โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครั้งแรกในรอบ 5 ปี คนไทยครอง S2O 60% ลุ้นต่างชาติเที่ยวไทย หลังจีนหาย

PostToday

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 01.52 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 05.30 น.

ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐ และอิหร่าน ที่กดดันบรรยากาศการท่องเที่ยวและกำลังซื้อทั่วโลก ภาพสะท้อนของเทศกาลดนตรีสงกรานต์อย่าง S2O Songkran Music Festival กลับเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโครงสร้างผู้เข้าร่วมงาน โดยปีนี้คาดว่าคนไทยจะเป็นสัดส่วนหลักของผู้ชมงานมากที่สุดในรอบ 5 ปี หรือกว่า 60% ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเคยเป็นตลาดใหญ่ของงานลดลงอย่างเห็นได้ชัด

วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา ผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี S2O (เอสทูโอ) และปุลิน มิลินทจินดา กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ผู้ร่วมก่อตั้ง S2O ระบุว่า ภาพรวมของสงกรานต์ปีนี้ หากดูจากการจองบัตรร่วมงาน S2O Songkran Music Festival แล้ว ในปีนี้คาดว่าจะมีคนไทยเข้าชมงานสูงที่สุดในรอบ 5 ปี โดยสัดส่วนคนไทยในงาน S2O เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 60% ขณะที่งานน้องใหม่อย่าง K2O กลุ่มเป้าหมายหลักเกือบทั้งหมดคือคนไทย ที่เป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลี

วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา

กลุ่มนักท่องเที่ยว จีนหาย แต่ตะวันออกกลางและอาเซียนพุ่ง

จำนวนผู้เข้าชมงาน S2O จะสะท้อนตามตัวเลขการท่องเที่ยวภาพรวมของประเทศไทย หากปีไหนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยน้อยลง (เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้) สัดส่วนชาวต่างชาติในงานก็จะลดลงตามไปด้วยจากเดิมกลุ่มคนจีน

เป็นกลุ่มที่เข้าร่วมมากสุดในตลอดการจัดงาน 10 ปีที่ผ่านมา แต่จำนวนคนจีนหายไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ปัจจัยส่วนหนึ่งคาดว่า เนื่องจากรัฐบาลจีนสนับสนุนให้คนเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจจีนเองก็ชะลอตัว มีการปิดโรงงานและย้ายฐานการผลิต นอกจากนี้ยังมีปัญหา "สแกมเมอร์" คนจีนหลอกกันเองเรื่องบัตรปลอมที่สร้างความเสียหายหน้างาน

แม้จะมีสถานการณ์สงคราม แต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและอินเดียในไทยเพิ่มสูงขึ้น โดยมองว่าพวกเขาอาจจะเลือกมาเพื่อพักผ่อนหรือ "หลบ" จากความตึงเครียดในพื้นที่มาหาความสุขในงานเทศกาลแทน

รวมถึงกลุ่ม อาเซียน (มาเลเซีย, เวียดนาม, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย) คาดว่าจะเป็นกลุ่มที่เข้า S2O ที่เป็นกลุ่มตัดสินใจเร็ว (Short planning) บินมาเที่ยวได้ทันทีโดยไม่ต้องวางแผนนาน สอดคล้องกับอินไซต์ พฤติกรรมชอบตัดสินใจซื้อบัตรใกล้ช่วงวันงาน (Wait and see) มากกว่าการซื้อล่วงหน้านานๆ

ปุลิน มิลินทจินดา

ในอีกด้านหนึ่ง โอกาสที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้บัตรในราคาปกติมีมากขึ้น เนื่องจากในอดีตมักเกิดปัญหาการกวาดซื้อบัตรเพื่อนำไปขายต่อให้ชาวต่างชาติในราคาสูง แต่ปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน ลดลง ทำให้ตลาดรีเซลมีความเคลื่อนไหวน้อยลง ส่งผลให้ผู้ชมชาวไทยที่ต้องการเข้าร่วมงานจริงสามารถซื้อบัตรได้ในราคาปกติ ไม่ต้องเผชิญกับการปรับราคาสูงเหมือนในอดีต

สำหรับมาตรการป้องกันปัญหาบัตรปลอม ผู้จัดงานได้ร่วมมือกับ Eventpop จัดทำระบบตลาดซื้อขายบัตรมือสอง (Secondary Market) ที่สามารถตรวจสอบได้ โดยการเปลี่ยนสิทธิ์บัตรจะต้องดำเนินการผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น เพื่อป้องกันการหลอกลวงจากสแกมเมอร์ ขณะเดียวกันกลไกราคาในระบบจะปรับขึ้นลงตามความต้องการซื้อขายคล้ายตลาดหุ้น แต่มีการกำหนดเพดานราคาเพื่อไม่ให้บัตรถูกขายเกินราคาที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีบริการบูธตรวจสอบสายรัดข้อมือ (Wristband) เพื่อยืนยันความถูกต้องของบัตรให้กับผู้เข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ซื้อบัตรต่อจากผู้อื่น

ทั้งนี้ ปัจจุบันบัตรประเภท 3 วัน และบัตร VIP ถูกจำหน่ายหมดแล้ว โดยภาพรวมบัตรทั้งหมดถูกจำหน่ายไปแล้วกว่า 70% ของจำนวนที่เปิดขาย

เศรษฐกิจและสงคราม ความท้าทายที่ต้อง "สู้เป็นพิเศษ"

ด้วยสภาพเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2026 ยังคง "หนัก" และท้าทายกว่าปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้แบรนด์ต่าง ๆ มีงบประมาณการตลาดน้อยลงตามไปด้วย ขณะที่สถานการณ์สงครามและความไม่สงบในต่างประเทศ (เช่น อิหร่าน) ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเดินทางและการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวจากฝั่งยุโรป

อย่างไรก็ตาม มองว่าในยุคที่ผู้คนเครียดจากทั้งเศรษฐกิจ สงคราม และโซเชียลมีเดีย อุตสาหกรรมบันเทิงจะทำหน้าที่เป็น "Healing" หรือการเยียวยาจิตใจ สงกรานต์จึงเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนอยาก "ทิ้งตัว" และหลบหนีจากความจริงที่เหนื่อยล้าเพื่อหาความสุขให้ตัวเอง

ภาพรวมตลาด EDM ในไทย แบรนด์นอกปักหมุดชิงเค้ก

ปัจจุบันมีเทศกาลดนตรีระดับโลก (Global Brand) เข้ามาจัดในไทยมากขึ้น แต่ทั้งวู้ดดี้ และปุลิน วิเคราะห์ว่าแบรนด์ต่างชาติมักเน้นปักหมุดในเมืองท่องเที่ยวอย่าง พัทยา หรือ ภูเก็ต เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก ในขณะที่ S2O เป็นแบรนด์สัญชาติไทย (Made in Thailand) ที่เน้นสร้างมาตรฐานและส่งออก (Export) วัฒนธรรมไทยไปทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันขยายไปแล้ว 8-9 ประเทศและยังมีแนวโน้มขยาย K2O แบรนด์ใหม่ตามรอยไปด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...