ปัญหาการติดหล่มภาวะ "กลัวคนอ้วน"
ปัญหาการติดหล่มภาวะ "กลัวคนอ้วน"
รายาเน ซูซ่า สาวน้อยชาวบราซิลอายุ 14 ปี เคยขึ้นรถเมล์ในเมืองวิโตเรีย นครหลวงของรัฐเอสปิริโต ซานโต ซึ่งห่างจากกรุงริโอ เดอ จาเนโรไปทางเหนือ 480 กม. ด้วยความยากลำบากเพราะต้องแบกรับน้ำหนักตัวเอง และครั้งนี้ก็เป็นเช่นนั้น คือตัวติดกับประตูหมุนของรถเมล์ พร้อมกับสายตาของผู้โดยสารคนอื่น ๆ ที่กำลังจับจ้องเธอ จนเธอสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ขึ้นรถเมล์สาธารณะแบบนี้อีก
"ฉันอ้วนมาตลอดทั้งชีวิต และกลายเป็นว่าต้องมาได้ยินความคิดเห็นที่หยาบคายเกี่ยวกับรูปร่างของฉัน" ซึ่งสิ่งที่ซูซ่าประสบไม่ใช่เพียงคนเดียว ยังมีผู้หญิงชาวบราซิลอีกคนที่ตัวไปติดค้างอยู่ตรงประตูหมุนของรถเมล์นานร่วม 4 ชม. เศษ สุดท้ายก็ต้องอาศัยนักผจญเพลิงช่วยกันขยับร่างของเธอออกมา แม้จะมีผู้โดยสารคนอื่น ๆ เข้ามาช่วย แต่ก็มีอีกกลุ่มที่ถ่ายรูปแล้วโพสต์ล้อให้เธอได้อับอายทางสื่อสังคมออนไลน์
"ฉันตกเป็นเหยื่อการกลั่นแกล้งของภาวะกลัวคนอ้วน (fatphobia) นักเรียนที่โรงเรียนตั้งกลุ่มใน WhatsApp แล้วเอารูปของฉันที่ฉันโพสต์ในสื่อออนไลน์ตัวเอง ไปเข้าในกลุ่มนั้นแล้วก็ล้อเลียนฉัน" ซูซ่าเล่าย้อนประสบการณ์ แต่แทนที่เธอจะเก็บตัว เธอกลับตัดสินใจที่จะไม่เป็นฝ่ายถูกรังแกอีกต่อไป ด้วยการตั้งกลุ่มรณรงค์ร่วมกับเพื่อนที่เรียนกฎหมายด้วยกัน ชื่อกลุ่มว่า “Gorda na lei” ซึ่งเป็นภาษาโปรตุเกสหมายถึง “ความอ้วนในกฎหมาย"
จุดประสงค์ก็เพื่อเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายด้านสิทธิสำหรับคนที่ถูกเลือกปฎิบัติเพียงเพราะเรื่องน้ำหนักตัว ซึ่งเดือนหนึ่งได้รับข้อความราว 70 ครั้งจากคนที่ต้องการค่าชดเชยที่ทำให้เสื่อมเสียหรืออับอาย กับต้องการแบ่งปันเรื่องราวตัวเอง และตามข้อมูลเชิงสถิติอย่างเป็นทางการ พบว่ามีคดีกว่า 1,400 คดีที่เกี่ยวกับภาวะคนกล้วอ้วนจากการจ้างงาน
น.ส.โอลิเวียร่า ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน อธิบายว่า แม้ว่าคำ ๆ นี้จะไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงว่าเป็นคดีอาญา แต่ก็สามารถดำเนินคดีภายใต้กฎหมายประเภทเดียวกับการหมิ่นประมาท การใส่ร้ายและการล่วงละเมิดทางศีลธรรม แล้วอ้างอิงยกตัวอย่างคดีหนึ่งที่เจ้าของธุรกิจวางเงื่อนไขการจ่ายเงินโบนัสให้กับพนักงานที่ลดน้ำหนัก จนกลายเป็นคดีความแล้วทางศาลก็ยกประโยชน์ให้กับลูกจ้าง สั่งให้จ่ายค่าชดใช้ 10,000 เรียล หรือประมาณ 65,778 บาท กลายเป็นอีกหนึ่งคดีภาวะคนกลัวอ้วนที่จ่ายค่าความเสียหายมากที่สุดในบราซิล แต่ก็ยังถือว่าจำนวนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการตัดสินระบบยุติธรรมของบราซิล
และมีอีกหนึ่งตัวอย่างของเมืองเรซิเฟ ที่ส.ส.ซิดา เปโดรซา ตัวขับเคลื่อนหลักจนนำไปสู่กฎหมายฉบับใหม่ที่ผ่านมติของสภาแล้วเมื่อปีกลายกับการเปลี่ยนโต๊ะเรียนให้ใหญ่ขึ้นในทุกชั้นเรียน “เพราะดิฉันได้รับรู้เรื่องราวมากมายเข้าหูกับนักเรียนที่ถูกล้อเพราะนั่งเก้าอี้ติดกับโต๊ะเรียนไม่ได้” แต่เปโดรซาก็ออกตัวก่อนว่าการแก้ไขกฎหมายนี้ไม่ใช่ว่าจะให้ละทิ้งความพยายามช่วยคนอ้วนในการลดน้ำหนัก
"เราไม่ได้ปฎิเสธในบางกรณี ว่าภาวะน้ำหนักเกินก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพตามมา แต่เราควรหยุดทำให้ร่างกายอ้วน และต้องคิดว่าการที่ร่างกายอ้วนคือความเจ็บป่วย"
KIRANA INCHAYA