“พริษฐ์” ไม่หวั่น! ถูกยื่นยุบพรรค ปม “สเปกเตอร์ซี” ย้ำไม่เคยจ้าง IO เมินปม Laser ID เสี่ยงยุบพรรค
“พริษฐ์” ไม่หวั่น! ถูกยื่นยุบพรรค ปม “สเปกเตอร์ซี” ย้ำไม่เคยจ้าง IO เมินปม Laser ID เสี่ยงยุบพรรค
วันที่ 19 ก.พ. 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณี ศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคประชาชน จากกรณีบริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด โดยยืนยันในนามพรรคว่า ข้อกล่าวหาว่าพรรคว่าจ้างบริษัทใดเพื่อทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารนั้นไม่เป็นความจริง
นายพริษฐ์อธิบายว่า ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารในความเข้าใจทั่วไป คือการสร้างบัญชีปลอมจำนวนหนึ่งเพื่อเคลื่อนไหวบนโซเชียลมีเดีย ชักจูงให้ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือบิดเบือนข้อมูล ซึ่งพรรคประชาชนไม่เคยกระทำ และไม่เคยว่าจ้างบริษัทใดดำเนินการในลักษณะดังกล่าว พร้อมย้ำว่าการดำเนินการของพรรคถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ จึงไม่เข้าข่ายนำไปสู่การยุบพรรค
สำหรับกรณีบริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด นายพริษฐ์ระบุว่า การชี้แจงเป็นความรับผิดชอบของบริษัท ไม่ใช่ของพรรค โดยเข้าใจว่าบริษัทจะออกแถลงการณ์ในเร็ว ๆ นี้
ส่วนกรณีมีผู้ช่วย ส.ส.บางรายของพรรคไปทำงานที่บริษัทดังกล่าว จะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่นั้น นายพริษฐ์ยืนยันว่า พรรคยินดีให้ตรวจสอบทุกประเด็น ฝ่ายกฎหมายได้ตรวจสอบแล้ว และยืนยันว่าการแต่งตั้งผู้ช่วย ส.ส.เป็นไปตามระเบียบของสภาฯ ไม่ได้กระทำผิดกฎหมายหรือระเบียบใด
นอกจากนี้ นายพริษฐ์ยังกล่าวขอโทษเหยื่อ กรณีพรรคเคยส่งผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งล่าสุดถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกในคดีข่มขืน โดยยอมรับว่าเมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุด สถานะผู้สมัครหรือสมาชิกพรรคย่อมสิ้นสุดลงตามกฎหมาย พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นบทเรียนสำคัญที่พรรคต้องทบทวนกระบวนการคัดสรรผู้สมัครให้รัดกุมมากขึ้น และในฐานะตัวแทนพรรค ขอแสดงความเสียใจและขอโทษต่อเหยื่อที่ผู้กระทำผิดเคยลงสมัครในนามพรรค
ส่วนกรณีองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ซึ่งมีผู้สมัครจากพรรคประชาชนเป็นนายก อบจ. และมีประเด็นการจัดทำปฏิทินนั้น นายพริษฐ์กล่าวว่า โดยหลักการเห็นด้วยว่างบประมาณของทุกหน่วยงานควรถูกตรวจสอบความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้เห็นข้อเท็จจริงทั้งหมด และจะรับเรื่องไว้พิจารณา หากมีประเด็นใดต้องชี้แจงเพิ่มเติมจะแจ้งอีกครั้ง
ส่วนกรณีพรรคประชาชนขออนุญาตใช้ข้อมูลและเชื่อมต่อระบบ Laser ID กับกรมการปกครอง นายพริษฐ์ระบุว่า พรรคได้ออกแถลงการณ์ไปแล้วเมื่อวันที่ 18 ก.พ. โดยสรุปสาระสำคัญคือ 1. พรรคไม่มีการกระทำใดที่ผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืนข้อกำหนดของกรมการปกครอง 2. พรรคไม่เคยขอ Laser ID โดยไม่ได้รับความยินยอมจากประชาชน และไม่มีการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้ที่พรรค 3. วัตถุประสงค์ของการเชื่อมต่อข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อใช้ตรวจสอบและป้องกันการสวมสิทธิสมัครสมาชิก 4. ขณะนี้พรรคได้ดำเนินการขออนุญาตเชื่อมต่อข้อมูลแล้ว และอยู่ในขั้นตอนท้ายก่อนเสร็จสมบูรณ์ และ 5. พรรคได้ระงับการสมัครสมาชิกผ่านการกรอก Laser ID เป็นการชั่วคราว
เมื่อถูกถามว่าการถอดขั้นตอน Laser ID ออกจะกระทบต่อการสมัครสมาชิกหรือไม่ นายพริษฐ์ชี้แจงว่า กระบวนการสมัครสมาชิกของพรรคต้องออกแบบให้รัดกุม โดยมีข้อมูลขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด และพรรคสามารถกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมได้เอง แม้จะนำการกรอก Laser ID ออกชั่วคราว แต่ยังมีมาตรการเสริม เช่น การให้ผู้สมัครถ่ายภาพตนเองคู่กับบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตนให้มั่นใจว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ทำให้กระบวนการยังมีความรัดกุมเพียงพอ
กรณีที่กรมการปกครองระบุว่ายังไม่ได้อนุญาตให้พรรคจัดเก็บข้อมูล ขณะที่แถลงการณ์ของพรรคยอมรับว่ามีช่องโหว่เกิดขึ้นแล้ว และอาจนำไปสู่คำร้องยุบพรรคอีกครั้งนั้น นายพริษฐ์ยืนยันว่า ไม่ว่าจะมีความเห็นอย่างไรต่อการตัดสินใจของพรรค ก็ไม่มีการกระทำใดขัดต่อกฎหมาย จากการหารือกับฝ่ายกฎหมาย เห็นว่าไม่มีความเสี่ยงถึงขั้นยุบพรรค เพราะพรรคไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย
นายพริษฐ์อธิบายเพิ่มเติมว่า พรรคไม่ได้ขออนุญาตกรมการปกครองเพื่อให้ประชาชนกรอก Laser ID แต่การกรอกข้อมูลดังกล่าวต้องได้รับความยินยอมจากประชาชนทุกกรณี ส่วนการขออนุญาตที่ดำเนินการนั้น เป็นการขอเชื่อมต่อระบบ เพื่อนำข้อมูลที่ประชาชนกรอกส่งไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลของกรมการปกครองว่า ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งแนวทางนี้เคยดำเนินการสำเร็จมาแล้วในสมัยพรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล
“ที่ผ่านมาและปัจจุบัน พรรคทำหน้าที่เป็นเพียงทางผ่านของข้อมูลจากประชาชนเข้าสู่ระบบของกรมการปกครอง เช่น ในช่วงที่ระบบของพรรคก้าวไกลเชื่อมต่อสมบูรณ์ ข้อมูลจะถูกส่งไปตรวจสอบ และมีผลแจ้งกลับมาว่าถูกต้องหรือไม่ ส่วนในช่วงเปลี่ยนผ่าน แม้จะส่งข้อมูลไปได้ แต่ยังไม่สามารถรับสัญญาณตอบกลับได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าทั้งในช่วงระบบสมบูรณ์และช่วงเปลี่ยนผ่าน พรรคไม่เคยจัดเก็บ Laser ID ไว้ พร้อมน้อมรับข้อทักท้วง และได้ถอดช่องกรอก Laser ID ออกชั่วคราว จะนำกลับมาใช้อีกครั้งเมื่อการเชื่อมต่อกับกรมการปกครองเสร็จสมบูรณ์” นายพริษฐ์ กล่าว