โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดคำพิพากษา ศาลฎีกาพิพากษากลับ จำคุก 4 ปี ผู้สมัคร สส.พรรคปชน. มอมยาขืนใจสาว

Khaosod

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 05.14 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 05.14 น.
เปิดคำพิพากษา ศาลฎีกาพิพากษากลับ จำคุก 4 ปี ผู้สมัคร สส.พรรคปชน. มอมยาขืนใจสาว พร้อมสั่งชดใช้ค่าสินไหม 2 แสน

เปิดคำพิพากษา ศาลฎีกาพิพากษากลับ จำคุก 4 ปี ผู้สมัคร สส.พรรคปชน. มอมยาขืนใจสาว พร้อมสั่งชดใช้ค่าสินไหม 2 แสน

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม เป็นโจทก์ฟ้อง นายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร สส.พรรคประชน เขต 1 จ.มหาสารคาม ฐานข่มขืนกระทำชำเรา

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2563 จำเลยข่มขืนกระทำชำเรา ผู้เสียหาย ซึ่งมิใช่ภริยาของจำเลย โดยใช้กำลังประทุษร้าย ขณะที่ผู้เสียหายอยู่ในอาการสะลืมสะลือ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เนื่องจากฤทธิ์ยา ซึ่งจำเลยให้ผู้เสียหายรับประทานแล้ว จนสำเร็จความใคร่ โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เหตุเกิดที่นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

ต่อมาวันที่ 19 ม.ค.2563 ผู้เสียหายนำยา 8 เม็ด และยาไม่ทราบชนิด 2 แคปซูล ซึ่งเป็นยาที่จำเลยได้ใช้หรือมีไว้ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดมามอบให้เจ้าพนักงานยืดไว้เป็นของกลาง คดีนี้เหตุเกิดนอกราชอาณาจักร อัยการสูงสุดมอบหมายให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขวาใหญ่ เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบขอให้ลงโทษกฎหมาย

ผู้เสียหายที่เป็นโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่ารักษาพยาบาลและค่าเดินทางไปรักษาพยาบาล 50,000 บาท ค่าเดินทางกลับภูมิลำเนา 2,000 บาท ค่าสูญเสียพรหมจารี 300,000 บาท ค่าขาดรายได้ 27,000 บาท ค่าทนทุกข์ทรมานทางร่างกายและจิตใจ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 697,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 18 ม.ค.2563 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง และยกคำร้องของโจทก์ร่วม ที่ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วม โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน โจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์ตรวจสำนวนพยานหลักฐาน มีข้อวินิฉัยว่า แม้การตรวจร่างกายของโจทก์ร่วมที่โรงพยาบาลมหาสารคาม ไม่พบหลักฐานการร่วมประเวณี แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่ามีการตรวจหลังเกิดเหตุหลายชั่วโมง และโจทก์ร่วมไม่ได้ต่อสู้ขัดขืน เนื่องจากอาการสะลืมสะลืออ่อนเพลีย ไม่มีแรง ไม่มีสติที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ โจทก์ร่วมยืนยันว่า โจทก์ร่วมไม่ยินยอมให้จำเลยกระทำชำเรา เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งหมดแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยกระทำความผิดตามที่โจทก์และโจทก์ร่วมฟ้อง ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังขึ้น

ปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า จำเลยต้องชดใช้ค่าสินไหม่ทดแทนให้แก่โจทก์ร่วมหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ร่วมย่อมได้รับความเสียหายต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทางไปรักษาพยาบาลและเดินทางกลับภูมิลำเนา ขาดรายได้ตามปกติ และมีความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ ที่ต้องมีมลทินมัวหมองเป็นตราบาปติดตัวไปตลอดเป็นการทำร้ายจิตใจ ทำลายการเรียน ความหวัง และความฝันของโจทก์ร่วม

ทำให้โจทก์ร่วม บิดา มารดาของโจทก์ร่วมได้รับความอับอายต้องใช้เวลาในการบำบัดรักษาร่างกายและฟื้นฟูจิตใจให้เป็นปกติจึงเห็นสมควรกำหนดค่าสินไหมทดแทนให้ตามความร้ายแรงแห่งการทำละเมิด โดยกำหนดค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยชดใช้แก่โจทก์ร่วมรวม 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีตั้งแต่วันละเมิด

พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ให้จำคุก 4 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน

ริบยาของกลางทั้งหมด ให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 18 ม.ค.63 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดคำพิพากษา ศาลฎีกาพิพากษากลับ จำคุก 4 ปี ผู้สมัคร สส.พรรคปชน. มอมยาขืนใจสาว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...