โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทย เป็นเซฟโซนของตลาดเกิดใหม่ ต่างชาติลุยซื้อ 4.2 หมื่นล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 14.04 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 06.22 น.

หุ้นไทย เป็นเซฟโซนของตลาดเกิดใหม่ ต่างชาติลุยซื้อ 4.2 หมื่นล้านบาท ทิ้งห่างกลุ่มอาเซียน นักวิเคราะห์เผยเงินหนีฟองสบู่ AI เงินไหลออกจากอินเดีย อินโดนีเซีย สถาบันการเงินระดับโลกปรับพอร์ตมุ่งเป้ามาไทย

18 ก.พ. 2569 - ตลาดหุ้นไทยในช่วงต้นปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่มีความโดดเด่นสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ฟินโนมีนา เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิสะสมในตลาดหุ้นไทยนับตั้งแต่ต้นปี (YTD)พุ่งสูงถึง 4.2 หมื่นล้านบาท (ประมาณ 1.49 พันล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็นสถิติที่ทิ้งห่างประเทศในกลุ่มอาเซียนอย่างมาเลเซียและฟิลิปปินส์

ขณะที่ตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่อย่างอินเดียและอินโดนีเซียกลับเผชิญกับสภาวะเงินทุนไหลออกสุทธิ สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนน้ำหนักการลงทุนของสถาบันการเงินระดับโลกที่พุ่งเป้ามายังสินทรัพย์ในประเทศไทย

ฟินโนมีนา มองว่า ในเชิงโครงสร้างราคา แม้ดัชนีกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ (SET50) จะปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 16% ตั้งแต่ต้นปี แต่เริ่มเห็นสัญญาณการกระจายตัวของเม็ดเงินลงทุนไปสู่กลุ่มสินทรัพย์ที่ราคายังปรับตัวขึ้นไม่ทันตลาด (Laggard Stocks) โดยเฉพาะในดัชนี sSET และตลาดหลักทรัพย์ (mai)

ข้อมูลย้อนหลัง 3 ปีชี้ให้เห็นว่าดัชนีหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กปรับตัวลดลงถึง 44% และ 62% ตามลำดับ ขณะที่ดัชนี SET50 ปรับตัวลดลงเพียง 2.6% ส่วนต่างที่กว้างมากนี้ประกอบกับปัจจัยบวกตามฤดูกาลหลังเทศกาลตรุษจีน เป็นปัจจัยเร่งให้นักลงทุนเริ่มแสวงหาผลตอบแทนส่วนเพิ่มในหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีพื้นฐานรองรับ

ในภาวะที่กระทิงบุกหุ้นไทย โดยเฉพาะหลังเลือกตั้งที่พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเสียงท่วมท้น นักวิเคราะห์หลายค่ายได้ปรับเป้าดัชนีหุ้นไทย (SET) ปี 2569 ขึ้นที่ระดับ 1,500 จุด

ขณะที่วันนี้ (18 ก.พ.) ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เป็นโบรกเกอร์รายแรกที่ได้ปรับเป้าหุ้นไทยขึ้นเหนือ 1,500 จุด มาที่ 1,510 จุด (จากเดิม 1,440 จุด) หลังพบว่าตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์เริ่มเห็นสัญญาณการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินลงทุนที่ชัดเจน โดยตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายจากความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI และความไม่คุ้มทุนในการลงทุนมหาศาล ส่งผลให้ดัชนี NASDAQ และ S&P500 ปรับตัวลดลง

ในขณะที่เม็ดเงินดังกล่าวไหลเข้าสู่ "พื้นที่ปลอดภัย" (Safe Zone) และ กลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market) มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นกว่า 10% (MTD) สวนทางตลาดโลก

ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทย (SET Index) สู่เป้าหมาย 1,510 จุด มี 4 เหตุผลหลัก

  • กระแสเงินทุนไหลเข้า (Fund Flow) ปรากฏการณ์ De-dollarization ทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าและเงินทุนไหลออกจากสหรัฐฯ มายังเอเชีย
  • ดอกเบี้ยนโยบายเอื้ออำนวย การที่ไทยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ถือเป็นระดับที่สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้น (ตามสถิติในอดีต เมื่อดอกเบี้ยนิ่งและต่ำ ตลาดมักตอบรับเชิงบวก)
  • กำไรบริษัทจดทะเบียนดีเกินคาด (Earnings Surprise) กำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เฉลี่ย 5% หรือคิดเป็นส่วนเพิ่มของ EPS ประมาณ 1.25 บาทต่อไตรมาส
  • Valuation น่าสนใจ การปรับลดค่า Market Earning Yield Gap (MEYG) ลงมาอยู่ที่ 4.7% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับช่วงที่ต่างชาติซื้อสุทธิหนักๆ ในปี 2016 และ 2022 สะท้อนว่าดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นได้อีก

กลยุทธ์การลงทุน

บล.เอเซีย พลัส แนะเฟ้นหาหุ้นแกร่ง ปันผลเกิน 3% สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเลือกหุ้นที่คาดการณ์กำไรปี 2026 เติบโต และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงกว่า 3% โดยมีหุ้นเด่นในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม ดังนี้

  • กลุ่มอสังหาริมทรัพย์: SC, AP
  • กลุ่มอาหารและส่งออก: ITC, CBG
  • กลุ่มพาณิชย์และบริการ: COM7, CPALL, BDMS
  • กลุ่มพลังงาน/นิคมอุตสาหกรรม: GUNKUL, BCPG, OR

มาดูปัจจัยทางเทคนิค โดยบล.บัวหลวง มองว่า SET อยู่ในภาวะกระทิง แนวโน้มหลัก (Primary Trend) ขาขึ้นชัด โครงสร้างราคาเป็นแบบ Higher Low ต่อเนื่อง ผ่านแนวต้านสำคัญ 1,450 จุด หากยืนได้ เป็นภาพของขาขึ้นรอบใหญ่ยิ่งชัดขึ้น เป้าหมายถัดไป 1,500 จุด

แนวรับหลัก 1,400 จุด โซนนี้เป็นฐานแรงซื้อหนาแน่น (หลังเลือกตั้ง 9 ก.พ. ต่างชาติสุทธิราว 1.6 หมื่นล้าน) ไม่ควรหลุด เพื่อรักษาทรงขาขึ้น

Indicators หนุนภาพกระทิง EMA 200 Week เป็นเส้นแบ่งเขต “ตลาดหมี vs ตลาดกระทิง” การยืนเหนือเส้นนี้ได้ สัญญาณเชิงบวกดึงดูด Fund Flow ต่างชาติ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...