โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศาลสั่งคุก 4 ปี อดีตตำรวจ ตม. สารภาพครอบครอง-เผยแพร่สื่อลามกเด็ก

เดลินิวส์

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 13.13 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 06.04 น. • เดลินิวส์
“DSI” เผย “ศาลอาญา” สั่งจำคุก “ส.ต.ท.เจษฎา อดีตตำรวจ ตม.” โทษ 4 ปี ปรับ 1.2 แสนบาท หลังรับสารภาพ ครอบครองสื่อลามกเด็กและร่วมเผยแพร่ กว่า 250,000 ไฟล์ เหยื่อเด็กไทยและต่างชาติรวมหลายพันคน

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. กระทรวงยุติธรรม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ได้เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยกำชับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ปราบขบวนการสื่อลามกเด็กออนไลน์อย่างจริงจัง ย้ำประสานความร่วมมือหน่วยงานต่างประเทศระบุตัวผู้เสียหายและเยียวยา หลังศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายต่างประเทศ ซึ่งเป็นผลจากการสืบสวนของดีเอสไอ

โดย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผย กรณีศาลอาญามีคำพิพากษาในวันที่ 10 มี.ค. ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐรายหนึ่งในความผิดฐานครอบครองและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นคดีในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยย้ำว่ากระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก พร้อมกำชับให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสืบสวนปราบปรามอย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นผลจากการสืบสวนขยายผลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศหลายหน่วยงาน ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด จนนำไปสู่การตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่พบสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมากในระบบ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ รายงานว่า ศาลอาญารัชดาภิเษก สรุปผลคำพิพากษา วันที่ 10 มี.ค. 69 คดีพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ส.ต.ท.เจษฎา (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะนั้น ในความผิดเกี่ยวกับการครอบครอง ผลิต นำเข้า ส่งออก เผยแพร่ หรือส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ศาลอาญามีคำพิพากษา ลงโทษจำเลย ข้อหาครอบครองและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก ตามมาตรา 287/1 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 (4)(5) รวมจำคุกเป็นเวลา 4 ปี ปรับเป็นเงิน 120,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ และได้ชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายทั้ง 4 ราย รายละ 25,000 บาท ผู้เสียหายไม่ติดใจ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยเป็นการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กซ้ำ พฤติการณ์ยังไม่ร้ายแรงนัก และจำเลยลุแก่โทษ ศาลจึงสั่งรอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี และให้รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ เป็นเวลา 1 ปี และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ จำนวน 24 ชั่วโมง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ รายงานอีกว่า คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 67 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้บูรณาการกำลังร่วมกับ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งประสานข้อมูลกับสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (Federal Bureau of Investigation : FBI) และได้รับการสนับสนุนสุนัขตรวจจับอุปกรณ์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Storage Detection K9 : ESD K9) จากองค์กร OUR Rescue ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ที่ได้รับการสนับสนุน ESD K9 ในการเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของหน่วยงานแห่งหนึ่ง ในจังหวัดภูเก็ต และจากการตรวจค้นพบ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายรายการ ภายในตรวจพบสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก ทั้งในรูปแบบไฟล์ภาพและไฟล์วิดีโอ รวมทั้งสื่อลามกอนาจารอื่น ๆ จำนวนกว่า 258,000 ไฟล์ ซึ่งไฟล์ภาพสื่อลามกอนาจารเด็กมีผู้เสียหายที่เป็นเด็กไทยและต่างชาติหลายพันราย ซึ่งที่มีความเชื่อมโยงกับปฏิบัติการ Blackwrist ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศของกรมสอบสวนคดีพิเศษกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย อาทิ ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (Australian Federal Police: AFP), สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา (Federal Bureau of Investigation :FBI), สำนักงานสืบสวนความมั่นคงมาตุภูมิ (Homeland Security Investigations: HSI), องค์การตำรวจสากล (INTERPOL), กระทรวงกิจการภายในนิวซีแลนด์ (Department of Internal Affairs: DIA) และประเทศในสหภาพยุโรป ตั้งแต่ปี 2560

ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นที่น่าสนใจของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และสื่อมวลชนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้คดีดังกล่าวเป็นผลจากการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2560 เรื่อยมา ประกอบกับได้รับการประสานข้อมูลจากสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (Federal Bureau of Investigation : FBI) จนพบความเชื่อมโยงของกลุ่มอาชญากรใคร่เด็กที่จะมีการแบ่งปันสื่อลามกอนาจารเด็กในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ จึงได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากหลายประเทศ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลสืบสวนจนนำไปสู่การจับกุมดังกล่าว ซึ่งต่อไปกรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้มีการประสานความร่วมมือในการระบุตัวตนผู้เสียหายในต่างประเทศ เพื่อให้มีการช่วยเหลือเด็กผู้เสียหายที่อยู่ในภาพ อนึ่ง ในระหว่างการอ่านคำพิพากษาของศาลอาญา หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนคดีได้ให้ความสนใจติดตามและร่วมรับฟังคำพิพากษา เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศในการปราบปรามเครือข่ายสื่อลามกอนาจารเด็กออนไลน์

ทั้งนี้ รมว.ยุติธรรม ยังได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหายอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเด็กที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีดังกล่าว ให้ได้รับการคุ้มครอง ฟื้นฟู และดูแลตามกระบวนการยุติธรรมอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมลักษณะดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีกในสังคมไทยต่อไป

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศ ส.ต.ท.รายดังกล่าวนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.).

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...