โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชลยศึกสงครามลาว (18)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 01.49 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 01.49 น.

บทความพิเศษ | พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์

เชลยศึกสงครามลาว (18)

บนสันเนิน

ผมสะดุ้งตื่นด้วยสัญชาตญาณที่ระแวงภัยด้วยความเคยชินจากการอยู่ในสนามรบและอยู่ในป่ามามากพอสมควร จากแสงสว่างและอากาศที่อบอุ่นขึ้นมาสัมผัสใบหน้ารู้ตัวว่านอนคุดคู้ ปืนและเป้ยังติดตัวอยู่ ผมรีบตื่นขึ้นโดยเร็ว งีบเดียวที่ผมคิดว่าผมหลับไปมันนานเป็นชั่วโมง นี่มันสายแล้ว 6 โมงกว่าแล้ว

ผมรีบปลุกไอ้เหมียวที่ยังนอนคุดคู้อยู่ใกล้ที่ผมนอนจนทําให้มันสะดุ้งตื่นขึ้นมาแบบตกใจและรีบลุกขึ้นมา “เฮ้ย กูนอนหลับสนิทไม่รู้เรื่องเลยว่ะ คิดว่าจะนั่งพักแต่มันหลับไปโดยไม่รู้ตัว” ผมเลยบอกมันว่า “กูก็เหมือนมึง หลับไม่รู้เรื่องเลย รีบปลุกพวกเราไปกันต่อโว้ย กูว่าเรามากันไม่ไกลจากบ้านนาสักเท่าไรหรอก มองเห็นสันเขาของบ้านนาอยู่ต่ำกว่าลาดเนินของเราไม่มาก กะด้วยสายตาไม่น่าจะเกิน 2 กิโลเมตร แต่ต้องเดินกันเกือบทั้งคืน”

ไอ้เหมียวบอก “กูว่ารีบปลุกพวกเราเดินต่อดีกว่าว่ะ ไปให้ไกลมากกว่านี้อีกสักหน่อย เพื่อความปลอดภัยก่อนที่พวกมันจะรู้ว่าเราถอนตัว” ผมบอกมันว่า “พวกเราไม่น่ามีปัญหาเพราะข้ามมาอีกสันเขาแล้ว กูห่วงก็แต่พวกเราที่ยังอยู่ข้างล่างหรืออาจมีบางส่วนที่ยังลงมาไม่ถึงลําธารก้นหุบนั้นมากกว่า ถ้ามันรู้ว่าเราถอนตัวจากบ้านนาเมื่อไหร่ คงแห่ลงมาจากที่ตั้งของมัน เมื่อรู้ว่าพวกเราลงหุบตรงบริเวณนี้มันต้องเอา ค. ปรส. มาตั้งยิงถล่มเราแน่นอน คราวนี้คงยุ่งแน่ กูว่าเรารีบไปกันดีกว่า”

ผมสั่งให้ผู้หมู่ที่ตื่นแล้วไปปลุกพวกเราให้ตื่นและรีบเคลื่อนที่ต่อไป เพราะหลายคนยังนอนหลับไม่รู้เรื่องอะไรแบบหลับเป็นตาย ผมสั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมเคลื่อนที่ต่อไปและเรียก ผบ.หมู่นํามาสั่งการต่อไปนี้ให้ระวัง ให้จัดลาดตระเวนนํา 2-3 คน ลาดตระเวนออกไปล่วงหน้าประมาณ 50-100 หลา จากกําลังของหมวดนํา ถ้าพบข้าศึกหรือสงสัยให้ส่งคนมาบอกและให้เคลื่อนที่แบบลาดตระเวนไปบนสันเขาอย่างช้าๆ ไปเรื่อยๆ อย่าหยุด และอย่าประมาทเด็ดขาด

ผมต้องพยายามควบคุมหมวดนําให้อยู่ในรูปขบวนแบบที่พร้อมดําเนินกลยุทธ์ได้ถ้าหากปะทะกับข้าศึกบนสันเขาที่พวกเรากําลังเคลื่อนที่ไต่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ผมพยายามตัดความกังวลในส่วนต่างๆ ของพวกเราที่กําลังตามมาและหวังว่าคงจะตามกันมาเรื่อยๆ เป็นขบวนตามแผนที่วางไว้ในการถอนตัว

ผมและไอ้เหมียวยังพาหมวดนําของเราเคลื่อนต่อไปตามสันเนินซึ่งไต่ระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ตามสันเขาที่กว้างบ้างแคบบ้าง ภูมิประเทศมีทั้งป่าโปร่งป่าทึบสลับกันไป บางจุดเป็นป่าหินโขดหิน บางพื้นที่ก็เป็นที่โล่ง เต็มไปด้วยป่าหญ้าคาสูงท่วมหัว มีร่องรอยการเดินของสัตว์และคนพอสังเกตได้ แต่ไม่มากนัก บางพื้นที่ก็มีเส้นทางเท้า หมู่นำจึงต้องมีความระมัดระวังในการเคลื่อนที่อย่างมาก เราอาจจะปะทะกับข้าศึกที่ตั้งฐานอยู่บนสันเนินนี้ได้ตลอดเวลาเพราะเป็นพื้นที่จํากัด ถ้ามีต้องได้ยิงกันแน่

ผมเดินอยู่ในหมู่ที่ 2 ของผม มีหมู่นําเดินลาดตระเวนล่วงหน้าห่างออกไป 50-100 หลา ไอ้เหมียวไปอยู่กับอีก 2 หมู่ลูกน้องของมัน ถ้าเกิดปะทะมันจะเป็นผู้ควบคุมกําลังหนุนอีก 2 หมู่ของมัน เพื่อช่วยผมในการดําเนินกลยุทธ์

เราจะลุยอย่างเดียวถ้าปะทะและไม่มีการถอยหลังเด็ดขาดซึ่งผมพูดกับมันไว้แล้วและเราก็ถอยกลับไม่ได้อยู่แล้วด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะมุ่งสู่ภูล่องมาดตามแผนเท่านั้น

ผมกับหมู่นำ 2 หมู่ยังเคลื่อนที่ไปตามสันเขาที่ระดับค่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ อากาศเริ่มเย็นขึ้น ภูมิประเทศก็เดินไม่ยากเป็นป่าโปร่งสลับกับหย่อมป่าหิน มีร่องรอยการใช้สันเขานี้พอสังเกตได้ทั้งคนและสัตว์ ประมาณเกือบ 3 โมงเช้าที่เราเดินกันมาคิดว่าประมาณ 3 ชั่วโมงเมื่อเริ่มสว่าง ผมจึงสั่งให้หมู่นำหยุดพักเพื่อให้พวกเรากินอาหารเช้า สั่งให้หมู่นําส่งยามคอยเหตุออกไปข้างหน้าประมาณ 100 หลาเพื่อความไม่ประมาท

ผมใช้โขดหินที่เป็นหย่อมป่าหินนั่งพักกับไอ้เหมียว เรามองเห็นสันเขาอีกฝั่งดูอยู่ห่างไกลออกไปมากแล้ว บริเวณที่เราจากมาคือบ้านนามองเห็นรางๆ ในกลุ่มหมอก ผมคิดว่าหมวดนําของเรามาไกลจากบ้านนาพอสมควรแล้ว และพวกเราน่าจะเดินเร็วกว่าส่วนที่ตามหลังมามากพอสมควร ก็อยากจะหยุดรอพวกส่วนอื่นๆ ที่ตามมาเพื่อให้ขบวนต่อกัน ผมถามไอ้เหมียวว่าเห็นพวกเราตามมาบ้างหรือเปล่า มันบอกเมื่อเช้าเห็นอยู่หลายคน แต่ไม่รู้ตามเรามาหรือไม่

ผมจัดการเรื่องอาหารเช้าจากเนื้อกระป๋องและผลไม้กระป๋องที่เตรียมมาในเป้อย่างรวดเร็ว ไม่มีการหุงไม่มีการต้ม พวกเราส่วนใหญ่ก็กินกันแบบนี้ พวกเราพอมีน้ำจืดที่ได้จากลําธารเมื่อคืนเหลือเกือบเต็มกระติก แต่ยังต้องพยายามประหยัดไว้เพราะจะต้องเดินกันอีกนาน ผมคิดว่าข้างบนนี้ไม่มีแหล่งน้ำอย่างแน่นอนจนกว่าจะถึงภูล่องมาด

ประมาณ 10 นาทีที่เราพัก ผมสั่งเตรียมเคลื่อนย้ายต่อ พอดีมีทหารของสุรินทร์มารายงานไอ้เหมียวว่ามีพวกเรา 4-5 คนกําลังมาถึงจุดที่เรากําลังพักรอ ผมเลยบอกให้มาพบผมกับไอ้เหมียวที่นี่ ชั่วครู่กลุ่มพวกเราน่าจะเป็นส่วนระวังป้องกันหน้าของ บก.พัน. BI-15 ก็มาถึงที่เราพักกันอยู่ ผมเลยถามว่าพวกเราตามมากันหรือเปล่า ก็ได้รับคําตอบว่ากําลังตามมากันเรื่อยๆ แต่ช้าและขบวนขาดเป็นตอนๆ แต่ก็เดินกันมาเรื่อยๆ

ผมรู้ว่าความอดทนและความแข็งแกร่งทางกายของแต่ละคนไม่เท่ากัน ยามนี้ต้องอดทนและต่อสู้เพื่อความอยู่รอด การควบคุมเริ่มหย่อนยานเนื่องจากความเหนื่อยล้า แต่ก็ยังดีที่พวกเรายังทยอยตามกันมา แม้จะขาดตอนเป็นกลุ่มก็ตาม ขอให้ตามกันมาอย่าหยุดนาน

ผมบอกไอ้เหมียว “มึงกับกูพาหมวดนําทําหน้าที่กันต่อดีกว่า เราควรล่วงหน้าไปก่อน เกิดอะไรขึ้นข้างหน้ามึงกับกูและกําลังของเรา 1หมวด น่าจะช่วยตัวเองได้ ตอนนี้ต้องเร่งไปให้ไกลที่สุดก่อนที่พวกมันจะรู้ว่าพวกเราถอนตัว ซึ่งตอนนี้คิดว่ามันยังไม่รู้ น่าจะเป็นโอกาสดีของพวกเรา”

ขณะนี้เวลาน่าจะ เกือบ 4 โมงเช้าแล้ว อากาศเริ่มร้อนมากขึ้น ก่อนจะเคลื่อนย้ายหมวดนําต่อไป ผมบอกทหารกลุ่มของกองพันให้รอส่วนใหญ่ที่นี่ก่อนแล้วค่อยตามไป และส่งข่าวให้ บก.พัน. ทราบด้วยว่าหมวดนําล่วงหน้าไปแล้วตามสันเขา จากนั้นผมก็สั่งเคลื่อนย้ายออกจากจุดพักและสั่งเปลี่ยนหมู่นําผลัดกันนํา

พวกเราเคลื่อนที่ไปตามสันเขาซึ่งชันขึ้นเรื่อยๆ อากาศเริ่มร้อนเมื่อใกล้เที่ยง หลายคนเสียเหงื่อและเริ่มกินน้ำมากขึ้น ผมบอกทุกคนให้ประหยัดอย่ากินจนหมด โดยให้บอกต่อๆ กันไป

จนใกล้เที่ยงวัน เราเดินบนสันเขาสูงตามลาดชันมาประมาณ 3 ชั่วโมง ผมเห็นว่าทหารหลายคนเริ่มมีอาการเหนื่อยล้าอิดโรยแล้ว เลยมองหาจุดที่น่าจะปลอดภัยเพื่อพักกินอาหารกลางวัน ผมมองเห็นกลุ่มป่าข้างหน้า เมื่อเดินมาถึงพอมีร่มเงาที่ดีกว่าที่อื่น รวมทั้งมีป่าหินเป็นหย่อมๆ ด้วยเหมาะที่จะเป็นที่พักจึงสั่งหยุด บอกเพื่อนเหมียวว่า “เฮ้ย เราหยุดพักกินข้าวกันตรงนี้โว้ย เพราะเที่ยงกว่าแล้ว” ไอ้เหมียวเห็นด้วยบอก “หยุดก็ดี กูก็ล้าเต็มที่แล้ว” เลยบอกมันว่า “กูกับลูกน้องจะไปวางตัวด้านหน้า ของมึงวางตัวด้านหลัง แล้วหยุดพักกินกลางวันกัน จะได้รอพวกเราส่วนใหญ่ด้วย” มันบอกโอเคตามนั้น แล้วพวกเราก็หยุดพักกินกลางวันกัน พวกเราพยายามกินกันอย่างเงียบๆ ผมสั่งให้จัดยามคอยเหตุไปข้างหน้าหมู่ด้วย 2 คนโดยไม่ประมาท

ข้าศึกรู้ตัว

ระหว่างที่กําลังพักกัน หลายคนยังกินไม่จบหูก็ได้ยินเสียง กรึม! กรึม! ดังไกลออกไปทางทิศตะวันตกติดต่อกันและต่อเนื่องแต่ไม่ดังมาก พอได้ยินชัดและเป็นเสียงระเบิดที่ดังก้องในหุบลึกไกลออกไป ผมรีบลุกขึ้นแล้วบอกพวกเราให้รีบเคลื่อนต่อไป ไม่ต้องเดาก็ได้ ตอนนี้พวกมันรู้แล้วว่าพวกเราถอนตัวจากบ้านนาแล้ว เมื่อพวกมันแห่กันลงมาที่บ้านนาจนพบว่าเราถอนตัวไปทิศทางนี้ มันคงรู้แล้วว่าเราจะไปที่ไหน และคงใช้อาวุธหนักทั้ง ค. และ ปรส.ยิงถล่มในพื้นที่ที่มันคิดว่าพวกเรากําลังเคลื่อนที่อยู่ในบริเวณนั้น ส่วนการไล่ติดตามพวกเรา ผมยังเดาไม่ออกว่ามันจะมาทางไหนอย่างไรที่จะทันสกัดพวกเรา ผมห่วงก็แต่กองร้อย 1 ที่ปิดท้ายขบวน ถ้าช้ามากหากเพิ่งเริ่มขึ้นจากหุบก็จะเป็นอันตรายมากจากอาวุธหนักของพวกมัน แต่ผมคิดว่าอย่างไรพวกเราคงเร่งเคลื่อนที่ขึ้นบนสันเนินให้เร็วที่สุด นอกจากนั้นรูปขบวนแถวตอนของพวกเราไม่เป็นที่หมายใหญ่เป็นกลุ่มก้อนที่จะยิงทําลายให้ได้ผล ผมห่วงและคิดในแง่ดีต่อพวกเราที่เป็นขบวนปิดท้าย

ตอนนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าเร่งไปให้ถึงภูล่องมาดให้เร็วที่สุดก่อนที่มันจะส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วมาสกัดและไล่ติดตามเรา ผมกะว่าเรามีเวลาอีกประมาณ 6 ชั่วโมง เพื่อที่จะไปให้ถึงภูล่องมาดในวันนี้

ผมบอกให้หมู่นําเคลื่อนที่ไปอย่างระมัดระวังและอย่าประมาท พร้อมที่จะปะทะข้าศึกตลอดเวลา ทุกคนทราบแล้วจากเสียงของอาวุธหนักว่าข้าศึกรู้แล้วว่าพวกเราถอนตัว ทําให้ทุกคนเริ่มตื่นตัวและระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

พวกเราเคลื่อนที่ต่อไปตามลาดชันสูงขึ้นไปอย่างช้าๆ และมีพวกส่วนหลังหลายคนตามเรามาแต่ขบวนยังขาดตอนเป็นระยะห่างเป็นกลุ่มๆ แต่ก็ทยอยตามกันมาเรื่อยๆ เสียงอาวุธหนักของข้าศึกที่ยิงไล่ตามยังดังต่อเนื่องตลอดเวลาเหมือนใกล้พวกเราเข้ามาเรื่อยๆ มันคงปรับระยะยิงเพื่อถล่มพวกเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผมคิดว่าคงเป็น ค. และ ปรส.เท่านั้น ไม่น่าจะเป็นปืนใหญ่

มันคงยิงถล่มพวกเราจนกว่าจะสุดระยะยิงของพวกมัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เชลยศึกสงครามลาว (18)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...