกต่อเนื่องจากไตรมาส 3/65
สำหรับปริมาณการเดินทางที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถไฟฟ้าจะช่วยหนุน EPS ใน 4/65 โดยเมื่อกลางเดือนธันวาคม 2565ได้อัพเดตปริมาณการเดินทางของทั้ง BTS และ BEM พบว่าเพิ่มขึ้นทั้งเดือนก่อนหน้าและปีก่อนหน้า ซึ่งหากปริมาณการเดินทางเต็มเดือนธันวาคมเป็นไปตามที่เราคาดไว้ (สูงกว่าเดือนพฤศจิกายน) คาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของทั้ง BTS และ BEM น่าจะดีขึ้นในไตรมาส 4/65 เมื่อเทียบกับ 3/65
สำหรับผลประกอบการเต็มปี 2565 คาดว่ากำไรสุทธิของ BEM จะอยู่ที่ 2.69พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 167% โดยคาดว่า EPS จะโตถึง 31% CAGR ในช่วงปี 2566-67 จากปริมาณการเดินทางที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในธุรกิจรถไฟฟ้า โดยในปี 2566 จะอยู่ที่ 4,672 ล้านบาท
ส่วนของ BTS คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2566 จะลดลงจากปีก่อนหน้า 19% เหลือ 2.7พันล้านบาท เพราะถูกฉุดจากการที่ VGI ฟื้นตัวช้า โดยคาดว่ากำไรในช่วงครึ่งปีหลังปี 2566 จะสูงกว่าในช่วงครึ่งปีแรกปี 2566 เพราะ BTSGIF และ VGI ฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ยังคงเลือก BEM เป็นหุ้นเด่น และให้คำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 11.50บาท จากผลการดำเนินงานของธุรกิจทางด่วนและรถไฟฟ้าฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เพราะประเทศไทยยกเลิกข้อจำกัดเพื่อคุมโรคระบาดไปเกือบหมดแล้ว , มีความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ของทางการน้อยกว่า BTS และมีโครงการใหม่ (รถไฟฟ้าสายสีส้ม และทางด่วนชั้นที่สอง) ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนกำไรและมูลค่ากิจการในระยะยาว
ด้านบล. ฟิลลิป (ประเทศไทย) ให้คำแนะนำ “ซื้อ” BTS ราคาพื้นฐานที่ 10.30 บาท ด้วยแนวโน้มครึ่งปีหลัง 2566 จะฟื้นตัวจากครึ่งปีแรก จากรายได้งาน E&M ที่จะเพิ่มขึ้น เป็น 6 พันล้านบาท ซึ่งในครึ่งปีแรกรับรู้ไปแล้ว 2,654 ล้านบาท และการฟื้นตัวของ VGI ที่อัตราการขายโฆษณาดีขึ้นกว่าในครึ่งปีแรกเป็น 50-55% ในครึ่งปีหลังปี 2566 ตามผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่ฟื้นตัวต่อเนื่องโดยในเดือน ต.ค.อยู่ที่ 14.6 ล้านเที่ยวหรือประมาณ 70% ของก่อนโควิด
รวมถึงการประกาศขึ้นค่าโดยสารเป็น 17- 47 บาท ที่จะมีผล 1 ม.ค. 66 (หากไม่เลื่อน) ส่งผลดีต่อกำไรของ BTSGIF ซึ่ง BTS รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก BTSGIF เพิ่มขึ้น เพราะในครึ่งปีแรกปี 2566 รับรู้ส่วนแบ่งกำไรมา 146 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน รวมถึงบริษัทร่วมที่ VGI ถือหุ้นทั้ง KEX คาดขาดทุนลดลงและส่วนแบ่งกำไร JMART คาดเพิ่มขึ้น ทำให้ผลกระทบจากส่วนแบ่งขาดทุนลดน้อยลงและคาดกำไรในปี 2566 อยู่ที่ 2,453 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มในปี 2567 แม้รายได้จาก E&M จะลดลง เนื่องจากงานก่อสร้างสายสีเหลืองและสีชมพูแล้วเสร็จไป 97% และ 91% โดยสายสีเหลืองคาดว่าจะเปิดได้ทั้งเส้นใน 2/66 และสีชมพูเปิดให้บริการได้บางส่วนภายในปี 2566 และเปิดทั้งเส้นในปลายปี 2566 ซึ่งจะมีรายได้จากค่าโดยสารเข้ามาแทนรายได้จาก E&M แต่ช่วงแรกอาจยังไม่มีกำไร ส่วนงาน O&M และ E&M ที่ กทม. ค้างชำระถึงสิ้น ก.ย. 2565 มียอดหนี้คงค้างที่ 4.4 หมื่นล้านบาท
ในส่วนของ O&M ศาลปกครองกลางได้ให้กรุงเทพธนาคมและ กทม. ชำระค่า O&M กับ BTS แต่ทางกรุงเทพธนาคมได้ยื่นอุทธรณ์ไปศาลปกครองสูงสุดไปเมื่อ 5 ต.ค. 65 ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของศาลฯพิจารณา ส่วน E&M จะมีการฟ้องเรียกชำระในปี 2566 จากคาดหวังการต่อสัมปทานสีเขียวเส้นทางหลักหลังหมดสัมปทานไม่มีความคืบหน้าและมีความไม่แน่นอนสูง จึงปรับสมมติฐานว่าไม่ได้ต่อสัมปทาน แต่ยังได้สัญญา O&M ไปถึงปี พ.ค. 2585

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...